ผู้สมัครสส. พรรคไทยสร้างไทย เขต 18 กทม. เบอร์ 11 ชูประสบการณ์กฎหมาย-การเมือง ปักธงคุ้มครองสิทธิสตรีต้านคุกคามทางเพศ ควบคู่แก้เศรษฐกิจฐานราก มั่นใจล้มแชมป์เก่า
9 มกราคม 2569 - ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรับรองผู้สมัคร สส.ทั่วประเทศ สำหรับพื้นที่เขต 18 กรุงเทพมหานคร ซึ่งประกอบด้วย เขตมีนบุรี แขวงแสนแสบ, เขตลาดกระบัง แขวงลำปลาทิว และเขตหนองจอก แขวงโคกแฝด แขวงลำผักชี และแขวงลำต้อยติ่ง การแข่งขันทางการเมืองเริ่มคึกคักทันที
หนึ่งในผู้สมัครที่ถูกจับตา คือ นางสาวณัฐกัญญ์ภา อภิญญ์มณีณัฐ หรือที่สื่อเรียกกันว่า “ทนายน้ำมนต์” ผู้สมัคร สส.พรรคไทยสร้างไทย เขต 18 หมายเลข 11 ซึ่งก้าวสู่สนามเลือกตั้งระดับชาติเป็นครั้งสำคัญ หลังสะสมประสบการณ์ทั้งสายกฎหมายและการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง
จังหวะการเปิดตัวของทนายน้ำมนต์ สอดรับกับกระแสสังคมปลายปี 2568 จากกรณีพิพาทที่ถูกตั้งคำถามเรื่อง “คุกคามทางเพศ” ระหว่างบุคคลสาธารณะ ซึ่งเธอออกมาแสดงบทบาทในฐานะทนายความและผู้สมัคร สส. ปกป้องสิทธิเสรีภาพของสตรีอย่างชัดเจน ในช่วงที่กฎหมายเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ชื่อของเธอเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
ทนายน้ำมนต์ ระบุว่า มีความสนใจงานการเมืองตั้งแต่วัยเยาว์ และยึดหลักความยุติธรรมเป็นแกนกลางชีวิต เธอจบการศึกษาด้านกฎหมายจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และศึกษาต่อระดับปริญญาเอก กฎหมายมหาชน ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ควบคู่ปริญญาเอก รัฐศาสตร์ สาขาการเมือง ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
ประสบการณ์การทำงานเริ่มจากตำแหน่งนิติกร กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งทำให้ได้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความเป็นธรรม โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี ต่อมาดำรงตำแหน่งนิติกร สำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม ก่อนตัดสินใจออกจากระบบราชการ เพื่อประกอบวิชาชีพทนายความ และทำงานช่วยเหลือประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาได้รับการชักชวนเข้าสู่งานการเมือง ทำหน้าที่คณะทำงานรัฐมนตรี ขยับเป็นผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี และมีประสบการณ์ในฝ่ายนิติบัญญัติ ในฐานะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ประจำคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร
เมื่อถูกถามถึงเหตุผลในการเลือกพรรคไทยสร้างไทย ทนายน้ำมนต์ กล่าวว่า แม้จะได้รับการทาบทามจากหลายพรรคการเมือง แต่เลือกพรรคนี้ เพราะเห็นแนวทางการเมืองที่ไม่เน้นความขัดแย้ง มีนโยบายที่ประชาชนจับต้องได้ และมีผู้นำพรรคที่มีภาวะผู้นำชัดเจน สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้
สำหรับการลงพื้นที่เขต 18 กรุงเทพมหานคร เธอยืนยันว่า ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนค่อนข้างดี โดยการแข่งขันหลักมีผู้สมัครตัวเต็ง 3 คน จากพรรคไทยสร้างไทย พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย พร้อมแสดงความมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะแชมป์เก่าได้
ทนายน้ำมนต์ ระบุอีกว่า เขตเลือกตั้งนี้ไม่ใช่พื้นที่ผูกขาดของใคร และการตัดสินใจขึ้นอยู่กับเสียงของประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย โดยในวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ขอให้ประชาชนเลือกผู้แทนคนใหม่ เข้าคูหา กาเบอร์ 11 เลือกพรรคไทยสร้างไทย เบอร์ 48
ด้านนโยบายหลัก เธอชูการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของสตรี ความเสมอภาคของประชาชน และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก ปากท้องประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด พร้อมระบุว่า ระหว่างการหาเสียง ได้เก็บข้อมูลปัญหาของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่แนวทางแก้ไขทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว หากได้รับความไว้วางใจเข้าสภา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รู้ผลไม่เกินสี่ทุ่ม ชิงเก้าอี้ นายกอบจ.ร้อยเอ็ด 'เศกสิทธิ์-นิรันดร์' สู้กันเอง หลังพรรคเขียวหลีกทาง
จังหวัดร้อยเอ็ด มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ดหรือนายกฯอบจ.ร้อยเอ็ด ที่มีผู้สมัครแข่งขันชิงเก้าอี้นายกฯอบจ.ร้อยเอ็ดรอบนี้สามคน
ราชกิจจาฯ ประกาศวันเลือกตั้งซ่อม-รับสมัคร สส.อุดรธานี เขต 3
ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กกต. กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แท
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัด จี้เปิดเผยข้อมูลและรับฟังความเห็นผู้ได้รับผลกระทบให้ครบถ้วน หลังประชาชนร้องเรียนไม่ทราบข้อมูล หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
อดีตนายกสภาทนาย ยกคำพิพากษาศาล ปค.สูงสุด กทม.ต้องร่วมรับผิด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
นายวิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีเหตุเกิดเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 จนถึงขณะนี้ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 30 คน การที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่โศกนาฏกรรมที่สลดสยองครั้งแรกของประเทศไทย แต่เคยเกิดมีขึ้นมาแล้วจากกรณีเพลิงไหม้พับดังย่านสุขุมวิท และหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดมาตรการป้องกันและการ
กทม.ประกาศเลื่อนสอบบรรจุข้าราชการ
กทม. เลื่อนสอบบรรจุข้าราชการเป็นกลาง ก.ย. 69 พร้อมแจ้งความชัดเจนผู้จัดสอบ 15 ส.ค. นี้
กทม. ชวนคนใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ย่านสำเหร่ สุดสลดแมวตายมากถึง 73 ตัว
กรุงเทพมหานคร ประกาศหาผู้อุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้บ้านย่านสำเหร่ ติดต่อได้ที่ บ้านน้องหมาน้องแมวประเวศ โทร 02-328-7460 หรือเฟซบุ๊ก BKK Adopter

