
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัด จี้เปิดเผยข้อมูลและรับฟังความเห็นผู้ได้รับผลกระทบให้ครบถ้วน หลังประชาชนร้องเรียนไม่ทราบข้อมูล หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
24 ก.ค. 2569- นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จากกลุ่มคัดค้านถนนหลังเขื่อนริมเจ้าพระยา ระบุว่า โครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัด ของกรุงเทพมหานคร (ผู้ถูกร้อง) ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน ที่อยู่อาศัย ศาสนสถาน ศิลปะและวัฒนธรรมของชุมชนดั้งเดิม และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งการดำเนินโครงการขาดการมีส่วนร่วมและการชี้แจงที่เพียงพอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่เข้าไปรังวัดแนวเขตที่ดินในพื้นที่ และขอให้เจ้าของที่ดินลงนามในเอกสารโดยไม่แจ้งเหตุผลและวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน จึงขอให้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว
กสม. ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้วเห็นควรให้ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคม 2569 กสม. ได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่ชุมชนมัสยิดบางอ้อ เขตบางพลัด กรุงเทพฯ รวมทั้งจัดประชุมรับฟังความเห็นร่วมกับกรมศิลปากร กรมเจ้าท่า และหน่วยงานในสังกัดกรุงเทพมหานคร ได้แก่ สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง สำนักงานเขตบางพลัด ตลอดทั้งผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนชุมชนมัสยิดบางอ้อ มัสยิดดารุอิหฺซาน วัดวิมุตยาราม วัดฉัตรแก้วจงกลณี วัดเทพากร ราว 180 คน โดยสามารถสรุปข้อเท็จจริง สถานการณ์ปัญหา ข้อห่วงกังวลและข้อเสนอแนะร่วมกันได้ดังนี้
โครงการพัฒนาพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาพื้นที่ด้านหลังแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นพื้นที่สาธารณะ ทางเดิน ทางจักรยาน และพื้นที่สีเขียว ยกระดับคุณภาพภูมิทัศน์เมือง และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยสำนักการวางผังและพัฒนาเมืองยืนยันว่า โครงการดังกล่าวแตกต่างจากโครงการทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่เคยเป็นข้อพิพาทในศาลปกครอง เนื่องจากไม่มีการก่อสร้างล่วงล้ำลำน้ำและไม่มีนโยบายเวนคืนที่ดินเอกชน โครงการมีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่วัดเทพากรถึงแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ใช้งบประมาณเบื้องต้นประมาณ 264 ล้านบาท โดยดำเนินการตามแผนแม่บทการฟื้นฟูแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีการศึกษามาตั้งแต่ปี 2548 ทั้งนี้ ได้สำรวจข้อมูลด้านประวัติศาสตร์แล้วพบว่า พื้นที่โครงการเป็นชุมชนดั้งเดิมริมแม่น้ำที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีวัด มัสยิด บ้านโบราณ และแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมหลายแห่ง จึงกำหนดให้การอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรมเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดการออกแบบโครงการ
อย่างไรก็ดี ประชาชนในพื้นที่มีข้อห่วงกังวลว่า การดำเนินโครงการอาจส่งผลกระทบต่อชุมชนดั้งเดิมริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีประวัติการตั้งถิ่นฐานยาวนานหลายร้อยปี โดยเฉพาะชุมชนมัสยิดบางอ้อ ชุมชนแขกแพบ้านเขียว บ้านเหลือง บ้านบน และศาสนสถานสำคัญ เช่น มัสยิดบางอ้อ ซึ่งล้วนทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรม อีกทั้งยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างริมแม่น้ำ รวมถึงพื้นที่ที่เกิดจากการก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมเมื่อปี 2538 ว่า เป็นพื้นที่สาธารณะหรือเป็นที่งอกริมตลิ่งที่ประชาชนมีสิทธิครอบครอง นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเรื่องการออกแบบโครงการบางช่วงอาจต้องรื้อถอนบ้านโบราณ อาคารเรียนของมัสยิด และสิ่งปลูกสร้างที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์
นอกจากนี้ ประชาชนยังมีข้อกังวลเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนเนื่องจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจำนวนมากเพิ่งทราบรายละเอียดของโครงการหลังจากเริ่มสำรวจและรังวัดพื้นที่แล้ว อันสะท้อนให้เห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลและการรับฟังความคิดเห็นยังไม่เพียงพอ ประชาชนจึงไม่สามารถใช้สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและมีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง โดยขอให้มีการรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมโดยเฉพาะจากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง พร้อมเสนอให้ศึกษาทางเลือกอื่นในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและพื้นที่สาธารณะโดยไม่กระทบต่อชุมชนดั้งเดิม หรือใช้พื้นที่ราชพัสดุหรือพื้นที่อื่นแทนโดยคำนึงถึงสิทธิของชุมชน สิทธิในการอยู่อาศัย สิทธิในทรัพย์สิน และสิทธิในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
ที่ประชุมร่วมจึงเห็นควรให้ กรุงเทพมหานคร ผู้ถูกร้อง เปิดเผยข้อมูลโครงการอย่างครบถ้วน โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ ทั้งรายละเอียดแบบก่อสร้าง แนวเขตก่อสร้าง ผลการรังวัด แนวเขตที่ดิน งบประมาณ ผลตอบแทนของโครงการ ตลอดจนผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนแต่ละราย และควรพิจารณาทางเลือกอื่นในการออกแบบโครงการที่สามารถบรรลุเป้าหมายด้านพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียวเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อบ้านเรือน ศาสนสถาน และชุมชนดั้งเดิมให้มากที่สุด ตลอดจนศึกษาพื้นที่ทางเลือกอื่นที่สามารถรองรับการพัฒนาพื้นที่สีเขียวโดยไม่กระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม และควรจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนชุมชน นักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิ และภาคประชาสังคม เพื่อติดตามการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ควรจัดให้มีกระบวนการมีส่วนร่วมที่มีความหมาย โดยให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ผู้นำชุมชน ศาสนสถาน นักวิชาการ องค์กรวิชาชีพ และภาคประชาสังคม เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษา มิใช่เพียงการรับฟังความคิดเห็นภายหลังจากที่ได้กำหนดรูปแบบโครงการแล้ว ทั้งนี้ แม้โครงการจะไม่อยู่ในประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือ การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) แต่ผู้ถูกร้องควรศึกษาผลกระทบทางสังคม (SIA) อย่างรอบด้าน เพื่อให้การตัดสินใจตั้งอยู่บนฐานข้อมูลที่ครบถ้วนและคำนึงถึงผลกระทบทุกมิติ
ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 จึงเห็นควรให้มีหนังสือถึงกรุงเทพมหานครและสภากรุงเทพมหานคร เพื่อทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัดและรับฟังข้อมูลความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ให้ครบถ้วน พร้อมทั้งชะลอการรังวัดสอบแนวเขตที่ดินโครงการออกไปจนกว่าจะได้ข้อยุติที่ชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่ดำเนินโครงการและที่งอกริมตลิ่งซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของประชาชน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ชัชชาติ' ชี้ช่องโหว่ กม. ไร้นิยาม 'Data Center' ต้องแก้ให้ทันสมัย
'ผู้ว่าฯชัชชาติ' รับกฎหมายมีช่องว่าง ไร้นิยาม 'Data Center' ชงทบทวนแก้ผังเมือง-ควบคุมอาคาร-EIA รอผลสอบต้นตอปมกลิ่นน้ำมันรั่ว
'สกลธี' จี้กวาดล้างขบวนการ 'พ่อทิพย์' หวั่นต่างด้าวถือครองสิทธิ์อาจเป็นนายกฯ-สส. ในอนาคต
นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม กมธ. กรณีพ่อทิพย์ ว่า วันนี้ได้เชิญ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมการปกครอง
เอาแล้ว 'ปลาหมอคางดำ' โผล่ที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ทำให้พบแล้วใน 22 จังหวัด
BIOTHAI เผย พบ 'ปลาหมอคางดำ' ที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ทำให้พบแล้วใน 22 จังหวัด จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบท่าทีของกรมประมงและผู้รับผิดชอบในกระทรวงเกษตรฯ เกี่ยวกับการระบาดในภาคอีสาน
กสม. แนะหน่วยงานแก้กม.ก่อสร้าง ที่เข้าเกณฑ์ต้องจัดทำ EIA กรณีการสร้างคอนโด ถนนสิโรรส
กสม. แนะหน่วยงานพิจารณาแก้กฎหมายการก่อสร้างโครงการอยู่อาศัยที่เข้าเกณฑ์ต้องจัดทำ EIA และประชาคม หลังปรากฏกรณีการสร้างคอนโดบริเวณถนนสิโรรส จ.เชียงใหม่ หลุดเกณฑ์และก่อให้เกิดผลกระทบ
'ชัชชาติ' แจง กมธ.งบฯ ยืนยันไม่ซื้อคืนรถไฟฟ้าสายสีเขียว หลังพรรคส้มดักคออุ้มเอกชน
กมธ.งบ 70 จากปชน. ดักคอ กทม.ซื้อคืนรถไฟฟ้าสายเขียว อย่าเอื้อนายทุน ด้าน “ชัชชาติ” ปัดไม่มีซื้อคืนสายสีเขียว ยันแม้ซื้อคืนก็ไม่เกี่ยวล้างคดีในป.ป.ช.
กสม. ยื่นนายกฯทบทวนการยุบเลิกธนาคารที่ดิน ปรับปรุงกลไกการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ
กสม. มีหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนการยุบเลิกธนาคารที่ดินและปรับปรุงกลไกการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินของประเทศ เพื่อคุ้มครองสิทธิเกษตรกรยากไร้

