‘อนุทิน’ ปลื้มชาวกทม. เชื่อมั่น ภท. เพิ่มมากขึ้น

“อนุทิน” โอ่ รู้สึกได้ชัดเจนประชาชนเชื่อมั่น ภท. หลังนำทัพใหญ่ลุยหาเสียงตลาด อ.ต.ก. ไม่หวั่นนโยบาย 70:30 เพื่อไทย บอก ให้ย้อนดูอดีตพูดแล้วทำได้หรือไม่

11 ม.ค. 2569 –  ที่ตลาด อตก. เขตจตุจักร กทม.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังลงพื้นที่หาเสียงพบปะพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ว่า รู้สึกอย่างชัดเจนว่าประชาชนให้ความเชื่อมั่น และชื่นชมในสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ทำให้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆที่ผ่านมา และขออย่าดูว่าพรรคภูมิใจไทยมีเพียงโครงการคนละครึ่งพลัส แน่นอนว่าโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นโครงการที่มีประโยชน์ เดินตามตลาดตามร้านค้าทุกคนชื่นชม และขอให้มีอีก ซึ่งเป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยอยู่แล้ว ถ้าไม่ต้องประสบเหตุยุบสภาก่อนขณะนี้คงมีเฟส 2 เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าเป็นโครงการที่ดี ประชาชนจะให้โอกาสเราได้กลับไปทำโครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 แต่พรรคภูมิใจไทยยังมีนโยบายเศรษฐกิจอื่นๆด้วย ทั้งเศรษฐกิจชุมชนพลัส การยกระดับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี ยกระดับผู้สูงวัย การเปิดโอกาสช่องทางสร้างรายได้ทุกช่วงวัย

เมื่อถามว่า กังวลนโยบายรัฐจ่าย 70 ประชาชนจ่าย 30 ของพรรคเพื่อไทย ว่าจะบลัฟนโยบายของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คนละครึ่งคือ 50 : 50 แต่ของพรรคภูมิใจไทยพลัสเยอะ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้แน่นอน ส่วนอะไรที่เกินจากนี้ต้องไปดูในอดีตที่ผ่านมาว่าพูดแล้วทำได้หรือไม่ พรรคภูมิใจไทยอะไรที่พูดแล้วต้องทำได้ จึงเป็นที่มาของความเชื่อถือต่างๆนานา ที่เกิดขึ้นโดยพี่น้องประชาชน เราต้องดูเรื่องของวินัยการเงินการคลังด้วย

เมื่อถามว่า ทำอย่างไรที่จะทำให้คนกทม. มีความเชื่อมั่นในพรรคภูมิใจไทย เพราะที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีสส.ในเมืองหลวง นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยเติมเต็มด้านบุคลากร เราเอาคนที่มีความรู้ความสามารถมาทำงานตรงสาขาอาชีพ ตรงกับประสบการณ์ และให้อำนาจเต็มที่ในการทำงาน และการตัดสินใจ

เมื่อถามว่า แสดงว่ามั่นใจในการเลือกบุคลากร ที่ชูในการหาเสียง ว่าจะทำให้คนกทม. เลือกพรรคภูมิใจไทยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องมีหน้าที่นำเสนอ แต่จะบอกว่ามั่นใจว่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ เรามีหน้าที่นำเสนอให้ประชาชนพิจารณา ส่วนจะพิจารณาอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น นี่คือวิธีการทำงานของพรรคภูมิใจไทยมาโดยตลอด การที่เราให้เกียรติพี่น้องประชาชน ให้เกียรติโหวตเตอร์ของเรา ทำให้พรรคภูมิใจไทยเจริญเติบโตมีจำนวนสส. เพิ่มทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง เราจึงเน้นการนำเสนอว่าจะทำอะไรให้กับพี่น้องประชาชน ดีกว่าที่จะมานั่งบอกว่ามั่นใจ กลัวหรือไม่กลัว หรือพูดว่าเราได้ 200 แบบนั้นทำไมเราไม่ทำให้ได้ 500 แน่ๆไปเลย ซึ่งไม่มีประโยชน์ที่จะไปพูดแบบนั้น เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน     

เมื่อถามว่า ช่วงหลังของการหาเสียงเลือกตั้งโค้งแรกโพลของพรรคภูมิใจไทยแผ่วลง นายอนุทิน กล่าวว่า ตนชอบคิดแบบผู้ชนะ ถ้าเกิด 15 แล้วเหลือ 13 กับ 0.6 ขึ้นมาเป็น 13 ตนขอคิดแบบหลัง และคงต้องร้องโอ๊ย แค่นี้ก็เป็นบุญแล้ว

เมื่อถามว่า เดินตลาดแล้วได้ยินประชาชนพูดว่าเบอร์ 37 แล้วนายกฯตอบกลับว่าอิ่มเลยหมายถึงอะไร นายอนุทิน กล่าวว่า นี่คือปรากฏการณ์ที่เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นสำหรับพรรคภูมิใจไทย สมัยก่อนไม่มีแบบนี้ แต่เดี๋ยวนี้มี เชื่อว่าสิ่งที่พรรคได้นำเสนอ และผลงานที่เกิดขึ้นช่วงที่เราได้บริหารประเทศคงเป็นที่เชื่อมั่น และเป็นที่ชื่นชอบของประชาชน ก็ต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง เราจะทำให้ดีที่สุด

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กรวีร์' ตอก พรรคส้มปมปูด 'ฝากเลี้ยงสส.ฝ่ายค้าน' หลักล้าน ย้ำรัฐบาล 300 เสียงแน่น ไม่จำเป็นต้องซื้อ

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์ว่า ได้อ่านข่าว "ฝากเลี้ยง สส.ฝ่ายค้าน" ให้นั่งเป็นองค์ประชุม แลกกับเงิน

นายกฯ จ่อบินคาซาน พบ 'ปูติน' ร่วมเวทีสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย

นายกฯ จ่อบินคาซาน ใช้เวทีอาเซียน-รัสเซีย ขยายโอกาสการค้า การลงทุน เดินหน้าการทูตเศรษฐกิจ มุ่งเปิดตลาดใหม่ สร้างความมั่นคงพลังงาน ดันโอกาสธุรกิจไทย

นายกฯ ดัน 'อุตสาหกรรมเกม' เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ นำไทยสู่ฮับอาเซียน

นายกฯ ดัน 'อุตสาหกรรมเกม' เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ สร้างงานรายได้สูงให้คนรุ่นใหม่ มอบ 'ดีอี' ปั้นไทยสู่ฮับเกมอาเซียน

'พท.' นัดประชุมพรรคถกร่างแก้รธน. มั่นใจเสียงพรรคอื่นร่วมหนุน

'เพื่อไทย' นัดประชุมพรรค 16 มิ.ย. ถก ลุยยื่นร่างแก้ รธน.ใหม่อีกรอบ เล็ง หาทางเลี่ยงเลือก ส.ส.ร. ไม่ให้เสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาลรธน. ไม่แคร์ 'ภูมิใจไทย' ไม่ร่วมลงชื่อ มั่นใจ มีเสียงสส.พรรคอื่นพร้อมร่วมสนับสนุน

เอาจริง! รัฐบาลตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน

“อนุทิน” ลงนามตั้งบอร์ดเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ นายกฯนั่งประธาน ดึงหัวหน้าส่วนราชการ-ตัวแทนเอกชน นั่งกรรมการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฮับผลิตชิปขั้นสูงอาเซียน ดันสร้างอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในไทย ผลักดันเป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” ควบคู่พัฒนาบุคลากรรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม 14 มิถุนายน 2569 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 192/2569 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติ โดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีฉบับนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ได้มีการแถลงต่อรัฐสภาว่ารัฐบาลมีนโยบายในนการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้เติบโต แข่งขันได้อย่างยั่งยืน เสริมศักยภาพ การเติบโตของประเทศให้พ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ด้วยการสร้างความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมเดิมควบคู่กับการสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจสำคัญใหม่ เช่น ดิจิทัล AI หุ่นยนต์(Robotic) เซมิคอนดักเตอร์ อาหารแปรรูปมูลค่าสูง พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ ยานยนต์สมัยใหม่การแพทย์และสุขภาพ ซึ่งอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจำนวนมากต้องใช้เซมิคอนดักเตอร์เป็นอุปกรณ์ และส่วนประกอบที่สำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องมีการดึงดูดการลงทุน และวางยุทธศาสตร์การผลักดันอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของประเทศอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ก่อนหน้านี้ประเทศไทยได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์เป้าหมายที่จะมุ่งสู่การเป็นฮับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของอาเซียน และผลักดันผลิตภัณฑ์ 'ชิปเมดอินไทยแลนด์' ให้เกิดจริงภายในปี ค.ศ. 2050 หรือ ปี พ.ศ. 2593 โดยเน้นยุทธศาสตร์การดึงดูดการลงทุนมูลค่า 2.5 ล้านล้านบาท และพัฒนาบุคลากรทักษะสูงกว่า 230,000 คน ทั้งนี้เผื่อผลักดันเป้าหมายดังกล่าวให้เกิดขึ้นจริงนายกรัฐมนตรีจึงได้มีคำสั่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูงแห่งชาติขึ้น โดยนโยบายนี้จะสร้างความมั่นคงให้กับห่วงโช่อุปทานของอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาบุคลากรและปัจจัยสนับสนุนการลงทุน นำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมในภาพรวมและการสร้างขีดความสามารถของประเทศในการเป็นฐานการผลิตเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียนได้ในอนาคต ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนตักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงในประเทศไทยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน และเกิดผล อย่างเป็นรูปธรรม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา11 (6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินพ.ศ.2534 นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงแห่งชาติ โดยองค์ประกอบของคณะกรรมการฯมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีเป็นรองประธานกรรมการ กรรมการประกอบไปด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ปลัดกระทรวงการคลัง เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายกสมาคมการค้าอุตสาหกรรมไทยเซมิคอนดักเตอร์ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี นายอนุชิต อนุชิตานุกูล กรรมการ และมีนายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เป็นกรรมการและเลขานุการ สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯได้แก่ 1.กำหนดทิศทางนโยบาย แผนแม่บท และเป้าหมายในการพัฒนาอุตสาหกรรมเชมิคอนดักเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย 2.พิจารณาแผนงานและโครงการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวกับการพัฒนา อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ 3.บูรณาการและติดตามประเมินผลการดำเนินงานขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ชั้นสูง ตามแผนงานและกรอบแนวทางที่กำหนดไว้ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้นโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงใหเเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป 4.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และ 5.ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการและคณะทำงานที่แต่งตั้งตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการ พ.ศ. 2547 หรือตามระเบียบของทางราชการ แล้วแต่กรณี โดยให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของหน่วยงานต้นสังกัดของเลขานุการคณะอนุกรรมการ

ไชยชนกลุยไฟTH-AI Passport บนข้อกังขา 'สีน้ำเงินคอนเนกชัน' แจงไม่เคลียร์เสี่ยงฉุดรัฐบาลทรุด!

เสียรังวัดทางการเมืองมากพอสมควรสำหรับ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม-เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ลูกชายพี่ใหญ่-บิ๊กบราเธอร์ขั้วสีน้ำเงิน เนวิน ชิดชอบ ที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างหนักกับความพยายามเดินหน้า