22 ม.ค.2569 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมเนื้อหาในหัวข้อ “กกต.ล็อก 2 พรรคได้ ซื้อเสียงลดทันที” ระบุว่า มีการถกเถียงและแสดงความเห็นกันอย่างกว้างขวางว่า ผลการสำรวจของ กกร.หรือคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชัน ที่ระบุว่า มีการซื้อเสียงในการเลือกตั้งจำนวนเงินหัวละ 7,500 บาท ซึ่งมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นจำนวนเงินที่สูงเกินไป
ในฐานะที่เป็นนักการเมืองมาก่อน อยากจะแสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า เงินจำนวน 7,500 บาท ไม่ใช่เงินที่ใช้ซื้อเสียงในการเลือกตั้ง สส. แต่เป็นเงินที่น่าจะมาจากเหตุการณ์ 2 กรณี คือ
1.เป็นการสอบถามความเห็นของบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในต่างจังหวัด แต่มาทำงานที่กรุงเทพฯ เมื่อมีการเลือกตั้งท้องถิ่น คือ อบต. เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ต้องเดินทางกลับบ้านไปลงคะแนนเสียง อาจจะมีผู้จ่ายเงินให้ไปลงคะแนนเสียง โดยคิดค่าเดินทาง ซึ่งเป็นค่ารถหรือค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ รวมถึงค่าเสียเวลา จึงมีความเป็นไปได้ว่า มีตัวเลขค่าหัวสูงถึง 7,500 บาท
2.กรณีที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น หรือการเลือกตั้งเทศบาลเล็กๆ หรือเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งมีคะแนนเสียงที่ชนะกันไม่มากนัก เมื่อคู่แข่งขันเช็กแล้วว่า คะแนนเสียงห่างกันเพียง 2-3 คะแนน จึงทำให้มีการซื้อเสียง เพื่อหวังชัยชนะด้วยตัวเลขที่สูง คือ 7,500 บาท หรือบางครั้งอาจจะมีสูงถึงเสียงละ 10,000-30,000 บาทก็เคยมีมาแล้ว
ดังนั้นการซื้อเสียงจำนวนเงิน 7,500 บาทต่อเสียงในการลงคะแนนเลือก สส.นั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะการเลือกตั้ง สส.ในครั้งนี้ ได้พัฒนาจากค่าหัวเดิม หัวละ 500 บาทเป็นหัวละ 1,000 บาท เท่ากับค่าหัวการเลือกตั้งสมาชิก อบต. ที่ผ่านมา
ส่วนการใช้หัวคะแนน ในการหาเสียงในการซื้อเสียงในตอนนี้มีอยู่ 3 ส่วน
ส่วนแรกคือ อสม.ซึ่งมีความใกล้ชิดกับบุคคลในหมู่บ้าน เพราะ อสม.1คนดูแล 7-10 ครัวเรือน จึงสะดวกแก่การซื้อเสียง และสามารถซื้อเสียงได้ผลมาแล้ว เมื่อการเลือกตั้งปี 2566
ส่วนที่ 2 คือการใช้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านซื้อเสียง ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมาก และมีผลต่อการช่วยเหลือประชาชน ทำให้ประชาชนเกรงใจกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และพรรคการเมืองบางพรรคที่มีการคุมอำนาจรัฐ คุมกระทรวงมหาดไทย ก็ใช้กลไกอำนาจรัฐ ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัดลงไปถึงผู้ใหญ่บ้าน
ส่วนที่ 3 นายก อบต. และสมาชิก อบต.ที่พึ่งได้รับการเลือกตั้งไป เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2569 ที่มีฐานเสียงเดิม สามารถที่ใช้ฐานเสียงเดิม และผลงานที่ซื้อเสียงจนได้รับชัยชนะมาแล้ว ไปเป็นหัวคะแนนให้กับพรรคการเมือง หรือผู้สมัครที่ต้องการซื้อเสียง
ถ้าหาก กกต.จะแก้ปัญหาการซื้อเสียงเฉพาะหน้าในระยะสั้น คือการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ อยากจะแนะนำให้ไปควบคุมหรือไปเฝ้าระวังพรรคการเมือง 2 พรรค หรือผู้สมัครจากพรรคการเมือง 2 พรรค ซึ่งเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่า ใช้กระสุนยิงหรือล็อกเป้ายิงได้ผลสำเร็จมาแล้ว ประชาชนในพื้นที่รู้ดีว่าคือพรรคการเมืองใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ภาคใต้ มีเพียง 2 พรรคเท่านั้นที่ซื้อเสียง ส่วนพรรคการเมืองอื่นถ้าจะมีการซื้อเสียงอยู่บ้าง ก็เป็นการช่วยตัวเองหรือซื้อโดยโดยตัวผู้สมัครเอง โดยไม่ได้สนับสนุนจากพรรคที่สังกัด
ขอฝากให้ กกต.ทำงานเชิงรุกในพื้นที่ภาคใต้ รอบนี้ถ้าจะแก้ปัญหาการซื้อเสียงให้ได้ระดับหนึ่ง ก็คือการไปล็อกพรรคการเมือง 2 พรรค และผู้สมัครจากพรรคการเมือง 2 พรรคนี้ ก็จะทำให้การซื้อเสียงเบาลงทันที
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชช.ออกมาใช้สิทธิน้อย! 'เท้ง' ชี้เหตุผลสำคัญทำ 'ปชน.' พ่ายเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี
'เท้ง' ยอมรับพ่ายแพ้เลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี เหตุประชาชนออกมาใช้สิทธิน้อย ด้าน 'พิจารณ์' ยัน คะแนนนิยมพรรคยังไม่ลด หากเทียบเลือกตั้งครั้งก่อน รับ ปชช. คิดไม่เหมือนกัน เลือกตั้งใหญ่ชนะยกจังหวัด เพราะอยากเปลี่ยน 'รัฐบาล'
ขอให้อาสบายใจได้! 'นฤพนธ์' ขอบคุณคะแนนเสียงชาวนนทบุรี บอกทีมงานผึ้งหลวงทำสำเร็จแล้ว
นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกอบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง นำทีมแถลงชัยชนะหลังคะแนนทิ่งห่างคู่แข่งจากพรรคประชาชน
'เจี๊ยบ' บอกเลือกตั้ง 'นายกอบจ.นนทบุรี' ครั้งนี้ลุ้นเหนื่อยสุด ชี้ถ้าคนใช้สิทธิมากก็มีหวังมาก
เจี๊ยบ-อมรัตน์ โพสต์ขอบคุณชาวนนทบุรีทุกท่านที่สละเวลาไปเลือกตั้ง นายกอบจ.นนทบุรี บอกครั้งนี้ลุ้นเหนื่อยที่สุดเพราะปัจจัยบวกกับปัจจัยลบมีพอๆกัน
'เดชรัต' ใช้สิทธิเลือก นายกอบจ.นนทบุรี เตรียมเข้าลุ้นนับคะแนนกองอำนวยการเลือกตั้ง อบจ.นนทบุรี
'เดชรัต' ใช้สิทธิเลือกนายก อบจ.นนทบุรี มั่นใจประชาชนใช้สิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย พร้อมเชิญชวนผู้มีสิทธิออกมาเลือกตั้งขณะฟ้าเปิด
บก.ปปป.ยืนยัน ไร้‘นักการเมือง’ พันโกงท้องถิ่น!
กกต.ฟันอาญาผู้สมัครสมาชิก อบจ.และนายก 99 ราย ปมรู้อยู่แล้วขาดคุณสมบัติยังสมัครชิงเก้าอี้ “บก.ปปป.” ย้ำโกงสอบท้องถิ่นไร้นักการเมืองเอี่ยว “ปชป.” ขู่เกาะติดหาตัวการใหญ่ จ่อร้อง ป.ป.ช.
กกต. ฟันอาญา ผู้สมัคร ส.อบจ.-นายก อบจ. 99 ราย ลงเลือกตั้งโดยขาดคุณสมบัติ
ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้มีการพิจารณาดำเนินคดีอาญาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดและนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นพ.ศ. 2562

