หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่หาเสียงโค้งสุดท้ายย่านสาทร–ตลาดกิตติ เผยเสียงตอบรับในกรุงเทพฯ และภาคตะวันออกดีกว่าที่ประเมิน พร้อมตั้งคำถามต่อนโยบาย “รวยทุกวัน 9 ล้าน 9 คน” เห็นว่าใช้งบจำนวนมากโดยไม่ตอบโจทย์ความคุ้มค่า แนะนำเงินไปพัฒนาทักษะประชาชนจำนวนมากจะเกิดประโยชน์ระยะยาวกว่า
24 มกราคม 2569 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค นางสาวอรอนงค์ การญจนชูศักดิ์ อดีต สส. กทม. เขต2 และผู้สมัครบัญชีรายชื่อ พร้อมผู้สมัคร สส.กทม. เขต 2 เบอร์ 11 ดร.เจษฎา เลิศธนสาร ลงพื้นที่หาเสียงโค้งสุดท้ายที่ย่านสาทรและตลาดกิตติ ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่น
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยถึงภาพรวมการตอบรับของพรรคในช่วงโค้งสุดท้ายว่า จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลุยพื้นที่ภาคตะวันออก 4 จังหวัดเมื่อวานนี้ พบว่าได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากเกินคาด ซึ่งเดิมทีหลายฝ่ายอาจมองว่าฐานเสียงของพรรคจำกัดอยู่เพียงภาคใต้ แต่ปัจจุบันพบว่าทั้งในกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก หรือแม้แต่ภาคเหนืออย่างสุโขทัย พี่น้องประชาชนจำนวนมากยืนยันว่าจะหันกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง
“หากเทียบเชิงปฏิกิริยาของผู้คนใน กทม. ครั้งนี้ถือว่าดีกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมามาก แม้การประเมินจำนวน สส.ผ่านโพลที่เป็นวิทยาศาสตร์จะยังมีความเป็นไปได้หลายทาง เพราะคะแนนบัญชีรายชื่อและเขตอาจไม่สัมพันธ์กัน แต่บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นกำลังใจสำคัญให้พวกเราอย่างมาก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงนโยบาย “รวยทุกวัน 9 ล้าน 9 คน” ของพรรคเพื่อไทย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในแง่การปฏิบัติอาจทำได้จริง แต่ในมุมของนโยบายสาธารณะและประโยชน์เชิงเศรษฐกิจยังเป็นเครื่องหมายคำถาม โดยตั้งข้อสังเกตว่าเงินงบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี หากนำไปแจกเพื่อให้คนมีโอกาสรวยทางลัดวันละ 9 คน อาจไม่คุ้มค่าเท่ากับการนำไปพัฒนาศักยภาพของคน
"ถ้าจะทำก็คงทำได้ แต่ว่าผมก็พยายามคิดอยู่ว่าเหตุผลในเชิงนโยบายสาธารณะ เชิงประโยชน์ทางเศรษฐกิจเนี่ย มันคืออะไร ถ้าสมมุติเราตีคร่าวๆ ว่า วันละ 9 ล้านบาท ปีนึงสัก 3,000 กว่าล้าน ผมก็คิดว่าเอาเงิน 3,000 มาให้คนล้านคน เขาปรับปรุงทักษะเขา มันจะไม่ดีกว่าหรือ เราคิดว่าเอ่อ การอาจจะทำให้คนมีความรู้สึกว่ามีโอกาสรวยขึ้นมาเฉลี่ยได้ วันละ 9 คน แต่จริงๆ แล้วในแง่ของเศรษฐกิจภาพรวม ความยั่งยืน ความเป็นธรรม คิดว่าเงินจำนวนนี้ไปใช้อย่างอื่นน่าจะดีกว่า" หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ในช่วงท้ายของการหาเสียงนั้น พรรคมีทั้งเชิงนโยบายและแนวทางทางการเมืองที่เตรียมจะสื่อสารเพิ่มเติม แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้
เมื่อถามว่า ส่วนกรณีพรรคคู่แข่งเริ่มโจมตีกันเองหรือมีท่าทีถ้อยทีถ้อยอาศัยกับบางขั้วการเมือง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่วิจารณ์เพราะเป็นสิทธิ์และทางเลือกของแต่ละพรรค ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ยังคงยึดมั่นในการนำเสนอแนวทางที่สุจริตและสร้างสรรค์เพื่อเป็นทางเลือกหลักให้ประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กรณ์’ จวกยับนโยบายเพื่อไทย สุ่มแจกเงินล้าน!
นายกรณ์ จาติกวณิช ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อำดับ 3 พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กว่าหลายวันที่ผ่านมาผมเจอคุณจุลพัน
‘พิธา’ กลับมาแล้ว เตรียมขึ้นปราศรัยหาเสียงช่วยพรรคส้ม
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก ขณะกำลังนั่งเครื่องบินกลับประเทศไทย พร้อมระบุสั้นๆ ว่า “โอ
เกณฑ์การมาของกระแสชาตินิยมสองรอบนี้
ขณะนี้เราอยู่ในยุคที่ 13 ของกรุงรัตนโกสินทร์ ตามหลักที่อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ครูโหรผู้ล่วงลั
'ชวน' ลั่นไม่จับมือเพื่อไทย มั่นใจประชาธิปััตย์ได้ สส. เพิ่ม
“ชวน” ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ลั่นประชาธิปัตย์ยืนบนหลักการ ไม่ร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย พร้อมชี้การเมืองซื้อสิทธิขายเสียงทำประเทศเสียหาย มองกระแสพรรคฟื้นหลังเฉลิมชัยลาออก เชื่อการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคได้เก้าอี้เพิ่ม ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและเขตเลือกตั้ง
‘แดง’เปิดวอร์‘ส้ม’ ‘สุริยะ’อัดเทากว่าเพื่อน/อ๋อยซัดดึงพิธาทำ ‘ณัฐพงษ์’แห้ว
กกต." เตือนซื้อสิทธิขายเสียงโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ ตั้งรางวัลแจ้งเบาะแสจับ 1 ล้านบาท "นายกฯ" ย้ำ จนท.รัฐใช้อำนาจเอื้อการเมืองถือว่าทุจริต "ภูมิธรรม"

