'สุชาติ' เชื่อภูมิใจไทย กวาด 10 เขตชลบุรี ซัดสส.พรรคส้มไม่เคยลงพื้นที่

31 มกราคม 2569 - นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต1 พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสของประชาชนในจังหวัดชลบุรีช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งมีการประเมินอย่างไร หรือไม่ว่า การเลือกตั้งทุกจังหวัด ทุกคนทุกเขต ต้องมีการประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเอง ซึ่งจากการพูดคุยกับแกนนำและมวลชนที่เรามี รวมถึงโหวตเตอร์ต่างๆ เชื่อมั่นว่าประชาชนในจังหวัดชลบุรีมีข้อเปรียบเทียบ โดยเฉพาะในช่วง ปี54 ปี 62และปี66 ถ้าพรรคอื่นมาเป็น ประชาชนจะเห็นว่าการจับต้องหรือการพบเจอบรรยากาศมันต่างกัน เพราะประชาชนในจังหวัดชลบุรียังมีบริบทการเป็นพี่ เป็นน้องเป็นครอบครัว สิ่งโชคดีอย่างหนึ่งของชาวชลบุรีคือเรายังมีสิ่งที่ยึดเหนี่ยวและจับต้องได้คือท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตมาด้วยกันกับตนทั้งหมด ก็สามารถรับเรื่องแทนสส.ได้
 
"ปี66 พรรคก้าวไกลที่ได้รับเลือกมา เขาไม่ได้ลงพื้นที่เพราะเขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนเลือกเขา เลยไม่รู้ว่าจะไปพบประชาชนที่ไหน ดังนั้นที่บอกว่าสส. มีหน้าที่ออกกฎหมายอย่างเดียว ไม่ได้มีหน้าที่ไปพบปะประชาชนดูแลทุกข์สุขประชาชน มันเป็นแค่วาทกรรม แต่ความจริงแล้วหน้าที่ของสส.ทุกคนนอกจากออกกฏหมายแล้วต้องมีความรับผิดชอบกับประชาชนที่เลือกตั้งมาด้วย ดูแลทุกข์สุขของประชาชน แก้ปัญหาให้ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม นี่คือความรับผิดชอบต่อประชาชน ดังนั้นหน้าที่ของสส. ต้องมีทั้งหน้าที่ออกกฏหมายและความรับผิดชอบในการดูแลประชาชน"
 
นายสุชาติ กล่าวว่า การตัดสินใจของประชาชนในสัปดาห์สุดท้าย ส่วนตัวคิดว่าประชาชนได้ตัดสินใจหมดแล้วว่าจะเลือกใคร ตนอยากให้สื่อมวลชนได้ดูหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.ว่าจะเป็นอย่างที่ตนพูดหรือไม่ และตนเชื่อมั่นว่าประชาชนต้องการสส. ที่มีหน้าที่และรับผิดชอบด้วย
 
เมื่อถามว่า การที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียง ลงไปช่วยผู้สมัครในจังหวัดชลบุรีไม่มีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนชาวชลบุรีใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ทั้งคุณเท้งและนายพิธา ไม่เคยไปช่วยเหลืออะไรประชาชนชาวชลบุรีและเขาไม่มีบ้านอยู่ชลบุรี ไม่เคยไปเยี่ยมเยียนคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก ตอนประชาชนคนไทยทั้งประเทศตกทุกข์ได้ยาก คุณพิธาไปอยู่ไหน คุณพิธา อยู่ประเทศอะไร เคยเห็นประชาชนสูญเสียทรัพย์สินจากอุทกภัยใหญ่หรือเกิดโควิดหนักๆ หรือไม่ ประชาชนเห็นนายพิธาหรือไม่ เขาอยู่ในที่อากาศเย็นสบาย แต่เรายังต้องลุยน้ำเข้าไปช่วยชาวบ้าน สำหรับตนยืนยันได้ว่าไม่เคยทิ้งใครซักครอบครัวหนึ่ง ไม่ว่าเกิดปัญหาอะไรอยู่กับประชาชนตลอด นี่คือความรับผิดชอบของคนเป็นผู้แทนราษฎร
 
เมื่อถามว่าในจังหวัดชลบุรี 10 เขตจะเหมาทั้งหมดไม่แบ่งให้พรรคประชาชนเลยใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ไม่แบ่งให้เลยซักที่หนึ่ง พรรคภูมิใจไทยทำงานกันเป็นทีม ซึ่งภาพรวมใหญ่ของชลบุรีเวลารวมตัวกันแล้ว ชาวชลบุรีจะมีความสุขที่เห็นเราสามัคคีกันจะได้ทำงานให้ชาวชลบุรีเดินหน้าต่อไป
 
เมื่อถามว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายพรรคภูมิใจไทย จะต้องรณรงค์หาเสียงให้ชาวชลบุรีเลือกแบบยุทธศาสตร์ หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า จังหวัดชลบุรี ภาคตะวันออกจบหมดแล้ว พรรคเอาสรรพกำลังไปตรงอื่นได้เลย ไม่ว่าจะเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงของพรรค หรือผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรค ซึ่งเป็นทีมเศรษฐกิจ ไปในจุดที่เขามีความต้องการก่อนเลย ตนเชื่อว่าจังหวัดชลบุรีและภาคตะวันออกประชาชนเข้าใจดี เพราะมีการสื่อสารกันชัดเจนอยู่แล้ว โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าเข้าไปซักถามเขาต้องการอย่างเดียวคือขอคนละครึ่งพลัส เพราะเป็นสิ่งเดียวที่เขาจับต้องได้ ไม่ใช่ไปพูดต่อว่าคนโน้นคนนี้แต่ไม่มีวิธีการแก้ปัญหา ซึ่งใครๆก็พูดได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' สวนเจ็บ 'ไอซ์ รักชนก' จะขึ้นเทศน์ล้างเท้าให้สะอาดก่อน ไม่ต้องมายุ่งเรื่องพรรคคนอื่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งเป้าผลงานของรัฐบาลภูมิใจไทย ในระยะเวลา 1 ปี ทั้งในส่วนของสส.และกรรมาธิการ มองแล้วเป็นอย่างไรบ้าง เนื่องจากล่าสุด น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในทำนองเรียกร้องให้สส.ของพรรคภูมิใจไทย ออกมาปกป้องโครงการของพรรคตนเอง ว่า

มีเราไม่มีเทา! ปชน. ยังกระเตง 'ภาวุธ' พร้อมตั้งคำถามถึง DSI

'เท้ง-พิจารณ์' ป้อง 'ภาวุธ' พร้อมแจงดีเอสไอ ลั่นพรรคมีมาตรฐานวินัย ไม่ปกป้องคนผิด ชี้เป็นหน้าที่เจ้าตัวแจงข้อสงสัยสังคม หลังหายตัวเกือบสัปดาห์ โวยโดนดิสเครดิต เห็นใจขรก.ทำสนองฝ่ายการเมือง

ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

'จตุพร' กระทุ้งส้ม รีบยื่น ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport เย้ย 'ภาวุธ' ไม่กล้าซด DSI

'จตุพร' เย้ย ปชน. นักตรวจสอบทุจริต ขักช้าอยู่ไย รีบยื่น ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน เหน็บ 'ภาวุธ' หากไม่เกี่ยว Forex ต้องกล้ายืนซด ตั้งโต๊ะแถลง อย่าหลบหลังแจงผ่านเฟซบุ๊ก

รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 12) จาก “แสงเงินแสงทอง” ถึง “วันใหม่ของชาติ” : การตีความและการใช้หลักฐานในงานศึกษาว่าด้วยรัฐประหาร พ.ศ. 2490

ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงบทความ “รัฐประหาร 2490” ในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้าที่เรียบเรียงโดย ณัฐพล ใจจริง ที่มีข้อความตอนหนี่งว่า “การรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทหารและกลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม มีผลทำให้รัฐบาลพลเรือนของกลุ่มนายปรีดี