“อนุทิน” ชูผลงานโครงสร้างประเทศแข็งแรง ย้ำหากนั่งรัฐบาลจะพาไทยหลุดภาพเสือป่วยแห่งเอเชีย ไม่ยอมให้ประเทศเป็นสนามทดลองของมือใหม่ พร้อมชงยกเลิก MOU 44 ไม่มีแบ่งทรัพยากรทะเล 50:50 ขอคะแนน 8 ก.พ. เลือกเบอร์ 37
7 กุมภาพันธ์ 2569 - ในการปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายของพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยพร้อมกล่าวว่า เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ต้องบอกว่าไม่เคยตื่นเต้นเท่านี้
พรรคภูมิใจไทยรับใช้ประเทศและบ้านเมืองนี้มา 17 ปีแล้ว ทราบดีว่าในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา ปีนี้หนักกว่าทุกปี เพราะปีนี้เล่นเกมเป็นนายกรัฐมนตรี ตนจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการให้พวกเราทุกคนในห้องนี้ และประชาชนคนไทยเห็นว่าพวกเราดีพอ คู่ควรในการเป็นพรรคการเมืองหลักที่จะเป็นที่พึ่งหวังพึ่งพิงของประชาชนชาวไทยได้ เชื่อว่าชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ตนเป็นหัวหน้าพรรคมาในเดือนกันยายน 2555 พรรคภูมิใจไทยไม่เคยเล็กลง มีแต่ใหญ่ขึ้น และใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง มีข้อยกเว้นที่คราวนี้พรรคภูมิใจไทยจะใหญ่ขึ้นมากกว่าหนึ่งเท่าตัว
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ความพยายามในการพัฒนาตัวเอง และยกระดับการทำงานของพรรคภูมิใจไทย ทั้งในมิติด้านนโยบาย วิธีคิด และการปฏิบัติ ที่จะจัดวางตัวบุคลากร เพื่อมาบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อให้คนไทยเห็นว่าความเป็นพรรคภูมิใจไทย เราพร้อมที่จะเป็นผู้นำเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง การพัฒนาบ้านของเรา ซึ่งก็คือประเทศไทย ให้เป็นบ้านที่ทุกคนมีความภาคภูมิใจไปด้วยกัน
วันนี้พรรคภูมิใจไทยจึงขอมาพบกับประชาชนอีกครั้ง โดยการนำเสนอบนเวทีแห่งนี้ ซึ่งอาจเป็นการสรุปสิ่งที่เราได้ทำมา และได้ร่วมกันออกไปในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อขอความสนับสนุนและความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทย ให้เลือกพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ทั้งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึงทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ได้นำเสนอสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยจะกระทำ เมื่อได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหล่านี้เป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกันทำงานอย่างหนัก เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวไทย ทดลองงานมา 4 เดือน ขอทำงานจริงอีก 4 ปี
พรรคภูมิใจไทยได้วางนโยบาย 4 แกนหลัก เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความมั่นคง ได้แก่ แกนด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยพิบัติ และคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้ให้เฟืองจักรสำคัญของแกนเหล่านี้มาพบกับประชาชนในวันนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าแกนเหล่านี้จะถูกขับเคลื่อนไปในจังหวะที่พร้อมกัน เพื่อให้เฟืองจักรทุกตัวได้ทำงานด้วยประสิทธิภาพที่สูงที่สุด
ก่อนเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อน ในวันนี้หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมาบอกกับประชาชนว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เหมือนเดิมแน่นอน สิ่งที่เปลี่ยนไปมาก ๆ คือวิธีคิดและวิธีการทำงานของพวกเรา จากที่ใครเคยพูดว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นแค่พรรคบ้านใหญ่ ก็พูดไม่ผิดแต่คิดผิด พรรคบ้านใหญ่มาแค่ช่วยคน และดูแลคนในพื้นที่ คิดเรื่องโครงสร้างไม่เป็น แต่ทั้ง 3 คนได้พิสูจน์แล้วว่า โครงสร้างพรรคภูมิใจไทยที่คิดให้กับประเทศไทย แน่นยิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็กตึก 50 ชั้น รับรองว่าไม่ถล่มลงมาแน่นอน ที่ถล่มลงมาไม่ใช่ที่พรรคภูมิใจไทยลงนามแน่นอน
วิศวกรใหญ่อยู่ตรงนี้ จะไม่ให้โครงสร้างมาขย่มขวัญประชาชน ความเป็นพรรคบ้านใหญ่ มีคำจำกัดความของคำว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่ นั่นคือการดูแลคนในพื้นที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทุกคนไม่เคยเป็นเจ้าคนนายคน และต้องมีหน้าที่เอาใจใส่ให้กับชาวบ้านในทุกกิจกรรมที่เป็นชีวิตประจำวัน เราอยู่กับพี่น้องประชาชนตลอดเวลา และมีความภาคภูมิใจที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นพรรคบ้านใหญ่
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า เราจะเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยต่อไป โดยการทำงานมากขึ้น มีคำว่าพลัส เช่น นโยบายเทนพลัส และไทยแลนด์พลัส เราจะสร้างทุกช่องทางให้ประชาชนมีโอกาสสร้างรายได้ และเพิ่มโอกาสทุกครอบครัว โดยจะให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมขาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังงานสะอาด รถ EV เทคโนโลยี AI รวมถึงเศรษฐกิจสีเขียว ให้ผู้ประกอบการไทยเป็นได้ทั้งผู้ผลิตและผู้ขาย ที่ผ่านได้ทุกประตู กติกา และอุปสรรคทางการค้า และเรากำลังผลักดันให้ประเทศไทยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิก OECD ให้ไทยไปยืนอยู่ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อสร้างโอกาสในการแข่งขัน และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยให้ผ่านได้ทุกอย่าง
นอกจากนี้ จะพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้ทันสมัย เด็ก ๆ ของเราต้องได้เรียนฟรี รวมถึงคนไทยที่ยังใฝ่หาความรู้ ก็จะได้เพิ่มความรู้และทักษะในทุกช่วงวัย คนทำงานก็จะได้รับทักษะใหม่ ๆ ให้มีความพร้อมเสมอกับตลาดงานแห่งอนาคต หรือแม้กระทั่งคนที่จะมาเป็นรั้วของชาติ เพื่อการปกป้องอธิปไตยของประเทศ พรรคภูมิใจไทยก็ได้กำหนดนโยบายทหารอาสา เพื่อให้กำลังพลของกองทัพเราเป็นผู้ที่มีความพร้อมทางด้านทักษะ การปกป้องดินแดน และมีความชำนาญด้านวิชาชีพในการดูแลประชาชน และยังทำให้ประเทศไทยของเรามีทหารที่อยากเป็นทหารไว้ดูแลแผ่นดินของพวกเรา
นายอนุทิน กล่าวถึงกรณีที่ The Financial Times ให้ไทยกลายเป็นเสือป่วยแห่งเอเชีย จึงอยากจะบอกว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้กลับเข้าไปบริหารประเทศอีก จะไม่มีวันยอมรับตำแหน่ง “คนป่วยแห่งเอเชีย” เป็นอันขาด และนอกจากจะไม่เป็นคนป่วยแห่งเอเชียแล้ว จะเป็นประเทศที่แข็งแรง มีพลัง เป็นประเทศที่ใคร ๆ ในโลกนี้ต้องมาเป็นพันธมิตรในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจไปด้วยกัน ยืนยันจะไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นผู้ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ใด ๆ ที่ไม่ก่อประโยชน์ และลบศักยภาพของประเทศไทยอย่างแน่นอน
ในระบบภูมิรัฐศาสตร์ที่ประเทศไทยมีความเข้มแข็งหลายด้าน พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่าจะไม่ยอมให้ประเทศไทยเป็นผู้ที่ถูกกำหนดกฎเกณฑ์ที่ไม่ก่อประโยชน์ และลดศักยภาพของประเทศไทยอย่างแน่นอน หากประชาชนให้ตนกลับมาบริหารประเทศอีกครั้ง จะเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็ง อุตสาหกรรมใหม่ ๆ จะเกิดขึ้น มีอนาคตที่ดีขึ้น และนโยบายประชานิยมในอดีตไม่ตอบโจทย์ เชื่อว่านโยบายประชานิยมแจกเงินอย่างเดียวกำลังจะส่งผลเสียกับประเทศไทยในระยะยาว สิ่งเหล่านี้ถูกทำมาเพียงเพื่อแลกกับประโยชน์ และความได้เปรียบทางการเมืองในระยะสั้น สุดท้ายคนที่ต้องจ่าย และคนที่ถูกเช็กบิล ก็คือคนไทยที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรด้วย หากพรรคยังคงนำเสนอนโยบายแบบเน้นรายจ่ายประชานิยม ไม่หาโอกาสให้กับประเทศไทย ประเทศไทยก็จะประสบปัญหามากขึ้น พรรคภูมิใจไทยเชื่อในทฤษฎี “หาเบ็ดให้คนไปตกปลา ไม่ใช่หาปลาไปแจกให้คน”
สถานการณ์ของประเทศไทยในปัจจุบันที่ถูกล้อมและถูกกดดัน ซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขัน หากเลือกผู้บริหารที่มีความพร้อม มีความรู้ และเคยทำงานประสบผลสำเร็จมาแล้ว โอกาสที่จะทำงานสร้างความสำเร็จต่อไปให้กับประเทศไทย รับรองว่ามีมากกว่าคนที่ไม่เคยทำ และไม่มีประสบการณ์
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ประเทศไทยของเราไม่ใช่ที่ฝึกงาน และไม่ใช่ที่ทดลองงานของมือใหม่ที่ไม่เคยทำงานระดับประเทศมาก่อน เราจะฝากอนาคตของประเทศไว้กับมือใหม่ หรือฝากไว้กับมืออาชีพที่มีความพร้อม รอบนี้พรรคภูมิใจไทยพร้อมนำเสนอมืออาชีพมาให้ประชาชนพิจารณา การมีผู้บริหารใหม่ ๆ จากภาคมืออาชีพเข้ามาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ ทำให้วิธีคิดในการทำงานของพรรคภูมิใจไทยเปลี่ยนแปลงไปเป็นอันมาก เรามีพลังมากขึ้น คิดกว้างขึ้น และคิดใหญ่ขึ้น
“วันนี้ประเทศไทยรอไม่ได้ และประเทศไทยเสี่ยงไม่ได้อีกแล้ว เมื่อคนของพรรคภูมิใจไทยเข้ามาทำงาน ประเทศไทยจะไม่เสี่ยงตกขบวนโลก หรือกลับไปสู่วงจรของความขัดแย้งเดิม ๆ และจะไม่เสี่ยงกับการทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงจะไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียอธิปไตย ดังนั้น หากเลือกภูมิใจไทย ประเทศไทยไม่ต้องเสี่ยง”
นายอนุทิน ย้ำว่า วันนี้ประเทศไทยจะมีรัฐบาลที่ทดลองงานหรือฝึกงานไม่ได้ และคนไทยจะทะเลาะกันไม่ได้ วันนี้ประเทศไทยแบกความเสี่ยงไม่ได้อีกแล้ว หากประชาชนเลือกพรรคภูมิใจไทย ประเทศไทยก็จะไม่มีความเสี่ยงเหล่านี้ และประเทศไทยต้องการความร่วมมือ ความสามัคคี และการทำงานกันอย่างเป็นเอกภาพจากทุกฝ่าย ตนจะทำงานอย่างสุดความสามารถกับทีมของตน ให้สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นกับประเทศของเรา
นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า เรื่องสุดท้ายที่อยากพูดให้ชัดเจน คือสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ขอยืนยันว่า หากกัมพูชาไม่รุกรานไทย ไทยก็จะไม่มีปัญหาใด ๆ การปะทะกันทั้ง 2 ครั้ง รอบแรกตกลงแบบค้างคา เพราะรัฐบาลในขณะนั้นทำข้อตกลงหยุดยิง ก่อนที่กองทัพจะจบภารกิจ นำมาสู่การยั่วยุของฝ่ายตรงข้าม และสู่เหตุที่ต้องปะทะกันอีกรอบหนึ่ง และในที่สุดก็มีรอบที่ 2 ซึ่งตนเองได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี
“แต่ความเป็นนายกฯ ของมันต่างตรงที่รัฐบาลของผมสนับสนุนให้กองทัพปฏิบัติภารกิจจนบรรลุเป้าหมาย การทำงานเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ทำให้เราได้แผ่นดินไทยที่เคยถูกรุกรานกลับมาเป็นของไทยได้ทั้งหมด สิ่งที่ได้กราบเรียนมานี้ สมควรแล้วที่ทุกคนจะตะโกนว่า ‘ภูมิใจไทย’ แต่ไม่ใช่ภูมิใจไทยที่เป็นพรรคการเมือง แต่เป็นภูมิใจไทยที่ประเทศของไทย ไม่มีการสูญเสียอธิปไตยและดินแดนแม้แต่น้อย และประเทศไทยสามารถสถาปนาความมั่นคงเหนือดินแดนที่เป็นของเราได้โดยสมบูรณ์ เพราะถูกสนับสนุนและกระทำโดยรัฐบาลชุดนี้”
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันนี้ข้อตกลงหยุดยิงที่รัฐบาลชุดนี้ทำ มุ่งเน้นในเงื่อนไข และวันที่ลงนาม ใครอยู่ตรงไหนต้องอยู่ตรงนั้น ห้ามลุกล้ำเข้ามาอีก และยิ่งไปกว่านี้ ไม่ต้องห่วงว่าจะมีรอบ 3 จนทำให้ไม่สามารถเลือกตั้งได้ ยืนยันว่าการเลือกตั้งมีแน่ เพราะรัฐบาลได้จัดเตรียมความพร้อม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบไว้แล้ว ขอให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันเยอะ ๆ ให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความราบรื่น และชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยเป็นไปด้วยความใสสะอาด
“ขอให้ไว้วางใจอนุทิน ขอให้ไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย ขอให้ลงคะแนนให้เบอร์ 37 เพื่อให้รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยยังคงปกป้องอธิปไตยของชาติ และรักษาผืนแผ่นดินไทย เลือกพรรคภูมิใจไทย จะไม่มีใครคิดรุกรานประเทศไทยได้อีก จะเอารัฐบาลที่เขมรกลัว หรือรัฐบาลที่กลัวเขมร หากไม่อยากได้แบบหลัง เลือกพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37”
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ขอเปิดข่าวดีและประกาศว่า หากพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาล ตนจะเป็นนายกรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนิติ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยกระทรวงเหล่านี้พรรคภูมิใจไทยกำหนดตัวแล้ว ใครก็มาไม่ได้ หากได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะเป็น “แพ็ก 4” แน่นอน พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะยกเลิก MOU 44 ทันที ไม่มีคำว่า 50:50
“เพราะไอ้นั่นคือนโยบายคนละครึ่งพลัสของเอกนิติ เขาเอาไว้สำหรับคนไทย ไม่ใช่ไว้สำหรับกัมพูชา ดังนั้น เรื่องการแบ่งผลประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลแบบ 50:50 ที่เคยมีรัฐบาลเสนอไว้ จะไม่มีอีกต่อไป ส่วน MOU 43 จะให้กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพเสนอแนวทางให้รัฐบาลพิจารณา และตัดสินใจให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและประเทศชาติ แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ ประเทศไทยจะไม่มีวันเสียเปรียบ และเสียดินแดน ภายใต้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยหลังวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569” นายอนุทิน กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' เดินสวนสุขภาพแต้จิ๋ว หาเสียงโค้งสุดท้ายแต่เช้าตรู่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ช่วย น.ส.พัชรินทร์ ซําศิริพงษ์ ผู้สมัคร สส. กทม. เขตสาทร ปทุมวัน ราชเทวี หาเสียง โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชี
กระแสกำลังซา 'ณัฐวุฒิ' พลาดแล้ว! ขุด 'คลิปอังเคิล' โจมตีอนุทิน
‘เต้น’ ซัดเดือด ‘อนุทิน’ พูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้พรรคอื่น ปลุกกระแสชาตินิยมล้นเกิน หาประโยชน์ทางการเมือง เอะอะก็อังเคิล อังเคิล เหน็บ ไม่รู้พรรคส้มใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่เคยเห็นหน้า ขณะที่ ‘ภูมิใจไทย’ ก็ขึ้นป้ายหาเสียง 4 คนเหมือนปลากระป๋องสามแม่ครัว
‘ไอซ์ รักชนก’ หลั่งน้ำตาสาบาน ถ้ายังเป็น สส. จะปกป้องความฝันประชาชน
“รักชนก ศรีนอก” ปราศรัยเวทีใหญ่โค้งสุดท้ายพรรคประชาชน หลั่งน้ำตาประกาศคำสาบานต่อหน้าผู้สนับสนุนว่า หากยังทำหน้าที่ สส. จะทุ่มเททุกทางเพื่อปกป้องความหวังของประชาชน พร้อมเรียกร้องแรงสนับสนุนการเลือกตั้ง 8 ก.พ. ส่ง “ณัฐพงษ์” ตั้งรัฐบาลประชาชน
‘ชูวิทย์’ ฟาดโค้งสุดท้าย! เปิด 5 แผลไม่เลือกพรรคส้ม
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าเหตุผลที่ไม่เลือกพรรคส้ม การปราศรัยครั้งสุดท้าย
'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' ลั่นพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33
เวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย พรรคเพื่อไทย “ยศชนัน” ประกาศความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทย ย้ำทำงานด้วยหัวใจ เปลี่ยนความฝันเป็นความจริง ขอประชาชนให้โอกาส 8 ก.พ. เลือกเพื่อไทยกลับมาบริหารประเทศ
โค้งสุดท้ายไทยก้าวใหม่ 'สุชัชวีร์' ลั่นจะพาไทยทวงบัลลังก์อาเซียน!
ปราศรัยใหญ่พรรคไทยก้าวใหม่ ยืนยันจุดยืนทำการเมืองสร้างสรรค์ไม่ดูถูกใคร พร้อมเดิมพันครั้งสำคัญวันที่ 8 ก.พ. เพื่ออนาคตประเทศและลูกหลาน หากเลือกการเมืองแบบเดิม ประเทศคงไม่เปลี่ยนแปลง ลั่น หากนายกฯ ชื่อ ‘สุชัชวีร์’ จะพาไทยทวงบัลลังก์อาเซียนอีกครั้ง

