เลขาฯปชป. สรุปได้ที่นั่ง 22 ที่นั่ง บอกผิดคาดไม่มากนัก แค่ 3-4 เขต จ่อนัดประชุม กก.บห. 12 ก.พ. ปรับโครงสร้าง-ทบทวนการทำงาน พร้อมนัดอดีตผู้สมัคร สส.กทม. เดินหน้าทำงานการเมืองต่อ พร้อมย้ำ 3 เงื่อนไขร่วมรัฐบาล ยืนยันไม่เอา "กล้าธรรม" ไม่หวั่นภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง
9 กุมภาพันธ์ 2569 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งว่า จากที่ติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการ พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 10 เขต ได้แก่ นครศรีธรรมราช 4 เขต คือ นายทรงศักดิ์ มุสิกอง ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต1 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 นางกนกพร เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 4 และนายจอมไกร สวัสดิวงศ์ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 6
จังหวัดตรัง 2 เขต ได้แก่ นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณฌ์ ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 3 นายกาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 4
จังหวัดสงขลา 2 เขต ได้แก่ นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 และนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 9
จังหวัดระยอง 1 เขต คือ นายพศิน ปิตุเตชะ ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 3
และจ.สุราษฎร์ธานี 1 เขต คือ นายสมชาติ ประดิษฐพร ผู้สมัคร สส.สุราษฎร์ธานี เขต 4
ขณะที่บัญชีรายชื่อคาดว่าจะได้ทั้งสิ้น 12 คน
เมื่อถามถึงกระแสการเลือกนายจูรีให้ชนะแชมป์เก่าและคู่แข่งจากพรรคประชาชน อย่างไร นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นการตอกย้ำของการสร้างการเมืองสุจริตที่พรรคประชาธิปัตย์ถือธงนำต่อต้านการซื้อเสียง และจากเขตดังกล่าวที่นายจูรี มาอันดับหนึ่ง และนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชนมาอันดับสอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าการเลือกตั้งเขตดังกล่าวไม่มีการใช้เงินซื้อเสียง และประชาชนในพื้นที่เลือกคนที่มั่นใจว่าเป็นคนดี เลือกลูกชาวบ้านอย่างนายจูรีให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน นอกจากนั้นแล้วในพื้นที่เลือกตั้งภาคใต้ที่หลายเขตที่ผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนสูสีจึงเป็นแนวทางที่แสดงว่าประชาชนตื่นตัวกับการเมืองสุจริต
เมื่อถามว่าในหลายพื้นที่ที่มีกระแสข่าวเรื่องการทุจริตเลือกตั้ง ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลที่จะยื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผู้แทนของพรรคไม่ได้แจ้งกลับมาทางการ อย่างไรก็ดียอมรับว่ากรรมการบริหารพรรคได้สร้างระบบของการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้เตรียมคนให้จับผิดผู้อื่น เพราะเราเชื่อมั่นในการหาเสียงสุจริต จึงไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์ความผิดปกติเกิดขึ้น
เมื่อถามถึงการประเมินเลือกตั้งในพื้นที่ จ.ตาก นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดหมายว่าแชมป์เก่า เป็นอดีต สส. ในพื้นที่จะได้รับเลือก เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เริ่มต้นช้า เตรียมตัวในระยะเวลาที่สั้น ทำให้ไล่ไม่ทัน แต่คะแนนที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นต้นทุนที่มากพอสมควร ดังนั้นต้องมีการทำงานในพื้นที่ต่อไปและทำในทุกพื้นที่ โดยในวันที่ 11 ก.พ. ตนจะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคมาหารือ และพิจารณาทบทวนว่ามีช่องโหว่จุดไหน นอกจากนั้นแล้วในวันที่ 12 ก.พ. จะนัดอดีตผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรคหารือร่วมกันในทิศทางการทำงาน ว่าผู้ใดจะอยู่ทำงานร่วมกับพรรคต่อไป อยากทำงานแบบไหน
"ผลเลือกตั้งที่ออกมานั้น ผิดความคาดหวังไปไม่มาก แค่ 3-4 เขตเท่านั้นที่ไม่ชนะ เช่น ตรัง เขต 1 และเขต 2 สมุทรสาคร ซึ่งผลเลือกตั้งที่ออกมาต้องยอมรับ และจากนี้ไปต้องทบทวนการทำงาน ชักชวนคนที่พร้อมลุยต่อ เพื่อสร้างการเมืองสุจริตต่อไป ซึ่งผู้สมัคร สส.กทม. หลายคนบอกว่าหลังการเลือกตั้งนี้คือจุดเริ่มต้น" นายชัยวุฒิ กล่าว
เมื่อถามว่าสำหรับผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ประเมินได้หรือไม่ว่าพรรคไหนจะจับมือตั้งรัฐบาลร่วมกัน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่กล้าประเมิน แต่เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยที่ได้มาเป็นอันดับหนึ่งสามารถเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้ง่าย หรือเลือกพรรคร่วมรัฐบาลได้ไม่ยากนัก สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ฐานะพรรคเล็ก ไม่ควรเสนอแนะหรือ ก้าวก่าย
ถามอีกว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรม เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยืนยันเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องพรรคกล้าธรรมเท่านั้น ยังมี 3 เงื่อนไข ได้แก่ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ และสร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง
ถามว่ากังวลหรือไม่ว่า หากพรรคภูมิใจตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง อาจทำให้ฝ่ายค้านทำงานไม่ได้ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะพร้อมทำหน้าที่แทนชาวบ้านได้ แม้ว่าจะมีผู้แทนเพียงคนเดียว กรณีที่เป็นฝ่ายค้านพรรคไม่กังวลต่อรัฐบาลที่มีเสียงเข้มแข็งในสภาฯ เพราะตนมองว่าความมั่นคง เสถียรภาพของรัฐบาลไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายค้าน แต่อยู่ที่พฤติกรรมและการทำงานของรัฐบาล
"ความมั่นคงของเสียงรัฐบาลไม่ใช่ปัญหา เพราะฝ่ายค้านพร้อมทำงานในทุกรูปแบบ แต่หากประเมินโดยเทียบกับยุคสมัยที่รัฐบาลเข้มแข็งเกิน 300 เสียง ผมมองว่าปัจจุบันเงื่อนไขต่างกัน หากรัฐบาลปัจจุบันทำซ้ำรอยกับรัฐบาลที่มีปัญหาในอดีต ประชาชนจะเป็นผู้ส่งสัญญาณ ไม่ใช่พรรคการเมือง ดังนั้นความมั่นคงทางการเมืองขึ้นอยู่กับการบริหาร สนิมเกิดจากเนื้อในไม่ใช่ฝ่ายค้าน หากรัฐบาลจะพังอยู่ที่ตัวเขาเอง แต่รอบนี้ยังไม่เห็นว่าเขาจะทำงานดี หรือ พัง ต้องรอดูพฤติกรรมและการทำงาน ส่วนปัญหาหรือสถานการณ์เมืองต้องดูต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านมีความพร้อมทำหน้าที่" นายชัยวุฒิ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชป.ตามขยี้‘ศุภจี’หนัก จี้เคลียร์สต๊อกปุ๋ยให้ชัด
กษ.ถกเตรียมสรุปแนวทางเสนอรัฐมนตรีคนใหม่ “ปชป.” เรียงหน้าถล่ม “ศุภจี”
กกต. จัดอีเวนต์ถอดบทเรียนเลือกตั้ง ย้ำบาร์โค้ดบนบัตร ลับตามเจตนารมณ์ รธน.โดยแท้
กกต. ย้ำบัตรเลือกตั้ง “คิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด” ยึดตาม รธน. การใช้สิทธิยังเป็นความลับไม่มีผู้ใดรู้การลงคะแนน การตรวจสอบเป็นเรื่องของกระบวนการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
'กรณ์' ซัดรัฐบาลผลักภาระประชาชนมีสิทธิ์เห็นดีเซลลิตรละ 50 บาท!
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
กลัวตกขบวน! 6 พรรคแห่ชงญัตติวิกฤติพลังงาน
'6 พรรค' ชงญัตติกู้วิกฤติพลังงาน 'โรม-มาร์ค' บี้นายกฯมาชี้แจง 'เอกนัฏ' จี้เปิดข้อมูลการส่งน้ำมัน เตือนสติ รมว.พลังงานคนใหม่กล้าแก้ปัญหา
ปชป. เติมพลังคนรุ่นใหม่ ตั้ง 2 รองโฆษกฯ เพิ่ม 'พศิน ปิตุเตชะ - วีร์ ศรีวราธนบูลย์'
พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้แต่งตั้งรองโฆษกพรรคเพิ่มเติมเพื่อเข้ามาเสริมทัพทีมสื่อสารให้เข้มแข็งและครอบคลุมทุกมิติมากยิ่งขึ้น ซึ่งการแต่งตั้งรองโฆษกเพิ่มเติมในครั้งนี้
5 พรรคฝ่ายค้านประชุมนัดแรก เห็นพ้องยื่นญัตติด่วนถกแก้วิกฤตน้ำมัน หวังประธานสภาไม่เบี้ยวอีก
วิปฝ่ายค้านประชุมนัดแรก ไม่เป็นทางการ 5 พรรคที่ไม่โหวต “อนุทิน”นั่งนายกฯ จ่อตั้งญัตติด่วน หารือวิกฤติพลังงาน “พริษฐ์” บอกประสาน “ภท.” แล้ว ไม่กังวลถูกปิดประชุมหนีเหมือนที่ผ่านมา พร้อมเตรียม สส.อภิปรายวางประเด็นสถานการณ์พลังงาน-การปรับขึ้นราคาน้ำมัน

