กษ.ถกเตรียมสรุปแนวทางเสนอรัฐมนตรีคนใหม่ “ปชป.” เรียงหน้าถล่ม “ศุภจี” ซัดปุ๋ยซ้ำรอยน้ำมัน หลัง รมว.พณ.บอกตัวเลขสำรองเหลือใช้ถึงแค่ เม.ย. จากเดิม ส.ค.
เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2569 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เรียกประชุมด่วนผู้บริหารในสังกัด กษ.ทั้งหมด โดยนายวิณะโรจน์กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษ โดยกำชับให้ กษ.ดูแลและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องของปัจจัยการผลิตอย่างทันท่วงที อย่าให้ขาดแคลนอย่างเด็ดขาด และต้องสอดคล้องกับวงรอบการเพาะปลูก โดยเฉพาะเรื่องปุ๋ยเคมี ที่ กษ.ต้องดำเนินการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) บูรณาการความร่วมมือกับสมาคมปุ๋ยและดิน ในการบริหารจัดการปุ๋ยที่มีในปัจจุบันให้สามารถดูแลเกษตรกรได้อย่างคุ้มค่าและรอบด้าน
“นอกจากนี้ยังต้องวางแผนให้การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยต้องตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเพื่อให้สามารถรับมือต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ และนายกฯ ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานราชการสามารถใช้ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ในการรายงานสถานการณ์และทำความเข้าใจกับประชาชน หากมีประเด็นที่เร่งด่วน และยังสามารถใช้กลไกคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการพิจารณาเป็นพิเศษได้อีกด้วย” นายวิณะโรจน์กล่าว และว่า ข้อสรุปทั้งหมดจะมีการเตรียมพร้อมสรุปเสนอต่อ รมว.เกษตรฯ ชุดใหม่เพื่อแก้ปัญหาต่อไป
ขณะเดียวกัน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เผยว่า กรมการค้าภายในได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรเกี่ยวกับการจำหน่ายปุ๋ยเคมีในราคาสูงผิดปกติในพื้นที่ อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา จึง.เดียวกัน (ด้เน้นย้ำเป็นพิเศษใ สนใจ หลังสั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที โดยได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ตำรวจสอบสวนกลาง ล่อซื้อปุ๋ยเคมีตามข้อร้องเรียนเพื่อเก็บพยานหลักฐาน โดยพบมีการจำหน่ายปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 ในราคากระสอบละ 1,190 บาท ซึ่งมีราคาสูง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบเอกสารการจำหน่ายและข้อมูลทางการค้าที่เกี่ยวข้องทันที
“การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ซึ่งกำหนดห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการใดๆ โดยจงใจทำให้ราคาสินค้าต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือก่อให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาสินค้าหรือบริการ โดยหากตรวจพบความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการตรวจสอบไปยังร้านค้าส่ง รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การกระจายสินค้า หากพบว่ามีการร่วมกันกำหนดราคาหรือมีพฤติการณ์เอาเปรียบผู้ซื้อ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกราย”
ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปุ๋ยยูเรียสูตร 40-0-0 เป็นหัวใจหลักของเกษตรกรชาวนาที่ข้าวกำลังเจริญเติบโตและมีความต้องการใช้ปุ๋ยสูง แต่รัฐบาลกลับให้ข้อมูลเรื่องสต๊อกปุ๋ยที่สับสน โดยก่อนหน้านี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เคยยืนยันว่ามีปุ๋ยใช้เพียงพอถึงเดือน ส.ค. แต่ล่าสุดกลับระบุว่ามีใช้ได้ถึงเพียงแค่เดือนเม.ย.เท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลตอบความจริงต่อสังคมว่า แท้จริงแล้วมีสต๊อกปุ๋ยเหลืออยู่เท่าไหร่ และขอเรียกร้องให้กรมการค้าภายในเปิดเผยต้นทุนของบริษัทที่ผลิตปุ๋ยให้ประชาชนชนทราบ และราคาจะมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นกว่านี้อีกหรือไม่
นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “บทเรียนราคาแพงจากคำลวงของ 'ศุภจี' น้ำมันแพง ปุ๋ยขาด ความผิดพลาดของรัฐ” ระบุว่า ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ออกมาสะท้อนวิกฤตปุ๋ยขาดแคลนที่กำลังคุกคามความเป็นอยู่ของเกษตรกรอย่างหนัก ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญคือความผิดพลาดและการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนของ พณ. ภายใต้การนำของนางศุภจี ซึ่งตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาได้ออกมายืนยันสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกรว่า ปริมาณปุ๋ยในประเทศมีเพียงพอจนถึงเดือน ส.ค. ทำให้เกษตรกรจำนวนมากไม่ได้วางแผนสำรองปุ๋ยล่วงหน้า แต่เมื่อวันที่ 26 มี.ค. รมว.พาณิชย์กลับออกมายอมรับว่าปุ๋ยในสต๊อกอาจมีพอถึงแค่เดือนเม.ย.เท่านั้น เท่ากับว่าข้อมูลระยะเวลาหายไปทันทีถึง 4 เดือน แม้รัฐจะระบุว่าสามารถหาเพิ่มเติมได้แต่ราคาจะแตกต่างออกไป ซึ่งหมายถึงราคาที่แพงขึ้น
“นี่มิใช่เพียงความผิดพลาดทางการสื่อสาร แต่เป็นการฆาตกรรมทางเศรษฐกิจต่อเกษตรกร เพราะการที่เกษตรกรหลงเชื่อข้อมูลของรัฐจนไม่ได้เตรียมตัว ทำให้ต้องมาเผชิญกับภาวะปุ๋ยขาดแคลนและราคาพุ่งสูงในช่วงก่อนเข้าฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการบำรุงต้นปาล์ม” นายเชาว์กล่าว และว่า วิกฤตปุ๋ยขาดแคลนนั้นรุนแรงกว่าวิกฤตน้ำมันแพงหลายเท่าตัว เพราะน้ำมันแพงหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่หากไม่มีปุ๋ยใส่ให้ต้นปาล์มในช่วงเวลาที่เหมาะสม ต้นปาล์มจะไม่สร้างผลผลิต เท่ากับสูญเสียรายได้ตลอดทั้งปี นำไปสู่การล้มละลายของครอบครัวเกษตรกร
นายเชาว์เสนอแนวทางแก้ไข 4 ข้อ คือ 1.ต้องกางตัวเลขสต๊อกปุ๋ยและแหล่งนำเข้าที่มีปัญหาตามความเป็นจริง 2.เร่งเจรจานำเข้าปุ๋ยด่วน ต้องใช้ทุกกลไกหาแหล่งปุ๋ยใหม่ๆ จากทั่วโลก ไม่พึ่งพาเพียงแหล่งเดิม และต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าจะนำเข้ามาจากไหน ในราคาเท่าใด 3.คุมราคาและจัดการการกักตุน โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อควบคุมราคาปุ๋ยไม่ให้พุ่งสูงเกินจริง และปราบปรามพ่อค้าคนกลางที่ฉวยโอกาสกักตุนสินค้า และ 4.เยียวยาเกษตรกร โดยรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตนเอง ด้วยการชดเชยเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนปุ๋ยตามกำหนด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ลุ้นพิเชษฐชิงผู้ว่าฯ แม้วควงอ้อเช็กฟิต
“ทักษิณ” ควงคุณหญิงอ้อพร้อม 2 ลูกสาวเช็กสุขภาพ รพ.พระราม 9
อนุทินสั่งครม.ลุยกู้ มั่นใจพรก.ไม่สะดุด‘ไทยช่วยไทยพลัส’เดินตามไทม์ไลน์
“นายกฯ” โชว์ขี่รถพ่วงข้างพุ่มพวงพา "ศุภจี” ซ้อนท้าย เปิด “ไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ” กระจายสินค้าราคาถูก
เร่งปราบนอมินี สอบ‘20บริษัท’ ยึดพะงัน-สมุย
นายกฯ สั่ง คกก.นโยบายที่ดินฯ เร่งรับรองโฉนดชุมชนให้เสร็จใน 60 วัน
หนูปลอบหายห่วง‘ตี๋C4’ ตร.ตื่นล้างบางใน3เดือน
นายกฯ ย้ำคดี “หมิงเฉิน ซัน” หากพาดพิงใครดำเนินคดีหมด
สภาสูงหวั่นค่าโง่แลนด์บริดจ์
สภาสูงถก “รายงาน-ญัตติแลนด์บริดจ์” รุมถล่มชี้จุดอ่อนเพียบ
'อนุทิน' โชว์ขับรถพ่วงข้างพุ่มพวง พา 'ศุภจี' ซ้อนท้าย เปิด ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ
ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการเปิดกิจกรรม “ไทยช่

