'ผู้พันปุ่น' ข้องใจ 'บาร์โค้ด' ถ้าตรวจสอบย้อนหลังถึงต้นขั้วว่าใครเป็นผู้ลงคะแนน งานช้างเข้าเต็มๆ

13 ก.พ.2569 - น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า
·
ถ้าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง เป็นไปตามที่ กกต.ชี้แจง แสดงว่ากกต. รับรู้รับทราบ ในการจัดทำบาร์โค้ดลงบนบัตรเลือกตั้ง แต่ละใบแบบนี้
เหตุผลที่ กกต.ชี้แจงคือ การทำบาร์โค้ดที่บัตรเลือกตั้งทุกใบ เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย ทำให้สามารถรู้ล็อตในการจัดพิมพ์ เป็นข้อมูลที่ไปที่มาว่า พิมพ์เมื่อไหร่ อย่างไร แจกจ่ายไปเขตไหน โดยยืนยันว่า เป็นมาตรการในการควบคุมบัตรเลือกตั้งของ กกต.
อีกนัยหนึ่งแปลว่า กกต. ยอมรับว่าวัตถุประสงค์ในการจัดทำบาร์โค้ดนี้ มีไว้เพื่อให้มีการสแกนบาร์โค๊ดอ่านข้อมูลเพื่อการตรวจสอบย้อนกลับในภายหลังได้
รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 85
กำหนดไว้ว่า ให้การเลือกตั้ง สส.เป็น
“การออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ”
พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561
มาตรา 96 กำหนดว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทําเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง”
กรณีนี้จึงต้องดูว่า บาร์โค้ดของหน่วยเดียวกันหรือเขตเดียวกัน เป็นบาร์โค้ดเดียวกันทั้งหมดหรือไม่ และการตรวจสอบย้อนหลัง สามารถลงลึกสุดได้แค่ระดับหน่วยเลือกตั้งเดียวกัน โดยไม่สามารถเชื่อมโยงให้ทราบ ถึงรายละเอียดตัวบุคคล ที่เป็นผู้ลงคะแนนในบัตรนั้นใช่หรือไม่?
ถ้าใช่ บาร์โค้ดนี้อาจตีความได้ว่าไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ เพราะไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อระบุคนที่กาบัตรลงคะแนนใบนั้นๆได้
แต่หากตรวจพบว่าบัตรแต่ละใบ บาร์โค้ดมีลักษณะเฉพาะของมันเอง (Unique Running
Number) โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสแกนบาร์โค้ดแล้ว หมายเลขบัตรลงคะแนน เชื่อมโยงกับหมายเลขบนต้นขั้ว ที่มีการลงชื่อผู้ลงคะแนนอยู่ด้วย ถ้าเป็นแบบนี้อาจเป็นปัญหาต่อข้อกำหนดตามรัฐธรรมนูญได้
เทียบกับบรรทัดฐานเดิม ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ให้การเลือกตั้ง 2เมษายน 2549 เป็นโมฆะ จากการที่มีหน่วยเลือกตั้ง หันหน้า หันหลังผิดทาง โดยเหตุผลหลักคือ:
“การจัดคูหาบางแห่ง ไม่สามารถรักษาความลับของผู้ลงคะแนนได้ จึงไม่เป็นไปตามหลักการลงคะแนนโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญ”
โดยศาลไม่ได้พิจารณาว่า
“มีผู้ใดรู้การลงคะแนนลับนั้นหรือไม่”
แต่บรรทัดฐานที่พิจารณาคือ
“โครงสร้างระบบ เปิดโอกาสให้ความลับถูกละเมิดได้หรือไม่”
สาระสำคัญคือ: ระบบต้องไม่เปิดช่องให้ตรวจสอบย้อนกลับ ไประบุตัวผู้ลงคะแนนได้
เทียบกับระบบในปัจจุบัน คือระบบที่ใช้คำว่า zero Knowledge, Zero Knowledge Proof, zero Knowledge Encryption คือต้องไม่มีความรู้ใดในโลก ที่จะสามารถใช้เพื่อ ตรวจสอบย้อนกลับไปถึงต้นทางได้
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ หากพบว่าบาร์โค้ดของบัตรเลือกตั้งเป็น Unique Runing Number ที่ตรงกับต้นขั้วที่มีรายชื่อผู้ลงคะแนน
แสดงว่าไม่มีบัตรเลือกตั้งแม้แต่ 1ใบ ที่เป็น Zero Knowledge หมายความว่า บัตรทุกใบสามารถสแกนบาร์โค้ด ตรวจสอบย้อนหลังได้จนถึงต้นขั้วที่มีรายชื่อ ว่าใครเป็นผู้ลงคะแนน
งานช้างเข้าเต็มๆ ตัวใหญ่ขนาดนี้
จะมุดออกรูไหน ยังนึกไม่ออกเลย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่รีบ! อนุทินบอกยังมีเวลาเลือกใครร่วมรัฐบาล

'อนุทิน' บอกยังมีเวลาตัดสินใจเลือกใครร่วมรัฐบาล ตอบ 'สีธงชาติ' หลังถูกถามสูตรตั้งรัฐบาลสีเขียวหรือแดง เผยเตรียมปรับปรุงที่ทำการพรรครองรับ สส.เพิ่มขึ้นเกือบ 200 คน ยันไม่ย้ายเพราะฮวงจุ้ยดี

'มาร์ค' จี้ กกต.เร่งเคลียร์ก่อนลุกลามเกิดเหตุไม่พึงประสงค์!

'มาร์ค' แถลงจี้ 'กกต.'เร่งเปิดข้อมูล 'บัตร- คะแนน' เลือกตั้ง หวั่นเหตุการณ์ลุกลามเกิดเหตุไม่พึงประสงค์ เตือนอย่ามองเป็นเรื่องเล็ก เกรงกระทบต่อเสถียรภาพการเมือง กระบวนการประชาธิปไตย

'จตุพร' ฟาด กกต.หอคอยงาช้าง ไม่ลงพื้นที่สางปัญหาชลบุรี จี้ 'นับใหม่' ทำให้สิ้นสงสัย

'จตุพร' ฟาด กกต.หอคอยงาช้าง ไม่ลงพื้นที่สางปัญหาชลบุรี จนกระหึ่มเสียงโกง สกปรกขยายลาม จี้ 'นับใหม่' ทำให้สิ้นสงสัย แนะ ภท.จับมือ กธ.ตั้ง รบ.ให้มั่น อย่าหวั่นไหวข่าวเสี้ยม ติงผลักมิตรเป็นศัตรูจบเห่ทันที

'สมชัย' จับตา เลือกตั้งผิดปกติ เขต 1 ชลบุรี จะโมฆะ - มีกกต. ได้ย้ายที่นอนไหม

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า รับได้ไหม การชี้แจงจาก กกต. กรณีสิ่งผิดปกติของการเลือกตั้ง เขต 1 ชลบุรี