
'อ.ปริญญา' ข้องใจ บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไม่มีในทีโออาร์ ชี้ตามระเบียบเลือกตั้ง มีรหัส'เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง' เท่านั้น การอ้างเหตุผลอื่นย่อมผิดระเบียบตัวเอง แนะตัวแทนบริษัทพิมพ์บัตรมาตอบคำถามสื่อให้หายสงสัย
18ก.พ.2569- ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความ เรื่อง [ ปริศนาบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด : ไม่มีในทีโออาร์ และตามระเบียบเลือกตั้ง มีรหัส หรือเครื่องหมาย “เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง” เท่านั้น ] มีเนื้อหาดังนี้
กกต. ชี้แจงเรื่องบาร์โค้ด และคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งว่า “เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง“ และยังมีคำอธิบายอีกหลายเหตุผล อาทิ ตรวจสอบยอดพิมพ์ ตรวจสอบก่อนเข้าเล่ม ป้องกันการใช้บัตรข้ามเขต ป้องกันบัตรเขย่ง (เหตุผลสองข้อหลังน่าสนใจมาก ผมจะได้กล่าวถึงในภายหลัง)
เรื่องนี้จึงต้องไปตรวจสอบในระเบียบการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2566 ซึ่งกำหนดไว้ที่ข้อ 129 วรรคสอง ว่า กกต. “อาจกำหนดให้มีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษในบัตรเลือกตั้งโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง”
จะเห็นได้ว่าเหตุผลในการมีรหัส หรือเครื่องหมาย หรือข้อความอื่นใดในบัตรเลือกตั้ง จะต้องเป็นไปเพื่อ “ป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง” เท่านั้น การอ้างเหตุผลอื่นมาใส่บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดแบบแต่ละใบไม่เหมือนกัน หรือแบบรันตัวเลข (running number) จึงย่อมผิดระเบียบตัวเอง และแน่นอนว่าเมื่อเป็นแบบรันตัวเลข จึงย่อมขัดกับหลักการเลือกตั้งโดยลับ เพราะสามารถสแกนไปหาต้นขั้วได้ และสามารถรู้ได้ว่าใครกาบัตรนั้น
คำถามคือ ทำไม กกต. จึงต้องอ้างเหตุผลอื่น? ทำไมอ้างแต่เหตุผลป้องกันการปลอมแปลงบัตรอย่างเดียวไม่ได้? เรื่องนี้เข้าใจได้ไม่ยากเลยครับ เพราะถ้าจะป้องกันการปลอมแปลงบัตร วิธีการจะเป็นแบบอื่น เช่น ลายน้ำ (แบบในธนบัตร) หรือ เครื่องหมายที่ตรวจด้วยอินฟาเรด เป็นต้น ไม่ใช่วิธีนี้ครับ
ที่สำคัญคือ บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดแบบแต่ละใบไม่เหมือนกันนี้ ราคาจะแพงกว่าการใช้เครื่องหมายที่เหมือนกัน เพราะต้องพิมพ์คิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ดแต่ละใบที่แตกต่างกัน และประเด็นที่สำคัญที่สุดในเรื่องนี้คือ บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ไม่อยู่ในทีโออาร์ หรือข้อกำหนดของสัญญาครับ!
คำถามคือ ใครเป็นคนบอกบริษัทให้เพิ่มเข้าไป? ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นการเพิ่มแบบเตรียมราคารองรับไว้แล้ว (บัตรแบบแบ่งเขตใบละ 1.20 บาท ส่วนบัตรแบบบัญชีรายชื่อใบละ 1.45 บาท ซึ่งแพงกว่าปกติพอสมควร) มิเช่นนั้น บริษัทคงเพิ่มบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดให้ไม่ได้ แล้วก็ยังใช้วิธีการแบบเฉพาะเจาะจงคือกำหนดบริษัทที่มารับงานโดยไม่เปิดให้แข่งขัน จึงยิ่งน่าสงสัยเข้าไปอีก
ผมขอแนะนำว่า ถ้าจะให้คนหายสงสัย กกต. ต้องเปิดเผยว่า ถ้ามันจำเป็นต้องมีคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดจริงๆ อย่างที่พยายามบอกประชาชน แล้วทำไมบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดจึงไม่อยู่ในทีโออาร์ของสัญญาจ้างพิมพ์บัตร? แล้วถ้าไม่มีเรื่องนี้ในทีโออาร์ ทำไมคณะกรรมการกำหนดราคากลางจึงกำหนดราคาสูงเท่านี้ (ถ้าราคาสูงเพื่อให้มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ก็ต้องมีในทีโออาร์)? ทำไมต้องเฉพาะเจาะจงบริษัท? และที่สำคัญใครเป็นผู้รับผิดชอบในการบอกบริษัทให้มีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้ง?
ถ้าจะให้ดี กกต. นำตัวแทนบริษัททั้งสอง (ชื่อระบุไว้ในเอกสาร) มาชี้แจงตอบคำถามกับสื่อมวลชนเลยครับ เอาบัตรเลือกตั้งที่เหลือมาให้แสกนให้หายสงสัยกันไปเลย ถ้าไม่ทำอย่างนี้คนจะยิ่งสงสัย ยิ่งชี้แจงจะยิ่งเป็นการแก้ตัว และคนจะยิ่งสงสัยจนไม่ยอมแน่ครับ
.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สมชัย' เร่งตั้งกองทุนช่วยเหลือประชาชนสู้คดีป่วนเลือกตั้ง ฟ้องกลับ กกต.
"สมชัย" จ่อร้องกองปราบถามข้อมูลคดีที่ กกต.กล่าวหา 12 มี.ค.นี้ ชี้เป็นบทเรียนของ กกต.อย่าใช้บาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งอีก เตรียมเปิดตัวกองทุนสู้ กกต.ช่วยเหลือ ปชช.ถูกฟ้อง
'กกต.' ระทึก! ศาลฎีกาชี้ชะตาชดใช้ 70 ล้าน คดีใบส้ม
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ปูพื้นคดีใบส้ม 70 ล้าน ก่อนถึงวันอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาวันพรุ่งนี้
ศาลปกครอง เผยคืบหน้าพิจารณาคดีเลือกตั้ง-ประชามติ 18 คดี
ศาลปกครอง เผย คดีเลือกตั้ง-ประชามติ 18 คดี ได้พิจารณายกฟ้องไปแล้ว 1 คดี ไม่รับฟ้อง 2 คดี และขอถอนฟ้อง 1คดี
'สมชัย' ปลุกตั้งกองทุนสู้คดี 'กกต.' พร้อมวางสเปกผู้บริหาร
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตั้งกองทุน สู้ กกต. กันไหม
'เลขาสภา' แจงไทม์ไลน์เปิดประชุมรัฐสภาเลือก 'ประธานสภา-นายกฯ'
'เลขาสภา' แจงไทม์ไลน์เปิดประชุมรัฐสภา รอจำนวน สส.ที่เหมาะสมก่อน ยอมรับ เป็นไปได้เลือกประธานสภา มี.ค.นี้ ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองอันดับหนึ่ง ระบุรายงานตัวช้าไม่เป็นปัจจัย
'วันนอร์' หนุนตั้งรัฐบาลโดยเร็ว!
'วันนอร์' หนุนตั้งรัฐบาลโดยเร็ว ชี้ต้องเร่งสร้างความน่าเชื่อถือ เดินหน้าแก้เศรษฐกิจ

