'หมอวรงค์' โชว์สปิริต ตั้งผู้ช่วย สส. แค่ 3 คน ลั่น หากสภาร่วมใจลดโควตาตามช่วยชาติประหยัดงบฯได้มหาศาลกว่า 2,500 ล้านบาทใน 4 ปี พร้อมโต้ข่าวโซเชียล ย้ำปฏิรูปประเทศต้องเริ่มที่สภา
21 พ.ค.2569 - ที่รัฐสภา นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี แถลงข่าวยืนยันแนวทางการแต่งตั้งผู้ช่วย สส. เพียง 3 คน จากสิทธิที่สามารถแต่งตั้งได้ 8 คน โดยระบุว่าเป็นแนวทางต้นแบบในการปฏิรูประบบการทำงานของรัฐสภาและลดภาระงบประมาณของประเทศ
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยประกาศเจตนารมณ์ในการแต่งตั้งผู้ช่วย สส. เพียง 3 คน พร้อมฉีกเอกสารแต่งตั้งผู้ช่วยอีก 5 คนในเชิงสัญลักษณ์ สะท้อนแนวคิดลดรายจ่ายภาครัฐ แต่ต่อมามีบางกลุ่มนำข้อมูลเมื่อประมาณ 15 ปีก่อนมาเผยแพร่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีการแต่งตั้งผู้ช่วยมากกว่าที่ประกาศไว้
ทั้งนี้ การออกมาแถลงข่าวครั้งนี้ เป็นการยืนยันอีกครั้งหลังบัตรประจำตัวผู้ช่วย สส. ทั้ง 3 คนออกอย่างเป็นทางการแล้ว โดยย้ำว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา ผู้ช่วยเพียง 3 คนยังสามารถสนับสนุนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะท้อนว่าการมีผู้ช่วยครบ 8 คนอาจเกินความจำเป็น
นพ.วรงค์ ระบุว่า ผู้ช่วย สส. 1 คน มีเงินเดือนประมาณ 15,000 บาท การลดจำนวนผู้ช่วยลง 5 คน จะช่วยประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 75,000 บาทต่อเดือน หรือราว 900,000 บาทต่อปี หากสมาชิกรัฐสภาทั้ง 700 คน ทั้ง สส. และ สว. ลดจำนวนผู้ช่วยลงคนละ 5 คน จะสามารถประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 630 ล้านบาทต่อปี หรือกว่า 2,520 ล้านบาทตลอดวาระ 4 ปีของสภา
นอกจากนี้ นพ.วรงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรประกาศยกเลิกการปรับขึ้นเงินเดือนสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมองว่าเป็นอีกแนวทางหนึ่งในการลดภาระงบประมาณของประเทศในช่วงที่เศรษฐกิจยังเผชิญวิกฤตและรัฐต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการดูแลประชาชน
อีกประเด็นหนึ่งที่ นพ.วรงค์ หยิบยกขึ้นมา คือกรณีกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งสมาชิกจะถูกหักเงินเดือนเดือนละ 3,500 บาท เพื่อรับสิทธิประโยชน์ 5 ด้าน ได้แก่ เงินบำนาญตลอดชีวิต สิทธิรักษาพยาบาลและตรวจสุขภาพ การช่วยเหลือค่าเล่าเรียนบุตร เงินช่วยเหลือกรณีทุพพลภาพ และเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิต
ทั้งนี้ นพ.วรงค์ ยืนยันจุดยืนคัดค้านระบบบำนาญตลอดชีวิตของอดีต สส. และ สว. โดยมองว่าเป็นภาระระยะยาวต่อภาษีประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงช่องโหว่ ของระเบียบกองทุนดังกล่าว โดยเฉพาะกรณี สส. บัญชีรายชื่อที่เข้ามาดำรงตำแหน่งเพียงไม่กี่วันก่อนลาออก แต่ยังได้รับสิทธิประโยชน์บางส่วนจากกองทุน แม้ไม่ได้ส่งเงินสะสมเข้ากองทุนก็ตาม
สุดท้ายนี้ นพ.วรงค์ จึงเรียกร้องให้คณะกรรมการกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาปรับปรุงระเบียบให้รัดกุมมากขึ้น เพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างของกฎหมายและลดภาระด้านงบประมาณของภาครัฐ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ชวน' ชี้ต้นตองบ กยศ.ไม่พอมาจากคนกู้ไม่คืนหนี้-นักการเมืองหาเสียง
'ชวน หลีกภัย' ชี้เหตุงบ กยศ.ไม่เพียงพอ มาจากผู้กู้ไม่คืนหนี้- นักการเมืองหาเสียงแก้กฎเกณฑ์ ขอรุ่นพี่คืนเงินให้รุ่นน้องได้เรียนต่อ แฉ ม.เอกชนหลอกเด็กเรียนฟรีไม่ต้องคืนตังค์ ย้ำ กยศ.ต้องเข้มงวดสถาบันการศึกษา
นายกฯ ชูปฏิรูปประเทศสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
นายกฯ ชูวิสัยทัศน์ 'Future-Ready Thailand' พลิกจุดแข็งประเทศสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ มุ่งเพิ่มผลิตภาพ สร้างมูลค่าสูง ดึงดูดการลงทุนคุณภาพ เดินหน้าปฏิรูปประเทศสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
'ศุภชัย' จี้ 'โรม–รักชนก–ภคมน' สอบปมความโปร่งใสการใช้เงิน 230 ล้านของ Thai PBS
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานฝ่ายกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก แสดงความคิดเห็นกรณีรายงา
'เอกนิติ' ปัดตอบรื้อกม. 'ไทยพีบีเอส-สสส.' เข้าระบบงบฯ แทนใช้ภาษีบาป บอกยังไม่ได้รายงาน
‘เอกนิติ’ ปัดตอบปมรื้อกฎหมาย ให้ ‘Thai PBS-สสส.’ เข้าระบบงบประมาณแผ่นดิน แทนการใช้ภาษีบาป บอกสั้นๆ ‘ขอดูก่อน ยังไม่ได้มารายงานเลย’
'ภท.' เฉลยแล้ว! ทำไมแตะ 'ภาษีบาป' เส้นเงินไปทางไหน ใช้ทำอะไร
'ศุภชัย' ร่ายยาวทำไมสังคายนา 'ภาษีบาป' ชี้ถึงเวลาประเทศไทยต้องปฏิรูปภาษีทั้งระบบ ยันนายทุนเหล้าบุหรี่ต้องจ่ายเหมือนเดิม แค่เปลี่ยนเส้นทางเงิน เปลี่ยนเข้ารายได้รัฐแทน
'ภาษีบาป' เดือด! 4 ร่างกฎหมายจุดศึก รื้อเงินบำรุง-หนุนค้านโต้กันยับ
ร่างกฎหมายรื้อระบบ “ภาษีบาป” จุดกระแสถกเถียง “ศุภชัย” ยันไม่ยุบ 4 องค์กร แค่เปลี่ยนเงินเข้าสู่ระบบงบ

