'สกลธี' ทวงเงินเยียวยา 'แท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์' กลางสภา!

'สกลธี' จี้คมนาคมเร่งจ่ายเงินเยียวยาแท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์ หวั่นตกหล่นทำคนรากหญ้าหนีซบเงินกู้นอกระบบ

04 มิ.ย.2569 - นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หารือในสภาผู้แทนราษฎรโดยเรียกร้องไปยังกระทรวงคมนาคมและรัฐบาลให้เร่งรัดการดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 เม.ย. เกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ขับขี่ในภาคขนส่งสาธารณะ

นายสกลธี ระบุว่า จากการลงพื้นที่รับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พบว่ากลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์รับจ้าง (แท็กซี่) และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างจำนวนมากที่ได้ลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือไปตั้งแต่เดือนเมษายน ปัจจุบันยังคงไม่ได้รับเงินเยียวยา และเรื่องยังคงเงียบหาย โดยตามเกณฑ์สิทธิ์แท็กซี่ จะต้องได้รับเงินช่วยเหลือคันละ 5,040 บาท และวินมอเตอร์ไซค์คันละ 840 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการพยุงค่าครองชีพที่รอไม่ได้ และหากรัฐบาลยังจ่ายเงินล่าช้า อาจบีบบังคับให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานเหล่านี้ต้องหันไปพึ่งพาการกู้นอกระบบ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมให้ปัญหาหนี้สินมีความซับซ้อนและรุนแรงขึ้น

นายสกลธี ยังได้สะท้อนถึงช่องโหว่และข้อจำกัดของนโยบายเยียวยาดังกล่าวใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1.ความไม่เป็นธรรมในกลุ่มผู้เช่าขับ เงินเยียวยาของกลุ่มรถแท็กซี่ในปัจจุบัน ตกเป็นสิทธิ์ของตัวเจ้าของรถ ไม่ได้ตกถึงมือคนขับแท็กซี่ที่เป็นผู้รับจ้างขับรถและเป็นผู้เดือดร้อนตัวจริง 2. วงเงินช่วยเหลือไม่เพียงพอ วงเงินเยียวยาของวินมอเตอร์ไซค์ที่มีอยู่ราว 120,000 กว่าคน ได้รับเพียงคนละ 840 บาท ซึ่งถือว่าน้อยเกินไปและไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงเสนอให้รัฐพิจารณาเพิ่มวงเงิน

นายสกลธี กล่าวย้ำว่า 3. กลุ่มไรเดอร์ป้ายขาว ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ทั้งๆที่มีกลุ่มไรเดอร์ป้ายขาวประมาณ 300,000-400,000 คัน ที่ตกหล่นจากมาตรการรอบนี้ แม้รัฐบาลเคยรับปากว่าจะดูแลให้ภายในเดือนมิถุนายน แต่จนถึงขณะนี้เรื่องก็ยังเงียบอยู่

นายสกลธี บอกต่อว่า 4.อุปสรรคทางเทคโนโลยี ระบบการลงทะเบียนและการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันรวมถึงระบบ GPS มีความซับซ้อน ทำให้ผู้ขับขี่ที่เป็นผู้สูงอายุใช้งานได้ยากและต้องหลุดออกจากระบบไปอย่างน่าเสียดาย

"นโยบายนี้ช่วยเหมาจ่ายค่าเสียหายตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.ถึง 31 พ.ค.รวมเวลาเพียง 42 วันเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ความเดือดร้อนของพี่น้องกลุ่มนี้มีระยะเวลายาวนานกว่านั้นมาก ผมจึงอยากฝากผ่านท่านประธานสภา ไปยังกระทรวงคมนาคมให้ช่วยเร่งรัด และหากรัฐบาลมีการจัดสรรเงินกู้รอบใหม่ ขอให้พิจารณานำเงินมาช่วยเหลือเยียวยากลุ่มอาชีพขนส่งมวลชนรากหญ้าเหล่านี้เพิ่มเติมด้วย" นายสกลธี กล่าว

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชป. แฉพิรุธจัดซื้อจัดจ้าง กทม. ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซอยย่อยให้ต่ำกว่า 5 แสน สูงถึง 38,945 โครงการ

นายสกลธี ภัททิยกุล พร้อมด้วยนางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.พรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีข้อสงสัยการจัดซื้อจัดจ้างโครงการของกรุงเทพมหานคร

ปชป. ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ คัดค้านคำชี้แจงรัฐบาลออก พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ชี้ทำลายวินัยทางการคลัง

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางมาที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อยื่นคัดค้านคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรีในเรื่องการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การกู้ยืมเงิน 400,000 ล้านบาท  โดยนายกรณ์  กล่าวว่า จากคำชี้แจงของคณะรัฐมนตรี

'อนุชา' ไม่หวั่นโพลตามหลัง เร่งทำงานหนักขึ้น ชูนโยบายอนาคตคนกรุง

'อนุชา' ผนึก 'อภิสิทธิ์' นำทัพทีมผู้บริหารประชาธิปัตย์ลุยหาเสียงคลองเตย-อโศก ยันไม่หวั่นกระแสโพล พร้อมเร่งเครื่องชูนโยบายอนาคตคนกรุงเทพ

เฮ! ก.คมนาคม ปลดล็อกจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง

ก.คมนาคม ปลดล็อกรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง รัฐบาลเชิญชวนนำรถตรวจสภาพ จดทะเบียน “รย.12” หนุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ 14 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และเพื่อให้รถมีความปลอดภัยเหมาะสมต่อการใช้งาน รองรับกลุ่ม “รถเศรษฐกิจชุมชน” เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันประชาชนจำนวนมากใช้เป็นเครื่องมือในการประกอบอาชีพและดำรงชีวิต อยู่เคียงคู่กับชุมชนไทยมาอย่างยาวนาน สำหรับการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จะได้รับการจดทะเบียนเป็นรถประเภท "รย.12" ซึ่งเป็นลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้างตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอ พร้อมนำรถเข้าตรวจสภาพ และชำระภาษี ซึ่งมีอัตราภาษีรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง 150 บาท นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียนต้องมีองค์ประกอบและอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยที่เหมาะสมกับการใช้งาน ซึ่งกำหนดรายละเอียดสำคัญของรถพ่วงข้าง ดังนี้ ความยาวไม่เกิน 1.75 เมตร ความสูงไม่เกิน 2 เมตร ความกว้างไม่เกิน 1.10 เมตร และความกว้างรวมกับรถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 1.5 เมตร ทั้งนี้ เมื่อผ่านการตรวจสภาพแล้ว ต้องเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน โดยการติดตั้งอุปกรณ์ อาทิ ไฟหน้าต้องมีไฟหน้าสีขาวหรือสีเหลือง เพื่อให้ผู้ใช้ถนนมองเห็นได้ชัดเจน มีแผ่นสะท้อนแสง และติดตั้งอุปกรณ์สะท้อนแสงสีแดงบริเวณด้านท้าย เพื่อเพิ่มการมองเห็นในเวลากลางคืน รวมถึงติดตั้งไฟท้ายและไฟเบรกสีแดงให้ส่องสว่างไปด้านหลัง ช่วยแจ้งเตือนรถคันอื่นเมื่อชะลอหรือหยุดรถ รวมทั้งติดป้ายสะท้อนแสงคำว่า "รถพ่วงข้าง" ที่ด้านท้าย โดยใช้พื้นสีขาวหรือสีเหลือง และตัวอักษรสีดำ เพื่อให้มองเห็นได้ชัดในช่วงกลางคืน “รัฐบาลเชิญชวนให้เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างนำรถเข้าจดทะเบียน เพื่อสามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและยังได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยเจ้าของรถสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมทั้งนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อให้นายทะเบียนบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อให้มีการกำกับ ควบคุม ให้สอดคล้องกับบริบทการใช้ชีวิตของประชาชน ส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้รถเศรษฐกิจชุมชนประกอบอาชีพเลี้ยงชีพได้อย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนในชุมชน” นางสาวพลอยทะเล ระบุ

ชัดเจน! 'นิพิฏฐ์' เผยความเชื่อ 5 ประการ ปีศาจทางการเมืองตัวใหม่กำเนิดขึ้นแล้ว

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความเชื่อ 5 ประการ ของผม ผมเป็นเพียงอดีตนักการเมือง เป็นคนธรรมดา ไม่จำเป็นต้องใส่ใจความเห็นผม

'รัดเกล้า' โวยหลายหน่วยงานรัฐเมิน 'สมรสเท่าเทียม'

'รัดเกล้า' เผยหลายหน่วยงานรัฐ เมิน 'สมรสเท่าเทียม' ทำพนักงาน กฟภ.กว่า 50 คน อดสิทธิ์รักษาพยาบาลคู่สมรส จี้ คลัง-แรงงาน แจง อย่าปล่อยความเท่าเทียมเป็นแค่กระดาษ