
‘ทนายชุมสาย’ ร้อง ‘อนุทิน’ ปราบมาเฟียป่าตอง แฉ ‘นาย ว.’ ตั้งตัวเป็นผู้มีอิทธิพล-รีดค่าคุ้มครอง ด้าน ‘พลอยทะเล’ รับเรื่อง ชงนายกฯ ลงพื้นที่สางปัญหา ย้ำนโยบายรัฐบาลปราบให้สิ้นซาก
5 มิ.ย. 2569 – เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายชุมสาย ศรียาภัย อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เพื่อขอให้แก้ไขปัญหามาเฟีย ผู้มีอิทธิพลเรียกค่าคุ้มครองและกระทำความผิดกฏหมายฐานกรรโชกทรัพย์ อั้งยี่ ความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การทวงถามหนี้ พ.ศ.2558 โดยมี น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่อง
นายชุมสาย กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่นายกฯ มีข้อสั่งการให้แก้ปัญหามาเฟีย จ.ภูเก็ต และลงพื้นที่หาดบางเทา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ก่อนหน้านี้ แต่ปรากฏว่า ยังมีผู้มีอิทธิพลไปเรียกเก็บค่าคุ้มครองจากผู้ประกอบการในพื้นที่อื่นของ จ.ภูเก็ต อีกจำนวนมาก เช่น บริเวณซอยแสนสบาย ต.ป่าตอง อ.กระทู้ ที่มีผู้ประกอบการรายหนึ่ง อักษรย่อ นาย ว. อ้างมีสายสัมพันธ์อันดีกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงในจังหวัดไปเรียกเก็บค่าคุ้มครองจากผู้ค้ารายย่อยที่เข้าไปประกอบการโดยรุกล้ำที่ดินเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นรายเดือน เดือนละ 1 ล้านบาท ตนได้ร้องเรียนไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตให้ตรวจสอบ แต่เรื่องเงียบหาย รวมถึงแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ. ป่าตองไว้ 3 คดี บางคดีเจ้าหน้าที่เร่งรัดดำเนินการ แต่บางส่วนดึงเรื่องให้ล่าช้า เพราะไม่ได้อยู่ในจุดที่รัฐบาลไปโฟกัส
นายชุมสาย กล่าวว่า จึงต้องมาร้องเรียนที่รัฐบาลเพื่อเร่งดำเนินการแก้ไข เนื่องจากสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เพราะประเด็นเรื่องมาเฟียเรียกค่าคุ้มครองมีหลายที่ และที่น่ากังวลไม่ใช่ผู้ประกอบการเอกชน แต่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ขอฝากให้นายกฯเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด
ขณะที่น.ส.พลอยทะเล เรื่องนี้นายกฯและรัฐบาลตั้งเป้าจะแก้ให้หมดไป โดยเฉพาะที่ จ.ภูเก็ตที่โดนละเลย และรับรู้มาตลอด มีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอิทธิพลเข้าไปแทรกแซงในพื้นที่จำนวนมาก และพร้อมจะรับเรื่อง ในฐานะที่คนภูเก็ตทราบว่า บริเวณไหนมีกลุ่มที่เรียกเก็บเงินจากพ่อค้าแม่ค้าโดยผิดกฎหมาย หรือลุกลามเข้าไปในพื้นที่ตลาด ถนน หรือในซอยต่างๆ ส่วนเรื่องเจ้าหน้าที่ผู้มีอิทธิพลจะดำเนินการอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่รัฐต้องทำตามกฎหมาย ตามที่นายกระบุว่าต้องจัดการให้สิ้นซาก
น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวมีความใกล้เคียงกับพื้นที่หาดบางเทา ที่นายกฯเคยลงพื้นที่ไปติดตามปัญหาก่อนหน้านี้ เรื่องผู้มีอิทธิพล เรื่องนอมินีเป็นประเด็นที่นายกฯและนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ตั้งเป้าจะแก้ปัญหาให้จบไป จ.ภูเก็ตเป็นพื้นที่ที่ถูกบุกรุกมาโดยตลอด มีอำนาจรัฐและเจ้าหน้าที่เข้าไปแทรกแซง และมีอิทธิพลในพื้นที่จำนวนมาก ทั้งนี้ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ภาระจำยอม ต้องเข้าไปดูว่า นาย ว.เข้าไปทำอะไรบ้าง มีสิ่งปลูกสร้างอะไร และจะนำเสนอนายกฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปลงพื้นที่ ซึ่งจะรับเรื่องเหล่านี้ไปดำเนินการอย่างจริงจัง ตามที่นายกฯเคยกล่าวไว้ว่า ในรัฐบาลนี้ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย แม้แต่เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องทำตามกฎหมาย นายกฯต้องการดำเนินการให้สิ้นซาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า การบุกรุกที่ดินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้มีอิทธิพล หรือกลุ่มนอมินีจากต่างชาติหรือไม่ น.ส.พลอยทะเล กล่าวว่า ยอมรับว่า มีอยู่แล้ว ในพื้นที่แต่ละจังหวัดจะมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลอยู่แล้ว จึงต้องไปรื้อตั้งแต่ราก และคิดว่าในบางพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.ภูเก็ตน่าจะมีทั้งจีนและรัสเซียเข้ามาเป็นนอมินี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สีหศักดิ์' รายงานนายกฯ แผนรับมือเขมร ลากไทยเข้า UNCLOS
นายกฯ เข้าทำเนียบฯ 'สีหศักดิ์' รายงานแนวทางรับมือหลัง 'กัมพูชา' เดินหน้ากระบวนการประนอมภาคบังคับตาม UNCLOS
หนีตายจ้าละหวั่น! ไฟไหม้แคมป์คนงานกลางดึก วอด 7 คูหา
เกิดเหตุไฟไหม้แคมป์คนงานก่อสร้าง ใกล้กับบิ๊กซี มินิมาร์ท บ้านบางโจ อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งแรงงานส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา ต่างพากันอพยพออกมาจากที่เกิดเหตุ
ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน
นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?
รัฐบาล เดินหน้าปราบผู้กระทำความผิดกฎหมายสรรพสามิต พ.ค.จับกุม 3,206 คดี
รัฐบาล เดินหน้าปราบปรามผู้กระทำความผิดกฎหมายสรรพสามิต เผยเดือนพฤษภาคม 69 จับกุม 3,206 คดี คิดเป็นค่าปรับกว่า 734.70 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับรวม 4,073.85 ล้านบาท
'ปกรณ์' ไม่กังวล ศาลรธน. เรียกผู้เชี่ยวชาญแจง 'พ.ร.ก.กู้เงิน'
'ปกรณ์' ชี้ศาลรธน. เรียกผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นปม 'พ.ร.ก.กู้เงิน' เรื่องปกติ ย้ำไม่กังวล ต้องเชื่อใจกระทรวงคลัง ประเมินสถานการณ์มีความจำเป็นเร่งด่วน

