ศาลฎีกาฯ ฟัน 'จุฑามาศ ซารัมย์' พ้นนายก อบต. ตัดสิทธิการเมืองตลอดชีวิต จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

เปิดคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่ง “จุฑามาศ ซารัมย์” พ้นนายก อบต.เมืองแฝก จ.บุรีรัมย์ ปมยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ เพิกถอนสิทธิสมัครเลือกตั้งตลอดชีวิต ให้จำคุก 3 เดือน ลงการลงโทษ

12 มิถุนายน 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (อม.)นัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ อม 12/2565 ระหว่าง ป.ป.ช. ผู้ร้อง และ นางจุฑามาศ ซารัมย์ นายก อบต.เมืองแฝก อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ในกรณียื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ ไม่ได้แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน จำนวน 847,654.71 บาท และสลากออมสิน มูลค่า 2 ล้านบาท อันเป็นการจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน

พิเคราะห์พยานหลักฐานตามทางไต่สวนของ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ในวาระที่ 1 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2555 และพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ต่อมาวันที่ 2 มกราคม 2565 ผู้ถูกกล่าวหาได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นวาระที่ 2

ผู้ถูกกล่าวหายื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2564 ตามเอกสารหมาย ร.11 โดยไม่แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทเผื่อเรียก ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ชารัมย์ หรือ นางฉัฐธยาน์ สุวรรณศรีทวี จำนวน 847,654.71 บาท และไม่แสดงรายการเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทสลากออมสินพิเศษ ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ชารัมย์ มูลค่า 2,000,000 บาท

ผู้ร้องมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง ผู้ถูกกล่าวหามีหนังสือชี้แจง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติประจำจังหวัดบุรีรัมย์พิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน จึงแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2566

ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงว่า เงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทเผื่อเรียก และเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทสลากออมสินพิเศษ ไม่ใช่ทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหา แต่เป็นเงินบำนาญทหารผ่านศึกของนายธีรวัฒน์ ชารัมย์ พี่ชายของผู้ถูกกล่าวหา

วันที่ 26 มิถุนายน 2567 ผู้ร้องมีมติว่าผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบกรณีพ้นจากตำแหน่งด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินในรายการเงินฝากทั้ง 2 บัญชี

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งรับคำร้องนี้ไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ผู้ถูกกล่าวหาจึงต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันดังกล่าวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ วาระที่ 1 หรือไม่

ห็นว่า รายการฝากและถอนเงินที่ปรากฏจากรายการเดินบัญชีของนายธีรวัฒน์ ไม่สัมพันธ์กับบัญชีเงินฝาก ประเภทสลากออมสินพิเศษ และบัญชีเงินฝาก ประเภทเผื่อเรียกทั้งยังปรากฏว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ทำรายการฝากและถอนเงินด้วยตนเองทั้งสองบัญชี

ประกอบกับจำนวนเงินคงเหลือในบัญชีทั้งสอง เมื่อเปรียบเทียบกับบัญชีเงินฝากรายการอื่นที่แสดงในบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินแล้วมีจำนวนมาก ดังนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงบัญชีเงินฝากทั้งสองบัญชี โดยอ้างว่าไม่ใช่ทรัพย์สินของตนจึงรับฟังไม่ได้

การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงเป็นการจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน

บัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ชื่อบัญชี นายธีรวัฒน์ ซารัมย์ มีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชีมาโดยตลอดตั้งแต่ปี 2546 แม้การถอนเงินทั้งสองช่วงเวลาดังกล่าวข้างต้นจะมีจำนวนเงินเพียงพอที่จะนำมาซื้อสลากออมสินพิเศษเมื่อวันที่ 13 ม.ค.2558 มูลค่า 1,000,000 บาท และวันที่ 18 ก.พ.2561 มูลค่า 1,000,000 บาท ในบัญชีสลากออมสินพิเศษ รวมมูลค่า 2,000,000 บาท ก็ตาม

แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดการถอนเงินดังกล่าวประกอบคำเบิกความของผู้ถูกกล่าวหาและนางฉัฐธยาน์ สุวรรณศรีทวี ที่เป็นคนดูเเลพี่ชายที่เบิกความทำนองเดียวกันว่า มีค่าใช้จ่ายในการดูแลนายธีรวัฒน์ประมาณ 3,000 บาท ต่อเดือนแล้ว เมื่อค่าใช้จ่ายในการดูแลนายธีรวัฒน์ต่อเดือนมีจำนวนไม่มาก จึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นใด ที่นางละไม ซารัมย์มารดาของผู้ถูกกล่าวหาเเละพี่ชาย ซึ่งเป็นผู้อนุบาลนายธีรวัฒน์ในขณะนั้น จะต้องถอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าวแต่ละครั้งมากกว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลนายธีรวัฒน์ รวมเป็นเงินจำนวนหลักล้านบาทเช่นนี้

การที่นางละไมถอนเงินจากบัญชีแต่ละครั้งมากกว่าค่าใช้จ่ายในการดูแลนายธีรวัฒน์ และไม่ปรากฏว่ามีการใช้เงินจำนวนดังกล่าวในการอื่นใดอีก แสดงว่านางละไมเก็บเงินจำนวนนี้ไว้เป็นเงินสดมาโดยตลอด ซึ่งเป็นการผิดปกติวิสัยของวิญญชนโดยทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง

เพราะนอกจากจะเสียประโยชน์ที่ควรได้รับแล้วยังเสี่ยงต่อการสูญหายอีกด้วยทั้งยังขัดกับความประสงค์ของนางละไมที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า เมื่อนางละไม เห็นว่าเงินสดที่ถอนออกมามีการใช้จ่ายน้อย จึงมีความคิดที่จะรวบรวมเงินของนายธีรวัฒน์มาซื้อสลากออมสินเพื่อได้รับเงินเพิ่มเติม ซึ่งหากนางละไมมีความประสงค์เช่นนี้ คงไม่ถอนเงินจากบัญชีของนายธีรวัฒน์มาเก็บไว้จำนวนมาก โดยไม่นำไปก่อให้เกิดผลตอบแทนเป็นระยะเวลานับสิบปี

นอกจากนี้ เมื่อพิจารณารายการเคลื่อนไหวทางบัญชีของบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ในช่วงเวลาที่มีการซื้อสลากออมสินพิเศษ ไม่ปรากฏเงินคงเหลือในบัญชีรายการใดที่มากถึง 1,000,0000 บาท ที่เพียงพอในการซื้อสลากออมสินพิเศษได้

นอกจากที่ใช้จ่ายเป็นค่าดูแลนายธีรวัฒน์ในแต่ละเดือนแล้ว มีการนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นหมดไปในแต่ละครั้งที่ถอนเงินออกมา

จึงทำให้มีการถอนเงินออกมาเป็นระยะๆ ตามรายการถอนเงินข้างต้น และไม่เหลือเงินสดที่ถอนออกจากบัญชีของนายธีรวัฒน์เพียงพอที่จะนำไปซื้อสลากออมสินพิเศษในบัญชีสลากออมสินพิเศษ มูลค่า 2,000,000 บาท ได้อีก ที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า เมื่อนางละไมถึงแก่กรรม ผู้ถูกกล่าวหาและนางฉัฐธยาน์ได้ร่วมกันดูแลนายธีรวัฒน์ โดยเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2561 ถอนเงินจากบัญชีสลากออมสินพิเศษ มูลค่า 2,000,000 บาท ไปจัดสรรเพื่อสะดวกในการใช้จ่ายระหว่างจัดงานศพนางละไมยังไม่แล้วเสร็จและยังไม่มีการตั้งผู้อนุบาลแทนโดยนำเงิน 500,000 บาท ฝากเข้าบัญชีธนาคารออมสิน และนำเงิน 500,000 บาท ไปซื้อสลากออมสินพิเศษในบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน ประเภทสลากออมสินพิเศษ ส่วนเงินอีก 1,000,000 บาทเก็บไว้เป็นเงินสด

เห็นว่า ภายหลังจากวันที่ 12 มิ.ย.2561 ที่ผู้ถูกกล่าวหาและนางฉัฐธยาน์ ถอนเงินจากบัญชีสลากออมสินพิเศษ แล้ว วันที่ 22 ก.พ.2562 ผู้ถูกกล่าวหานำเงินสด 1,000,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารออมสิน ประเภทเผื่อเรียก ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์

ต่อมาวันที่ 28 ก.พ.2562 จึงถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวมาซื้อสลากออมสินพิเศษในบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน ประเภทสลากออมสินพิเศษมูลค่า 1,000,000 บาท โดยไม่ปรากฏว่าเหตุใดจึงมีการถือเงินสด 1,000,000 บาท ไว้นานถึง 4 เดือน และเหตุใดต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้าบัญชีตนเองเพียง 5 วันแล้วถอนออกมา เพราะนอกจากจะทำให้เสียผลประโยชน์ตอบแทนแล้วยังมีความเสี่ยงต่อการสูญหายอีกด้วย ทั้งผู้ถูกกล่าวหาสามารถนำเงินสดที่มีไปซื้อสลากออมสินพิเศษได้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ส่วนที่อ้างว่าก่อนถึงแก่กรรม นางละไมมอบเงินให้แก่นายธีรวัฒน์ 500,000 บาท และนำเงินจำนวนนี้ไปรวมซื้อสลากออมสินพิเศษด้วย ซึ่งทำให้เงินที่นำมาซื้อสลากออมสินพิเศษมีมูลค่า 2,000,000 บาท พอดี ก็เป็นการง่ายต่อการกล่าวอ้าง ส่อให้เห็นพิรุธของผู้ถูกกล่าวหา ในการพยายามทำให้เส้นทางการเงินสอดคล้องกับคำให้การและคำเบิกความของผู้ถูกกล่าวหา และเพื่อให้รายการเคลื่อนไหวทางบัญชีของบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และบัญชีสลากออมสินพิเศษ บัญชีสอดคล้องกับบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน ประเภทสลากออมสินพิเศษ และบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน ที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ยื่นแสดงในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อผู้ร้อง

เมื่อพยานหลักฐานตามทางไต่สวนของผู้ถูกกล่าวหาไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้เชื่อได้ว่า เงินในบัญชีสลากออมสินพิเศษ มีที่มาจากบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ของนายธีรวัฒน์

ดังนั้น เงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทเพื่อเรียก ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์ หรือนางฉัฐธยาน์ สุวรรณศรีทวี จำนวน 847,654.71 บาท

และเงินฝากธนาคารออมสิน สาขาทวีกิจ ประเภทสลากออมสินพิเศษ ชื่อบัญชี นางจุฑามาศ ซารัมย์ มูลค่า 2,000,000 บาท อันมีที่มาจากบัญชีสลากออมสินพิเศษบัญชีเลขที่ จึงไม่อาจรับฟังได้เช่นกันว่า เป็นเงินของนายธีรวัฒน์ตามที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้าง

เมื่อผู้ถูกกล่าวหามีชื่อในบัญชีธนาคารตามคำร้องทั้งสองบัญชี จึงต้องรับฟังว่า เงินในบัญชีธนาคารทั้ง 2 บัญชี เป็นเงินของผู้ถูกกล่าวหาตามคำร้อง

เมื่อผู้ถูกกล่าวหาดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก จึงเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 4 มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) กรณีเข้ารับตำแหน่งและกรณีพ้นจากตำแหน่งตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 102 (4) และมาตรา 105 ประกอบประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 (9) พ.ศ.2561

ทั้งนี้ การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว เป็นมาตรการในตรวจสอบและการป้องปรามการทุจริตของเจ้าหน้าที่ของรัฐ จึงเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ถูกกล่าวหาที่จะต้องแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องโดยละเอียด ชัดเจน และครบถ้วนตามกฎหมาย

การที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่แสดงบัญชีธนาคารทั้งสองบัญชีตามคำร้อง จึงรับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้องด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน

ผู้ถูกกล่าวหาจึงต้องพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝกนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่ (วันที่ 29 ก.ค.2568) และต้องถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป

พิพากษาว่า นางจุฑามาศ ซารัมย์ ผู้ถูกกล่าวหา จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินและเอกสารประกอบต่อผู้ร้อง (ป.ป.ช.) ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน กรณีพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 114 วรรคสอง (1)

ให้ผู้ถูกกล่าวหาพ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ นับแต่วันที่ 29 ก.ค.2568 และให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ถูกกล่าวหาตลอดไป กับมีความผิดตามมาตรา 167 องค์คณะผู้พิพากษามีมติเสียงข้างมากให้จำคุก 3 เดือน และปรับ 10,000 บาท ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหาเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พี่ศรี' ร้องป.ป.ช.สอบแคนดิเดตนายกฯพรรคใหญ่ ยื่นบัญชีทรัพย์สิน 'เครื่องบินส่วนตัว' เป็นเท็จ

นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นเพื่อชี้มูลความผิดแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองใหญ่ท่านหนึ่ง

'รัดเกล้า' สวน บก.ลายจุด ผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง ขึ้น ศาลฎีกาฯแผนกคดีอาญา หากถูกกล่าวหาทุจริต

ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดในการปฏิบัติหน้าที่ จะไม่ขึ้นศาลอาญาทั่วไป แต่จะต้องขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

ศาลฎีกาฯ สั่งจำคุก 'วิฑูรย์ นามบุตร' 3 ปี คดีรีดสินบน 30 ล้าน

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 3 ปี นายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

'ทักษิณ' อยู่คุกคืนสองหลับปุ๋ยกินครบทุกมื้อ!

'ราชทัณฑ์' อาการนอนคุกคืนสอง 'ทักษิณ' นอนหลับสนิท ไม่เศร้าซึม ทานข้าวได้ครบมื้อ ไม่เครียด ส่วนการออกบริการงานสาธารณะเรือนจำด้านวิชาการ ต้องเขียนโครงการขออนุมัติก่อน เช่นกรณี 'เสก โลโซ'

นักการเมืองมีหนาว! ป.ป.ช. คัดคำสั่งศาลฎีกาฯ ไต่สวนจนท.รัฐ เอื้อ 'ทักษิณ' นอนชั้น 14 เล็งขยายผลเพิ่ม

ป.ป.ช. คัดคำสั่งศาลฎีกาฯฉบับเต็ม ใช้ประกอบไต่สวนคดี 12 จนท.รัฐเอื้อ “ทักษิณ” รักษาตัวชั้น 14 รพ.ตำรวจ เผย มีอำนาจตรวจสอบ หาก “แม้ว” เอี่ยวสนับสนุน จนท.รัฐ ยัน เร่งดำเนินการ เหตุสำคัญ ปชช.สนใจ