13 มิถุนายน 2569 - ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tae Nuttakarn Surakitbunharn โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า บันทึกไว้เป็นความทรงจำ คงเป็นโชคชะตา หรือฟ้าลิขิตก็ไม่ทราบ ที่ทำให้ข้าพเจ้าสอบไม่ติดโรงเรียนราชินีบน ณ บางกระบือ แต่กลับได้เข้าเรียนที่โรงเรียนราชินี ณ ปากคลองตลาด ซึ่งไกลบ้านกว่ามากแบบสบายบรื๋ออออ
ชีวิตช่วงประถมถึงมัธยมต้นในรั้วราชินีของข้าพเจ้า ก็เป็นวันธรรมดาวันหนึ่งเหมือนเด็กนักเรียนทั่วไป ตั้งแต่ประถม ข้าพเจ้ารู้ว่ามีเพื่อนร่วมรุ่นคนหนึ่งชื่อ "พระองค์ภา" ทุกคนเรียกกันสั้น ๆ ว่า "ท่าน" และพวกเราก็กลายเป็นพระสหายร่วมรุ่นโดยอัตโนมัติ
เห็นหน้ากันทุกวัน เรียนชั้นเดียวกัน กินข้าวโรงอาหารเดียวกัน เล่นสนามเด็กเล่นเดียวกัน เดินสวนกันไปมาเป็นเรื่องปกติ ไม่เหมือนในนิยายหรือละครเรื่องไหนที่เขียนกันขึ้นมา เรื่องจริงคือช่างเรียบง่าย สบายๆ
ทุกเช้าจะมีขบวนเสด็จเข้าทางประตูด้านหลังโรงเรียน และทุกเย็นก็เสด็จกลับ เป็นภาพที่คุ้นตาตลอดหลายปี
พวกเราทุกคนทั้งรุ่น รวมถึงรุ่นพี่รุ่นน้อง เข้าแถวกลางแดดด้วยกันทุกเช้า ไม่มีใครได้สิทธิพิเศษ เธอร้อน ฉันก็ร้อน เรียนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน ดื่มนมตอนบ่ายด้วยกัน วิ่งเล่น ซื้อขนมหลังเลิกเรียน ชีวิตเด็กๆ ก็วนเวียนเรียบง่ายเช่นนั้น
เมื่อขึ้น ม.3/1 ปีการศึกษา 2535 โดยมีครูหมูเป็นครูประจำชั้น ข้าพเจ้าผู้ทักได้ทุกคน รู้จักแทบทั้งรุ่น ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเริ่มสนิทกับพระองค์ภาตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกที ก็กลายเป็นเพื่อนเล่นที่ไปไหนมาไหนด้วยกันแบบงง ๆ
จากเดินเล่นในโรงเรียน กลายเป็นได้ตามเสด็จไปงานต่าง ๆ ไปวังอัมพรฯ ไปงานดอกไม้ที่ฮิลตัน อย่างเกร็งสุด โดนบรีฟหนักสุด ไปงานสังสรรค์กับพระญาติของท่าน ไปเที่ยวสยามฯ และแดนเนรมิต จนคุณครูต้องเพิ่มบทเรียนเรื่องมารยาทให้เป็นพิเศษ
มีอยู่ครั้งหนึ่ง งอนกันด้วยเรื่องเล็กน้อยจนคุณครูหมูต้องมาเป็นคนไกล่เกลี่ย โธ่...ก็ยังเป็นเด็กผู้หญิงใสๆกันอยู่นี่นา
ปีนั้นเหมือนจะเป็นปีชงของข้าพเจ้าด้วย ไม่รู้อะไรเกิดก่อนหลัง แต่เกิดขึ้นในปีเดียวกันอย่างแน่นอน
1. ตอนเข้าค่ายยุวกาชาดที่ราชบุรี ข้าพเจ้าพลัดตกจากฐานกิจกรรมจนข้อเท้าแพลง พระองค์ภาทรงมีน้ำพระทัยเสด็จมาเยี่ยมถึงห้องพยาบาล ทำให้คืนนั้นได้นอนห้องพยาบาลแทนเต็นท์ แต่ก็อดสนุกกับรอบกองไฟ
2. ต่อมา ขณะซ้อมเดินแบบที่ตึกสว่างวัฒนา อยู่ ๆ ก็ปวดท้องอย่างหนักจนเดินไม่ไหว คุณป้าพยาบาลพระพี่เลี้ยงที่อยู่ในเหตุการณ์เข้ามาช่วยดูแล ก่อนที่โรงเรียนจะโทรแจ้งที่บ้าน และเรื่องก็จบลงที่โรงพยาบาลพญาไท...ใช่ค่ะ สุดท้ายต้องผ่าตัดไส้ติ่ง
หนึ่งในความทรงจำที่งดงามที่สุด คือการที่พระองค์ภาเสด็จเยี่ยมข้าพเจ้าที่โรงพยาบาลพญาไทเป็นการส่วนพระองค์
วันนั้นข้าพเจ้าซึ่งกำลังพักฟื้นอยู่บนเตียง ได้รับการย้ายไปยังห้องรับรองขนาดใหญ่เพื่อรับการเสด็จ โดยที่ไม่ได้ทราบล่วงหน้าเลย
จำบทสนทนาในวันนั้น ไม่ได้ทั้งหมด แต่จำได้ว่าข้าพเจ้ากังวลเรื่องแผลเป็น และอยากกลับไปเรียนเร็วๆ ซึ่งพระองค์ภาทรงให้กำลังใจเป็นอย่างมาก เป็นน้ำพระทัยที่ข้าพเจ้าจะจดจำไว้เสมอ มิลืมเลือนจากใจไปได้เลย
ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ข้าพเจ้าก็ยังคงรู้สึกซาบซึ้งและดีใจไม่เปลี่ยนแปลง
เรื่องเริ่มยาวแล้ว ไว้มาต่อ Chapter ถัดไป เมื่อมีแรงเขียนต่อ
ปล. ใครมีรูปเพิ่มส่งให้เต้หน่อยนะคะ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
#RJ91

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พระสหาย 'พระองค์ภา' เล่าความทรงจำสุดประทับใจสมัยเรียนธรรมศาสตร์
ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Yin Patcharin โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า นานมากแล้วสมัยที่เรายังเป็นวัยรุ่น และโชคดีที่สอบเอ็นทรานติดในรุ่นเดียวกับท่าน ตอนที่ยังไม่รู้จักกันแอบตื่นเต้นว่าจะต้องวางตัวยังไง ราชาศัพท์ก็ไม่ถนัด
1,276 วันแห่งความหวัง สู่แสงประทีปนำทางอันเป็นนิรันดร์ของ 'พระองค์ภาฯ'
เข็มนาฬิกาในค่ำคืนวันที่ 14 ธันวาคม 2565 หมุนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางความวิตกกังวลที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของคนทั้งประเทศ
พิษณุโลกจัดพิธีถวายน้ำสรงพระศพและบำเพ็ญกุศลถวายพระกุศล 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาฯ'
ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกนำข้าราชการและประชาชนร่วมพิธีลงนามถวายความอาลัย ถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป และพิธีบำเพ็ญ
เรื่องเล่าจากห้องเรียนธรรมศาสตร์ ความทรงจำ 'พระองค์ภาฯ' ที่ยังไม่เคยเลือน
ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งถ่ายทอดความทรงจำสมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รุ่นเดียวกับ “พระองค์
ย้อนรอยพระจริยวัตร 'พระองค์ภาฯ' ครั้งเสด็จภูเรือ สถิตในความทรงจำเจ้าหน้าที่
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณและพระจริยวัตรอันงดงามของ “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ย้อนเหตุการณ์เมื่อปี 2558
นายกฯ นำครม.-มหาดไทย ถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'
นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทย เข้าถวายน้ำสรงพระศพเบื้องหน้าพระรูป “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

