ไม่ผิดความคาดหมายกับสภาพ วงแตก-ประชุมล่ม ที่เกิดขึ้นในการประชุม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ บอร์ด กสทช. เมื่อ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา จนต้องนัดประชุมใหม่ช่วง 5 สิงหาคม
หลังที่ประชุมแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ยืนกรานว่า ตนเองยังคงมีสถานะเป็นประธาน กสทช.เหมือนเดิม แม้คณะกรรมการสรรหา กสทช.มีมติว่าเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง กสทช. แต่คำวินิจฉัยยังไม่สิ้นสุด เพราะในคำวินิจฉัยก็เขียนไว้เองว่า หาก นพ.สรณไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าวก็ให้ฟ้องศาลปกครองภายใน 90 วัน โดยตัว นพ.สรณประกาศจะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพราะการพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตามกฎหมาย หากยังไม่มีการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ก็ยังทำหน้าที่ได้ต่อ
ขณะที่ กสทช.อีกปีกหนึ่ง ที่ประกอบด้วย พิรงรอง รามสูต, ศุภัช ศุภชลาศัย และ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ เห็นแย้ง-มองต่างออกไป เพราะมองว่าหากจะเดินหน้าประชุม กสทช. โดย นพ.สรณมีปัญหาเรื่องสถานภาพ จะก่อให้เกิดปัญหาภายหลัง โดยเฉพาะหากมีการลงมติใดๆ แล้วมีปัญหาภายหลัง อาจทำให้มติทั้งหมดถูกโต้แย้งหรือถูกเพิกถอน จนมีการเอาผิดย้อนหลัง กรรมการจึงได้เดินออกจากห้องประชุม จนสุดท้ายไม่สามารถประชุมต่อไปได้ เพราะวงแตก
เหตุที่ชี้ในตอนต้นว่า ประชุมล่ม กสทช.ไม่ผิดคาด เพราะเป็นที่รู้กันดีในสังคมวงกว้างว่า “7 อรหันต์ กสทช.ซอยสายลม” มีปัญหาการทำงานมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา ที่ ไม่ใช่แค่เกาเหลา ไม่กินเส้น ไม่ลงรอย แต่มีปัญหาขัดแย้งภายในอย่างแรง มีการแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว คือฝ่ายเสียงข้างมาก 4 เสียง ที่อยู่ปีกของ นพ.สรณ กับฝ่ายเสียงข้างน้อย 3 เสียง ที่ก็คือกรรมการ 3 คน ที่เดินออกจากห้องประชุม
ซึ่งก่อนหน้านี้ ความขัดแย้งในบอร์ดมีร่องรอยการปะทุกันภายใน แต่มีข่าวออกมาให้เห็นภายนอกอยู่เรื่อยๆ
เพียงแต่ในจังหวะนี้ “นพ.สรณ” ถือว่าอยู่ในสภาพ เพลี่ยงพล้ำ ให้กับอีกฝั่ง หลังคณะกรรมการสรรหา กสทช.มีมติให้ นพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย กสทช.
ยิ่งเมื่อกรรมการสรรหาฯ ที่ลงมติด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ ถือว่าเป็นระดับผู้ใหญ่ในวงการของตัวเอง ทั้ง เกียรติพงศ์ อมาตยกุล ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลแรงงานภาค 7 และอดีตผู้พิพากษาในศาลฎีกา ที่เป็นประธานกรรมการ, วิษณุ วรัญญู รองประธานศาลปกครองสูงสุด ที่เกือบได้เป็นประธานศาลปกครองสูงสุด แต่ถูก สว.ชุดที่แล้วโหวตคว่ำกลางที่ประชุมลับวุฒิสภา รวมถึง วิทัย รัตนากร ผู้ว่าฯ ธปท.
การที่กรรมการสรรหาฯ มีเครดิตความน่าเชื่อถือในสังคม มีมติฟันเปรี้ยงให้ นพ.สรณพ้นจากตำแหน่ง ก็ยิ่งทำให้มติมีน้ำหนักสูง การที่ นพ.สรณดิ้นสู้ต่อไป จึงต้องแบกน้ำหนักมากในการลากเรื่องให้ยาวออกไป
มาถึงตอนนี้พบว่า ประเด็นที่หลายคนเป็นกังวลก็คือ เมื่อ นพ.สรณไม่ยอมง่ายๆ จะทำหน้าที่ประธาน กสทช.ให้ได้ หากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ผลก็คือ ย่อมเสี่ยงที่จะทำให้การทำงานของ กสทช.มีปัญหาการขับเคลื่อนงาน หากกรรมการ กสทช.อีกฝั่งหนึ่งก็ยืนกรานไม่ยอมรับให้ นพ.สรณทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม กสทช. โดยเฉพาะหากต้องมีการลงมตินัดสำคัญของ กสทช.
หากสถานการณ์เดินไปแบบนี้ ผลก็คือทำให้การขับเคลื่อนงานของ กสทช.จะหยุดชะงัก ไม่ต่างอะไรกับสภาพ "สุญญากาศ" การขับเคลื่อนนโยบายหรือการมีมติในเรื่องสำคัญเกี่ยวกับกิจการโทรทัศน์ กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคม รวมถึงการผลักดันนโยบายที่เป็นแผนงานระยะยาวของทั้ง 3 กิจการ ก็จะไม่มีออกมา จนเรื่องสำคัญๆ ที่รอการตัดสินใจของ กสทช.ก็จะหยุดชะงัก จนส่งผลต่อกิจการที่เกี่ยวข้องได้ เช่น เรื่องของความชัดเจนในกิจการทีวีดิจิทัล ที่ใบอนุญาตกำลังนับถอยหลังรอสิ้นสุดในปี 2572 ที่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนที่เป็นรูปธรรมจาก กสทช.ว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร
รอดูว่าประชุม กสทช.นัดต่อไปช่วงต้นเดือนสิงหาคม หากไม่เลื่อนออกไปเสียก่อน สุดท้ายแล้วจะวงแตก ซ้ำรอยวันที่ 27 ก.ค.นี้หรือไม่?
หลังก่อนหน้านี้มีการมองกันว่า อาจต้องหาทางออกอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การทำงานของ กสทช.เดินหน้าไปได้ โดยอาจต้องมีการถอยให้กันบ้างของ กสทช.ทั้ง 2 ขั้ว เพราะหากปล่อยให้เกิดสภาพแบบนี้ต่อไป มันก็เห็นชัด ย่อมไม่เป็นผลดีต่อภาพรวมที่คนในสังคมจะมองและตั้งคำถามต่อการทำงานของ กสทช.
โดยทางออกก็อาจมี เช่น เลือก กสทช.คนใดคนหนึ่งมาทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว แทน นพ.สรณ เพื่อให้การทำงานเดินหน้าไปได้ แต่ปัญหาคือ นพ.สรณจะยอมหรือ เพราะหากยอม ก็ต้องถูกตีความว่า ตัวนพ.สรณก็ยอมรับว่าตัวเองอาจมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ และคุมบอร์ด กสทช.ไม่ได้ จุดนี้ก็อาจไม่เป็นผลดีต่อการสู้คดีในศาลปกครอง
ส่วนเรื่องการโต้แย้งมติกรรมการสรรหาฯ เมื่อในตัวคำวินิจฉัยเขียนเปิดทางไว้ให้แล้วว่า ให้ร้องศาลปกครองภายใน 90 วัน ตัว นพ.สรณประกาศแล้วร้องแน่ ที่ไม่แน่ อาจใช้วิธีดึงเวลาในการยื่นคำร้อง ซึ่งกลไกของศาลปกครองก็มี 2 ชั้นคือ ศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด หากไปร้องศาลปกครองกลางแล้ว เกิดศาลไม่รับ ก็ยังร้องศาลปกครองสูงสุดได้ต่อ โดยถ้าศาลปกครองกลางรับ แล้ว นพ.สรณแพ้คดี ก็ยังสู้ต่อได้ที่ศาลปกครองสูงสุด ทั้งหมดใช้เวลานานพอสมควรกว่าเรื่องจะจบ ซึ่งตามกฎหมาย นพ.สรณจะหมดวาระเดือนเมษายน 2571 ก็คืออีกแค่ 1 ปีกว่าต่อจากนี้
และพอร้องศาลปกครอง ก็ทำให้อนุทิน นายกฯ ก็อาจชะลอการนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ให้ นพ.สรณพ้นจากตำแหน่ง โดยอ้างเหตุมีการฟ้องคดีที่ศาลปกครอง ต้องรอให้เรื่องยุติจบหมดก่อนเพื่อเซฟทุกฝ่าย
หากออกมาแบบนี้ กว่าเรื่องจะจบก็อีกยาว เว้นแต่จะมีจุดพลิกกลางทาง ที่ทำให้เรื่องจบเร็ว ซึ่งก็พอเห็นแนวทางอยู่ แต่บอกไม่ได้!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘วัส’ ชี้ช่องโหว่กฎหมายปม ‘หมอสรณ’
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุถึง กรณี "หมอสรณ" ต้องมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่? เมื่อกฎหมายมีช่องว่าง รัฐควรเดินอย่างไร
7 ปีบนเก้าอี้ ผบ.ตร. ‘บิ๊กราญ’ โอกาสทอง การปฏิรูปตำรวจ
เป็นไปตามโผ สำหรับการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เพื่อคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คนที่ 16 โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร.คนต่อไป
สัมพันธ์กลาโหม"ไทย-จีน" รักษาสมดุล-ไม่ก้าวก่าย
การเดินทางมาเยือนไทยของ พล.ร.อ.ต่ง จวิน (Dong Jun) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐประชาชนจีน (สปจ.) และหารือทวิภาคีกับ พล.อ.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย ในวันที่ 24 ก.ค.นี้ เกิดขึ้นหลังจากที่คณะของนายกรัฐมนตรีได้เดินทางเยือน สปจ.อย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นการสานต่อความร่วมมือด้านความมั่นคง หลังจากบรรลุข้อตกลงในความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างการเยือนระดับผู้นำไปแล้ว
พลาดซ้ำเกณฑ์ ‘บัตรคนจน’ ทำ ‘รัฐบาลหนู’ เสียแต้ม
‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ‘บัตรคนจน’ ทำให้รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ต้อง ‘ถอย’ มาแล้วถึง 2 ครั้ง
ส่องโมเดลร้านอาหารแอบเปิดผับเถื่อน โศกนาฏกรรมสลดเซ่นระบบส่วยสีเทา
เหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิง “โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว” เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตสูงถึง 34 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ความสูญเสียดังกล่าวนำไปสู่การขยับตัวของกระทรวงยุติธรรม
'สรณ' หลังพิงฝา หารือ ทีม กม.กลางซอยสายลม ยื้อตกเก้าอี้ ปธ.กสทช.
เป็นไปตามคาดที่ฝ่าย "นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช." จะไม่ยอมง่ายๆ ต้องหาทางยื้ออยู่ในตำแหน่งให้นานที่สุด


