'อ.อัจฉราวดี' ให้คะแนนรัฐบาลผ่านฉิวเฉียด หากไม่ติดเรื่องปราบทุจริต-ราคาน้ำมัน จะดีกว่านี้

9 กรกฎาคม 2569 - อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต ในฐานะโหวตเตอร์พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เพราะตนเองเป็นผู้รณรงค์ให้เลือกพรรคสีน้ำเงิน จึงคอยสอดส่องดูการทำงานของรัฐบาลมาตลอด อาจไปไม่ครบทุกส่วน แต่ผลงานสำคัญและเรื่องที่ประชาชนในชาติท้วงติงก็จะไม่พลาด แต่อาจไม่ยกมาพูดถึงทุกประเด็น

หากให้คะแนนผลงานรัฐบาลในรอบ 4 เดือน อาจารย์ให้สอบผ่านด้วยคะแนนเกือบ 7 เต็ม 10 เหตุผลมีดังนี้

1. นายกฯอนุทิน บริหารงานแบบรับฟังเสียงเรียกร้องของประชาชน ไม่ทำหูทวนลม อะไรที่คนในชาติท้วงติงจะรับฟังและหาทางแก้ไข เป็นรัฐบาลที่ “ฟัง” ประชาชนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

2. นายกอนุทินมีความกล้าหาญในการลงมาแก้ไขปัญหาที่ไม่มีใครแตะ โดยเฉพาะเรื่องนอมินี ที่กระทบทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ การพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นนอมินีการถือครองที่ดิน เรื่องการเกษตร เรื่องสแกมเมอร์ และการท่องเที่ยวที่ปล่อยให้ฟรีวีซ่า 60 เดือนทำลายประเทศ และยังคงความหนักแน่นในการรักษาอธิปไตย การแก้ไขวิกฤตด้วยนโยบายไทยช่วยไทย ที่ช่วยค่าครองชีพอย่างเห็นผลทันที

3. เป็นรัฐบาลที่มีเทคโนแครตมาบริหาร ทั้งคุณศุภจี คุณเอกนิติ และคุณสีหศักดิ์ แต่ละท่านทุ่มเททำงานเพื่อชาติเต็มที่ โดยเฉพาะรมว.ศุภจีที่ตกเป็นเป้าด้อยค่ามากที่สุด ช่วงสงครามอเมริกา - อิหร่าน นึกภาพไม่ออกเลยว่าหากไม่ใช่รมว.สีหศักดิ์ การสร้างสมดุลด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจะเป็นยังไง

งานกระทรวงพาณิชย์ของ รมว.ศุภจี ก็สร้างผลงานเยอะจนสื่อเลิกลง นับแต่เรื่องขายข้าว แก้ปัญหาพืชผลเกษตรตกต่ำ ล่าสุดที่แสดงวิสัยทัศน์รีบระบายทุเรียนทางตลาดออนไลน์ ก่อนล้นตลาดเพื่อสกัดไม่ให้ราคาตก เป็นผลงานที่ทุกคนจับต้องได้ ต่างจากผลงานเชิงสถิติ เช่น ยอดการส่งออกและดัชนีผู้บริโภคสูงขึ้น รวมถึงการทำข้อตกลง FTA ต่างๆ

รมว.เอกนิติเองก็เห็นความพยายามมุ่งแก้ปัญหาทางการคลังอย่างเต็มที่ และทำให้ประเทศไทยได้รับเรตติ้งความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับสูง

4. เป็นรัฐบาลที่ทำให้ประเทศมีศักดิ์ศรี แม้แต่ Bloomberg ที่เป็นสำนักข่าวเศรษฐกิจยังยกย่องให้ไทยให้เป็น “ดาวรุ่งดวงใหม่” ในเศรษฐกิจโลก โดยได้รับอานิสงส์จาก 2 เมกะเทรนด์โลกจากกระแส AI และการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก (Global Supply Chain) ที่ทุนข้ามชาติพยายามย้ายฐานออกจากจีนเพื่อลดความเสี่ยง

4 คะแนนที่หายไป คือ ความไม่โปร่งใสในโครงการ TH Passport AI, การดึงเรื่องการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน การลงโทษเรื่องข้าราชการโกงข้อสอบ การคืนงบประมาณที่จากเดิมจะคืนได้ 50,000 ล้าน แต่คืนได้เพียง 10,000 ล้านบาท ไม่เป็นตามที่พูดแสดงถึงข้อสั่งการถูกเตะตัดขา ปัญหาตรวจจับทุจริต โครงการแลนด์บริดจ์โดยเฉพาะประเด็นให้เช่าที่ดิน 50+49 ซึ่งยอมไม่ได้ ความไม่ชัดเจนในการนำเอาวิชาประวัติศาสตร์คืนมาเป็นบทเรียนให้แก่เยาวชน ปัญหาค่าครองชีพในภาพรวม ไปจนถึงรัฐมนตรีหลายคนเหมือนหลงป่าหาทางออกไม่เจอ จึงไม่มีผลงานอะไรออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน

4 เดือนกับคะแนนเกือบ 7 เต็ม 10 แม้จะผ่านแต่ก็หมิ่นเหมและไม่ถึงกับผิดหวัง เพราะเข้าใจโครงสร้างอำนาจทางการเมืองแบบเก่าๆ แต่อยากให้นายกอนุทินกล้าหาญฟันปัญหาให้เด็ดขาดกว่านี้ และตระหนักว่าตำแหน่ง "นายกรัฐมนตรี" มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงของประเทศ และความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างไร

กว่าจะได้ขึ้นมาเป็นรัฐบาลจากฟากอนุรักษ์นิยม นั้นยาก และต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสชาตินิยม แต่กระแสมาแล้วก็ไป นายกอนุทินต้องวางหมุดหมายในการบริหารบ้านเมืองให้เข้มข้น จริงใจและกล้าชนปัญหามากกว่านี้

รัฐบาลของนายกอนุทินเหมือนเด็กกำพร้าที่แผลเต็มตัว ขึ้นมาเป็นรัฐบาลด้วยต้นทุนด้านความนิยมต่ำ ฝ่ายตรงข้ามแข็งแกร่งและมีเครือข่ายกว้างขวางเหนียวแน่น แม้รัฐบาลจะมีผลงานโดดเด่นแต่ก็ยังถูกด้อยค่ารอบทิศ

แผลเก่าของนายกอนุทินเองก็มี เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าทำไมตอนรัฐมนตรีมหาดไทยปัญหาต่างๆ จึงไม่ได้รับการแก้ไข ทุกสิ่งมาบวมในวันนี้ในระดับที่ หากไม่ลงมือจัดการจริงจัง ก็เป็นภัยต่อเสถียรภาพของชาติ เช่น การบุกของทุนจีนทั้งที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย แต่หากเข้าใจบริบทการเมืองไทยก็ย่อมรู้ดีว่า นโยบายการจัดการปัญหาของชาติขึ้นอยู่กับว่า "ใครเป็นนายกฯ"

วันนี้นายกอนุทิน กุมบังเหียนทั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ที่มีอำนาจเต็มในการรื้อปัญหาและปราบโกง นายกฯ จึงหมดสิทธิ์ปัดความรับผิดชอบ แต่ในความหมดสิทธิ์กลายเป็นโอกาสให้ได้แสดงศักยภาพและทำผลงานให้เป็นที่ประจักษ์

แม้จะมีโพลชี้ว่า คะแนนความนิยมของรัฐบาลตกต่ำ แต่หากเทียบดูผลงานตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงปัจจุบัน บอกเลยว่า โพลนั้นสวนทางกับความจริง เราเห็นความมุ่งมั่นเต็มที่ของนายกอนุทิน

หากไม่ติดเรื่องการปราบทุจริตกับราคาน้ำมัน อยากให้ 7 เต็มๆ ด้วยซ้ำ แต่เพราะรู้สึกได้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไปไม่สุด เหมือนสะดุดอะไรบางอย่าง ประเทศต้องการการเมืองใหม่ การเมืองที่ผลประโยชน์ของชาติ อยู่เหนืออำนาจแฝงทางการเมือง

หากนายกยืนอยู่ข้างปวงชน ปวงชนก็พร้อมอยู่ข้างนายก และอยากให้พรรคสีน้ำเงินสามารถวางรากฐานเป็นพรรคใหญ่ที่เป็นทางเลือกทางการเมืองไทยของผู้รักชาติรักสถาบัน

ปล.ใครอยากให้คะแนนเท่าไหร่ สะท้อนมาเลยค่ะ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ณัฐพงษ์' อัด 'ประธานโสภณ' หยุดเคลมผลงาน ชี้สภาไม่ล่ม เพราะทุกพรรคร่วมมือ

'เท้ง' ซัด 'โสภณ' หยุดเคลมผลงาน ชี้ 'สภาฯไม่ล่ม' เพราะทุกพรรคร่วมมือ จี้ ใช้อำนาจส่งเรื่องตรวจสอบองค์กรอิสระ หนุนแก้ ข้อบังคับสภาฯ หวัง ฝ่ายบริหารมีความรับผิดชอบ แนะ เอาวิจัยพระปกเกล้าฯ ตั้งเรื่อง ทำสภาฯโปร่งใสได้เลย

'เท้ง' ชี้ปัญหารุมล้อม 'มหาดไทย' คือจุดเปราะบางที่สุดของรัฐบาลภูมิใจไทย

'เท้ง' มั่นใจเสียงฝ่ายค้าน ล้ม 'รัฐบาล' ได้ ชี้ มท. คือเปราะบางที่สุด ปมทุจริตสอบท้องถิ่น-พ่อทิพย์แม่ทิพย์ ซัด 'ระบอบน้ำเงิน' ไร้เสถียรภาพเป็น 'รบ.' ได้ไม่นาน รอจังหวะเหมาะสมยื่นสักฟอกทันที

'โจ มณฑานี' สวน 'เท้ง ณัฐพงษ์' แซะมั่ว อนุทินคุมมหาดไทยหลายรัฐบาล ชี้โกงสอบท้องถิ่นมีมาก่อน

จากกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงผลประชุม ครม.เงา เมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยวิจารณ์ความล้มเหลวในการบริหารกระทรวงมหาดไทยของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งนายณัฐพงษ์กล่าวช่วงหนึ่งว่า "เรื่องของข่าวใหญ่ๆทั้งหลายล้วนเกี่ยวข้องกับวงโคจรของนายอนุทินทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการช่วยสีน้ำเงินด้วย

ลูกเทพเดือด! รมช.ดีอี ซัด ปชป. ดีแต่พูด เกาะขบวนด่าโครงการ AI ทั้งที่คนสายงานไอทีชื่นชมกันหมด

น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี และโฆษกพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ว่า "ดีแต่พูด" (ภาพพื้นหลังสีฟ้า) โดย น.ส.แนน ระบุว่า "ครม.ลูกเทพ ไม่มีความสามารถเอย ข้าวแกงกุ้งมังกร 40 บาทเอย"

'รสนา' จี้ นายกฯ สั่ง 'เอกนิติ-เอกนัฏ' ลดภาษีสรรพสามิต และดึงกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นมาลดราคาน้ำมัน

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค และอดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกฯอนุทินหยุดบริหารบ้านเมืองแบบชิวๆท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิดร่วมกับทุนพลังงาน ในการเอาเปรียบผู้บริโภค ใช่หรือไม่ ?