'เท้ง' ชวน 'สุชาติ' เดินรับฟังปัญหา EEC ย้ำ ต้องไร้ทุนเทา-ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จี้ 'นายกฯ' แสดงสปิริตความกล้าหาญ ใช้อำนาจเป็นหลังพิงให้เจ้าหน้าที่
18 สิงหาคม 2569 - เมื่อเวลา 12.50 น. ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ว่า ประชาชนในปราจีนบุรีให้ความห่วงใย ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทุนเทา โรงงานผิดกฎหมาย และแรงงานต่างด้าว เชื่อว่าชาวปราจีนบุรีคงไม่มีใครคัดค้านเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจ แต่ชาวปราจีนบุรีไม่ได้ต้องการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจที่กระจุกตัวอยู่กับโรงงานและกลุ่มทุนไม่กี่กลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มทุนสีเทาที่นำมาซึ่งกากมลพิษ แต่ชาวปราจีนบุรีต้องการการพัฒนาเศรษฐกิจที่ดูแลสิ่งแวดล้อมและคำนึงถึงผลประโยชน์ของชุมชนไปพร้อมกัน
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า การที่ภาคประชาสังคมออกมาคัดค้านไม่เอา EEC ต้องย้อนกลับไปที่ต้นตอของปัญหา ประชาชนอาจไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจในระบบราชการ หากจะเอาปราจีนบุรีเข้าไปเป็น EEC จังหวัดที่ 4 จะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หรือปัญหาที่มากขึ้น อย่างไรก็ตาม จากการรับฟังเสียงสะท้อนจากหน่วยงานราชการในพื้นที่พบอุปสรรคเรื่องอำนาจทางกฎหมายที่ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างเต็มที่ เราไม่ได้มองว่าทุกส่วนของราชการขาวสะอาดไปทั้งหมด ทุกองค์กรก็อาจจะมีคนสีเทาอยู่ในนั้น ถ้ามีข้าราชการที่มีส่วนพัวพันเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทา เรายอมรับไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องตรวจสอบอย่างเข้มข้นและกวาดล้างให้เต็มที่ที่สุด
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เชื่อว่าข้าราชการส่วนใหญ่เป็นข้าราชการที่มีความตั้งใจดี เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จ.ปราจีนบุรี ที่จะเข้าไปตรวจสอบแรงงานเถื่อนในโรงงานต่างๆ ก็ต้องเกาะรั้วไม่ต่างจากประชาชนเพราะไม่ได้มีอำนาจเต็มขนาดนั้น หากทำอะไรไปก็อาจจะถูกเอกชนฟ้องร้อง และตัวเขาก็ได้รับผลกระทบด้วย
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องนี้ต้องเริ่มต้นด้วยความกล้าหาญจากฝ่ายการเมือง รัฐบาลในฐานะที่เป็นผู้กำหนดนโยบาย หากประกาศเอาจริงกับการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เชื่อว่าคงมีปัญหาแบบเดียวกันทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ จ.ปราจีนบุรี แต่นายกฯ ไม่ทราบมาก่อนจริงหรือไม่ หากทราบแล้วเหตุใดถึงไม่มีความกล้าหาญทางการเมืองบอกว่าจุดเริ่มต้นการใช้อำนาจมาจากรัฐบาลเป็นหลังพิงให้กับข้าราชการในพื้นที่ เชื่อว่าจะทำให้หน่วยงานในพื้นที่ทำงานด้วยความสบายใจมากยิ่งขึ้นได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า สิ่งหนึ่งที่จะช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนในพื้นที่ให้กลับคืนมาคือ ความโปร่งใส สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ระบุว่าได้รวบรวมปัญหาหมดแล้ว ส่งฟ้องเหลือแต่ตำรวจดำเนินการ แต่ในวงนอกประชาชนกลับมองไม่เห็นอะไรเลย ระบบราชการเหมือนเป็นกล่องดำ ดังนั้นการสร้างระบบที่คล้ายๆ กับ Traffy Fondue ที่กรุงเทพมหานครใช้จนประสบความสำเร็จมาติดตามเรื่องร้องเรียนต่างๆ เปิด ระบบรายงานและเฝ้าระวัง (Public Dashboard) ให้ประชาชนสามารถติดตามตรวจสอบเรื่องที่ร้องเรียนได้
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ราชการจะต้องมีการทำงานเชิงรุก แม้รัฐบาลจะมีนโยบายตัดงบประมาณจังหวัด โดยให้เหตุผลว่าลดความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานส่วนภูมิภาคในพื้นที่ แต่เรากลับพบว่างบจังหวัดที่ตัดไม่ได้กระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น แต่ถูกนำไปใช้ในโครงการอื่นๆ ที่ไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชน ซึ่งรัฐบาลควรจะต้องมีระบบในการตรวจสอบธุรกิจนอมินี เราจะมีข้อเสนอว่างบประมาณจังหวัดปราจีนบุรีที่มีอยู่ 44 ล้านบาท ในปีงบ 70 หากบูรณาการสร้างระบบไอที เพื่อบูรณาการข้อมูลตรวจจับธุรกิจนอมินีในพื้นที่ เชื่อว่าจะตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ จะมีการส่งหนังสือข้อสังเกตในนามผู้นำฝ่ายค้าน สามารถทำได้ทันที ซึ่งการลงพื้นที่ของตนเองในทุกครั้งที่รับฟังปัญหาก็มีการออกหนังสือในนามผู้นำฝ่ายค้าน เพราะต้องเข้าใจว่าระบบราชการในปัจจุบันทำตามเอกสาร จึงต้องมีต้นเรื่องเป็นหลังพิงให้กับเจ้าหน้าที่ ส่วนเรื่องที่ต้องผลักดันจากรัฐส่วนกลาง อาจจะมีการส่งเรื่องเข้าคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ
เมื่อถามว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (18 ส.ค.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเช่นกัน มองว่าควรมีแอคชั่นกับปัญหาในพื้นที่อย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จริงๆ เป็นโอกาสดี ขอเชิญชวนถ้ามาลงพื้นที่ด้วยกัน ก็จะเป็นเรื่องดีให้มาเดินด้วยกัน ตนก็จะได้สะท้อนปัญหาในเวทีช่วงเช้าให้นายสุชาติฟัง ถ้ารัฐมนตรีรับปากและนำไปดำเนินการทันทีก็จะเป็นสิ่งที่ดีให้กับชาวปราจีนบุรี
เมื่อถามว่า ในพื้นที่มีปัญหาเรื่องการคัดค้านการขยายพื้นที่ EEC มายังจังหวัดปราจีนบุรี มีมุมมองเรื่องนี้อย่างไรบ้างนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คนปราจีนบุรีคงไม่ได้คัดค้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ แต่สิ่งนั้นต้องแลกมากับอะไร หากต้องแลกมากับการกระจุกตัวที่มากขึ้น ความมั่งคั่งที่มากขึ้นแต่กระจุกตัวอยู่ในธุรกิจสีเทา รวมถึงสิ่งแวดล้อมต้องถูกทำลายคนปราจีนคงไม่อยากได้ ดังนั้นถ้ารัฐบาลสามารถตอบได้ชัดมีความโปร่งใสสร้างความเชื่อมั่นได้ ว่ามาตรการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมจะไม่เสียไป และแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงเรื่องธุรกิจสีเทาจะต้องหมดไปให้ผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับคนในพื้นที่จริงๆ เชื่อว่าชาวปราจีนบุรีเองคงไม่คัดค้านการดำเนินการที่ได้ประโยชน์ต่างๆ เหล่านี้
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีหยิบ EEC ไปดูแลเอง คาดหวังเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เชื่อว่าสิ่งที่ตนและชาวปราจีนบุรีรอฟังอยู่คือผลลัพธ์ เช่น จะทำอย่างไรให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่รู้สึกว่ามีหลังพิงในการเข้าไปปราบปรามเรื่องสีเทา ลำพังหน่วยงานในพื้นที่ทำไม่ได้ นอกเหนือจากรัฐบาลส่วนกลาง รัฐมนตรีหรือตัวนายกรัฐมนตรีเองที่ต้อง มีความกล้าหาญใช้อำนาจของตัวเองเป็นหลังพิงให้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งตนคิดว่าเริ่มจากตรงนี้ก่อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'โบว์' ตอกเพื่อไทย 'เขากระโดง' ไม่อาจจบใน 1 เดือน 'คดีฮั้วสว.' ไม่อาจจบด้วยอำนาจการเมือง
โบว์ ณัฏฐา หรือ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โพสต์ข้อความว่าด้วยความเคารพต่อทุกฝ่า
พรรคประชาชน ลุยฟ้อง ม.157 อัด กกต. ตัดตอนภูมิใจไทยรอดคดีฮั้วสว.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วยรองหัวหน้าพรรค และสส.พรรคประชาชน ร่วมแถลงข่าวภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ ส่งฟ้องผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี ฮั้ว เลือก สว. ทั้งสิ้น 77 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง สว. ในปัจจุบัน 26 คน
กระทรวงทรัพย์ฯ ส่งมอบ “ไม้จันทน์หอม” จากอุทยานแห่งชาติกุยบุรี แก่กระทรวงวัฒนธรรม เพื่อจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569 — นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นประธานในพิธีส่งมอบไม้จันทน์หอม สำหรับนำไปจัดสร้างพระโกศจันทน์และพระหีบจันทน์
เริ่มแล้ว! ขบวนการเช็กบิล มือสอบ 'คดีฮั้ว สว.'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า เริ่มแล้ว!!! ขบวนการเอาคืน คนสอบคดีฮั้ว สว.
จี๊ด! 'วิโรจน์' ตอก 'ดร.หญิง' ออกตัวโต้ช่วย 'ภูมิธรรม' บอก 'ขอโทษครับผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน'
'วิโรจน์' สวน 'ลิณธิภรณ์' ออกตัวโพสต์ช่วย 'ภูมิธรรม' ปม 2 พรรค บอก ขอโทษครับ ผู้ใหญ่เขาจะคุยกันครับ
เดือด! 'ภูมิธรรม' ตอกซ้ำ 'ส้ม' ไม่เชื่อ 'พท.' เพราะเคยตระบัดสัตย์ ถามพรรคที่เลือกน่าเชื่อถือกว่าตรงไหน
'ภูมิธรรม' โพสต์ถึงพรรคประชาชนอีกครั้ง ย้ำโพสต์ใน X เรื่องฮั้ว สว. จุดประสงค์ไม่ต้องการโต้ตอบ ทางการเมืองแบบตีลูกปิงปอง เพียงอยากเห็นการทำงานการเมืองอย่างรับผิดชอบต่อเสียงของประชาชนที่เลือกเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎร

