'แก้วตา' ป้องเยาวชนควรเติบโตไปกับความฝันไม่ใช่ 'หมายศาล' การให้อภัยคือวุฒิภาวะของประเทศ

'ธิษะณา' ผิดหวังสภาไม่นิรโทษคดีม.112และคดีเยาวชน สะท้อนว่าเราไม่สามารถมองความขัดแย้งทางการเมืองที่ต้องได้รับการเยียวยา ยกคนหนุ่มสาวเข้าร่วมพคท.สุดท้ายมีคำสั่ง66/23 เราจะยอมให้เด็กเติบโตขึ้นโดยมีคดีติดตัว เพียงเพราะเขาเคยตั้งคำถามกับสังคมหรือ ยันการให้อภัยทางการเมืองไม่ใช่ความอ่อนแอของรัฐแต่คือวุฒิภาวะของประเทศ บางครั้งสิ่งที่ทำให้สถาบันมั่นคงที่สุดคือการให้อภัย

10 ก.ค.2569 - ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ แก้วตา อดีตสส.กรุงเทพฯ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ “เด็กอายุ 15–16 ปี ควรเติบโตไปพร้อมกับความฝัน ไม่ใช่เติบโตไปพร้อมกับหมายศาล” มีเนื้อหาดังนี้

เยาวชนจำนวนหนึ่งที่ออกมาตั้งคำถามต่อสังคม ต่อรัฐ ต่ออนาคตของประเทศ ต้องใช้ช่วงวัยที่ควรได้เรียนรู้ ทดลองผิดพลาด และค้นหาตัวเอง ไปกับการขึ้นศาล พบพนักงานสอบสวน และแบกรับความกังวลจากคดีทางการเมือง

ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องของพวกเขา คำถามสำคัญคือ สังคมที่ดีควรตอบโต้ความคิดของเยาวชนด้วยการถกเถียง หรือด้วยคดีความที่ติดตัวพวกเขาไปอีกหลายปี?

การลงมติเรื่องนิรโทษกรรมครั้งนี้ โดยเฉพาะท่าทีต่อคดีมาตรา 112 และคดีของเยาวชน เป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง เพราะมันสะท้อนว่าเรายังไม่สามารถมองความขัดแย้งทางการเมืองในฐานะบาดแผลร่วมของสังคมที่ต้องได้รับการเยียวยา

การนิรโทษกรรมเยาวชนไม่ได้หมายถึงการลดคุณค่าของสถาบันพระมหากษัตริย์ ตรงกันข้าม อาจเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ได้เห็นถึงหลักเมตตา การให้อภัย และความเป็นธรรม ซึ่งเป็นคุณค่าที่สังคมไทยควรยึดถือร่วมกัน

”ความรักไม่ได้เกิดจากความกลัว แต่เกิดจากความเข้าใจ“

เพราะความผูกพันระหว่างประชาชนกับสถาบัน ไม่ได้เกิดจากบทลงโทษที่รุนแรงที่สุด แต่เกิดจากความรู้สึกไว้วางใจ ความเคารพ และความเชื่อว่าทุกคนยังมีพื้นที่ในประเทศนี้

หากรัฐและสังคมเลือกให้อภัยเยาวชนที่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางความขัดแย้ง ผู้คนอาจไม่ได้รักสถาบันน้อยลง หากแต่อาจเข้าใจ เคารพ และรักมากขึ้น เพราะเขาได้เห็นว่าสังคมนี้ยังมีหัวใจ และยังพร้อมโอบรับคนรุ่นใหม่กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของอนาคตร่วมกัน

การนิรโทษกรรมไม่ใช่การบอกว่าทุกฝ่ายถูกต้อง ไม่ใช่การบังคับให้ทุกคนเห็นด้วยกับทุกการกระทำ แต่คือการยอมรับว่า ในช่วงเวลาหนึ่ง ประเทศเดินเข้าสู่ความขัดแย้งที่ทำให้ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายจากการแสดงออกทางการเมือง
และประเทศไทยเคยเลือกเส้นทางของการให้อภัยมาแล้ว

หลังเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 คนหนุ่มสาวจำนวนมากถูกผลักเข้าสู่ป่า เข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เพราะไม่เห็นพื้นที่ของตัวเองในระบบการเมืองเดิม
แต่ท้ายที่สุด รัฐไทยไม่ได้ยุติความขัดแย้งด้วยการตามล่าคนเหล่านั้นตลอดชีวิต

คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ภายใต้รัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เลือกเปลี่ยน “ศัตรูของรัฐ” ให้กลายเป็น “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” เปิดทางให้ผู้ที่เคยต่อสู้กับรัฐกลับคืนสู่สังคม
ไม่ใช่เพราะทุกฝ่ายลืมอดีต แต่เพราะประเทศไม่สามารถสร้างอนาคตได้ หากยังทิ้งประชาชนกลุ่มหนึ่งไว้ข้างหลัง

บทเรียนสำคัญจากประวัติศาสตร์คือ ความมั่นคงไม่ได้เกิดจากการทำให้ทุกเสียงเงียบ แต่เกิดจากการสร้างพื้นที่ให้ความเห็นต่างสามารถอยู่ร่วมกันได้

วันนี้เราอาจผิดหวังกับมติในสภา ผิดหวังกับความกลัวที่ยังครอบงำการตัดสินใจทางการเมือง
แต่ไม่ควรหมดหวัง

ประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่า ประตูของการปรองดองไม่ได้มีเพียงบานเดียว การนิรโทษกรรมสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ ผ่านกฎหมาย ผ่านมาตรการทางการเมือง หรือผ่านความกล้าหาญของสังคมในวันที่พร้อมจะก้าวข้ามความขัดแย้ง

เพราะสุดท้ายแล้ว คำถามไม่ใช่ว่า “ใครชนะ” ในความขัดแย้งครั้งนี้
แต่คือเราจะยอมให้เด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นโดยมีคดีติดตัว เพียงเพราะเขาเคยตั้งคำถามกับสังคมที่เขาอยากมีส่วนร่วมสร้างหรือไม่

การให้อภัยทางการเมืองไม่ใช่ความอ่อนแอของรัฐ แต่มันคือวุฒิภาวะของประเทศ
และบางครั้ง สิ่งที่ทำให้สถาบันใดสถาบันหนึ่งมั่นคงที่สุด อาจไม่ใช่อำนาจในการลงโทษ
แต่คือความสามารถในการให้อภัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สั้นแต่จบ 'ดร.อานนท์' ย้อน 'ดร.ป็อก' ผู้ต้องขังม.112 ถวายฎีกาได้เองอยู่แล้ว

รศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้ว่า

'แก้วตา' ซัดพรรคส้มส่ง 'เท้ง' ชิงนายกฯ เล่นละครการเมือง รู้เต็มอกไม่มีทางชนะ แค่หวังปั่นอารมณ์มวลชน

น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การที่พรรคประชาชนส่ง “เท้ง” ลงชิงโหวตนายกฯ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าไม่มีทางชนะ ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่เป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อสร้างภาพว่า “ฉันได้สู้แล้ว” และหวังเก็บกระแส

'แก้วตา' อัด ปชน. ปอดแหก เงียบไม่พูดถึงสันติภาพชายแดนไทย-กัมพูชา ช่วงหาเสียง

น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือ แก้วตา อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า  [ถอดบทเรียนเลือกตั้ง 69 ไม่มีพรรคใดในประเทศไทย “ต่อต้านสงคราม”

'ธิษะณา' พูดชัดๆ เหตุผลวิพากษ์พรรคส้ม ไม่ใช่เพื่อทำลาย ยืนยันมาตรฐานการเมืองต้องสูงกว่านี้

"แก้วตา ธิษะณา" ย้ำชัดๆ วิพากษ์พรรคส้ม ไม่ใช่เพราะ “ไม่ได้ไปต่อ” แต่พรรคที่อ้างว่าจะยกระดับการเมือง ต้องอธิบายได้ว่าหลักเกณฑ์การคัดเลือกคืออะไร