กสทช. กำชับสื่อเสนอข่าวเหตุรุนแรงในโรงเรียน งดภาพสะเทือนใจ-รายละเอียดเสี่ยงเลียนแบบ

สำนักงาน กสทช. ขอความร่วมมือองค์กรวิชาชีพกำชับสื่อเสนอข่าวเหตุยิงในโรงเรียน จ.นนทบุรี อย่างระมัดระวัง หลีกเลี่ยงภาพผู้เสียชีวิต-บาดเจ็บ ปกปิดข้อมูลเด็ก งดเจาะรายละเอียดวิธีก่อเหตุและอาวุธที่อาจนำไปสู่การเลียนแบบ พร้อมระวังการสัมภาษณ์ผู้ประสบเหตุและครอบครัว หวั่นสร้างบาดแผลทางจิตใจซ้ำ

7 สิงหาคม 2569 - สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอความร่วมมือพิจารณาดำเนินการติดตามตรวจสอบและกำชับแนวทางการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงภายในสถานศึกษา ถึงองค์กรวิชาชีพด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

สำนักงาน กสทช. ระบุว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 กำหนดให้การปฏิบัติต่อเด็ก รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็ก และต้องไม่กระทำการใดที่อาจส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพ ความปลอดภัย สิทธิ หรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเด็ก

ประกอบกับหลักจริยธรรมสื่อสารมวลชนในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กำหนดให้สื่อมวลชนคำนึงถึงการคุ้มครองและมีความรับผิดชอบต่อผู้รับสาร โดยเฉพาะการหลีกเลี่ยงเนื้อหารุนแรง ภาพสะเทือนใจ หรือการนำเสนอที่อาจตอกย้ำความสูญเสีย จนนำไปสู่การสร้างบาดแผลทางจิตใจซ้ำ (Re-traumatization) หรือทำให้ผู้เสียหายและผู้ได้รับผลกระทบตกเป็นเหยื่อซ้ำ (Re-victimization)

ภายหลังเกิดเหตุใช้อาวุธปืนภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย และมีการเผยแพร่ข้อมูล ภาพ และคลิปวิดีโอเกี่ยวกับเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง สำนักงาน กสทช. เห็นว่าการนำเสนอข่าวจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้กระทบต่อสิทธิ สวัสดิภาพ และศักดิ์ศรีของเด็ก ผู้เสียหาย ผู้สูญเสีย ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้อง

สำนักงาน กสทช. จึงขอให้องค์กรควบคุมการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ กำชับสมาชิกเกี่ยวกับการนำเสนอข่าวหรือเนื้อหารายการ โดยให้ถือปฏิบัติ 4 แนวทางสำคัญ ดังนี้

  1. ระมัดระวังการรายงานสด ไม่รายงานในลักษณะเร้าอารมณ์ กระตุ้นความรุนแรง หรือเปิดเผยข้อมูลที่อาจขัดขวางและส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
  2. หลีกเลี่ยงภาพผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และภาพความรุนแรง รวมถึงภาพหรือข้อมูลของเด็กและเยาวชนที่สามารถระบุตัวตนได้ ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียหายและผู้ได้รับผลกระทบ โดยควรเบลอภาพหรือปกปิดข้อมูลที่สามารถนำไปสู่การระบุตัวบุคคล
  3. หลีกเลี่ยงรายละเอียดวิธีการก่อเหตุและอาวุธที่ใช้ รวมถึงขั้นตอนหรือข้อมูลที่อาจนำไปสู่การเลียนแบบหรือกระตุ้นพฤติกรรมรุนแรง พร้อมระมัดระวังไม่มุ่งเน้นตัวผู้ก่อเหตุจนเกิดการยกย่อง สร้างภาพลักษณ์ หรือสร้างการจดจำเกินสมควร และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ภาพ ชื่อ หรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ก่อเหตุเกินกว่าที่จำเป็นต่อประโยชน์สาธารณะ
  4. ระมัดระวังการสัมภาษณ์ผู้ประสบเหตุและครอบครัว โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน ญาติผู้เสียหาย หรือผู้ที่ยังอยู่ในภาวะโศกเศร้าและได้รับผลกระทบทางจิตใจ ไม่เน้นประเด็นความน่าสะพรึงกลัว แต่ควรให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟูสภาพจิตใจ และแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันอีก

สำนักงาน กสทช. ระบุว่า แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนปฏิบัติตามกฎหมาย จริยธรรมวิชาชีพ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อคุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพของเด็ก ผู้เสียหาย และผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงรักษามาตรฐานการนำเสนอข่าวที่รับผิดชอบต่อสังคมและลดผลกระทบจากการเผยแพร่เนื้อหาความรุนแรง

แถลงการณ์ลงนามโดย นายฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด นักวิชาการนโยบายและแผนเชี่ยวชาญพิเศษ รักษาการแทนรองเลขาธิการ ปฏิบัติการแทนเลขาธิการ กสทช.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยกระดับความปลอดภัยเพื่อคนไทย! ทรู คอร์ปอเรชั่น ผนึก กสทช. ลงพื้นที่สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม-เพชรบุรีตรวจเข้มมาตรการลงทะเบียนซิม สกัดการนำเลขหมายใช้ก่ออาชญากรรมไซเบอร์

สมุทรสาคร – 8 กันยายน 2569 – ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.)

อดีตผู้พิพากษา ชำแหละ 'กสทช.' ปมข่าว 'หมอสรณ' จากคำสั่งศาลถึงแท็กติกแก้เกม

“วัส ติงสมิตร” วิเคราะห์กรณี กสทช.เผยแพร่ข่าวคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ก่อนศาลท้วงข้อความไม่ตรงความจริง ชี้ต้องแยก “คำอ้

'อดีตบิ๊กข่าวกรอง' ตั้ง 2 ข้อสังเกตสำคัญ เหตุรุนแรงชายแดนใต้ ป่วนถี่แบบที่ไม่มีคนเสียชีวิต

อดีตรองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ข้องใจมีอะไรในกอไผ่​ เหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในจชต.มีข้อน่าสังเกต เหตุร้ายที่ไม่มีคนเสียชีวิต มีแต่เผาและเผา