
โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ปลื้มข่าวดีซาอุดีอาระเบียยกเลิกข้อห้ามคนซาอุฯ เดินทางเข้าไทย อนุญาตคนไทยเข้าซาอุฯ ได้ พร้อมยกเลิกข้อห้ามนำเข้าสินค้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกจากไทย
16 มี.ค.2565 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบข่าวที่น่ายินดีว่ารัฐบาลซาอุดีอาระเบียประกาศยกเลิกการห้ามบุคคลสัญชาติซาอุดีฯ เดินทางเข้าไทย ซึ่งเป็นข้อห้ามที่มีมายาวนานกว่า 30 ปี รวมทั้งอนุญาตให้บุคคลสัญชาติไทยเดินทางเข้าซาอุดีฯ ได้
“เชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์ มีเอกลักษณ์สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวซาอุดีฯ ได้แน่นอน โดย ททท. ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวซาอุฯ ให้มาเที่ยวไทย 200,000 คน โดยเน้นกลุ่มครอบครัว คนรุ่นใหม่ วัยทำงาน กลุ่มคนรักสุขภาพ และกลุ่มคู่รักฮันนีมูน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เป็นกลุ่มที่ค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงกว่าหลาย ๆ ชาติ และเป็นกลุ่มที่ยังไม่เคยเดินทางมาไทย”
นายธนกรกล่าวอีกว่า อีกหนึ่งข่าวที่น่ายินดี เมื่อทางการซาอุดีฯ พิจารณายกเลิกห้ามนำเข้าสินค้าสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกจากประเทศไทย ซึ่งไทยถูกระงับและห้ามการนำเข้ามาตั้งแต่ปี 2548 โดยมีสถานประกอบการส่งออกของไทยที่ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนกว่า 11 แห่ง ถือเป็นข่าวดีด้านการส่งออกปศุสัตว์ไทย โดยเฉพาะในการเสริมสร้างบทบาทของไทยในฐานะครัวโลก เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารของซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากซาอุดีฯ ถือเป็นประเทศผู้นำเข้าเนื้อสัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์แปรรูปรายใหญ่ของโลก ปัจจุบัน ซาอุดีอาระเบีย มีการนำเข้าไก่ปีละ 5.9 แสนตัน ถือเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ
“ข่าวที่น่ายินดีทั้งสองข่าวดังกล่าว เป็นผลมาจากการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ที่เป็นไปตามลำดับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ภายหลังนายกฯ เดินทางเยือนราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของเจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นการเยือนในระดับผู้นำรัฐบาลระหว่างสองประเทศเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี”
นายธนกรกล่าวว่า นายกฯ เชื่อมั่นว่าผลจากการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศทั้งสองมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะต่างเป็นสองประเทศที่มีศักยภาพ สามารถผูกสัมพันธ์ เชื่อมโยงเป็นผลทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกัน โดยนายกฯ ยังได้เน้นย้ำ และสั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินงาน และนำเอาความสำเร็จจากการสานสัมพันธ์ในครั้งนี้ แปลงไปสู่นโยบายและการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมให้ได้โดยเร็ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แพทองธาร' โชว์ทรัพย์สินหลังพ้นนายกฯ อู้ฟู่ 1.1 หมื่นล้านหนี้ตั๋วพีเอ็นยังอยู่!
ป.ป.ช.เปิดเซฟ 'แพทองธาร' พ้นเก้าอี้นายกฯ มั่งคั่ง 1.1 หมื่นล้าน หนี้ตั๋ว PN 4.4 พันล้านบาทยังอยู่
เด็กส่งการ์ดให้นายกฯ บอกอยากโตในยุคลุงอนุทิน!
'อนุทิน' มอบโล่รางวัลเด็ก-เยาวชนดีเด่น 1,462 คน ขอเด็กๆตั้งใจเรียนอนาคตเป็นผู้บริหารประเทศ ก่อนถ่ายรูปเซลฟี่คึกคัก เด็กส่งการ์ดขอเป็นนายกฯอีกสมัย-อยากโตในยุคคุณลุงอนุทิน
กกต.เปิดรายละเอียดพรรคไหนส่งชิง สส.บัญชีรายชื่อเท่าไหร่และส่งแคนดิเดตนายกฯ
ประธาน กกต.ลงนามประกาศรายชื่อพรรคการเมืองสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีแล้ว
'อนุทิน' เคลียร์แล้ว! ปมรูปคู่ 'บอลลูน' ดาราสาวเซ็กซี่
'นายกฯหนู' แจงแล้ว ปมรูปหลุดคู่ 'บอลลูน' ดารายุค 90 เผยเจอกันงานฉลองปีใหม่ ปัดไม่มีอะไรทั้งพ่อและลูก
นายกฯ ขออย่าเชื่อข่าว 'เขมร' เริ่มขยับ ย้ำฟังข้อมูล 'สมช.'
นายกฯ ย้ำฟังข้อมูล สมช. ขออย่าเชื่อกระแส หลังข่าวทหารกัมพูชาเริ่มขยับ ยันทหารมีขวัญกำลังใจดี มุ่งมั่นเสียสละทุ่มเท

