“วัส ติงสมิตร” วิเคราะห์กรณี กสทช.เผยแพร่ข่าวคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ก่อนศาลท้วงข้อความไม่ตรงความจริง ชี้ต้องแยก “คำอ้างคู่ความ” ออกจาก “คำวินิจฉัยศาล” พร้อมจับตาขั้นตอนหลัง กสทช.ขออภัย-แก้ไขข่าว
5 กันยายน 2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระและอดีตผู้พิพากษา โพสต์บทความเรื่อง “ถอดรหัสศึกข่าว กสทช. : จาก ‘คำสั่งศาลปกครองสูงสุด’ สู่แท็กติกสื่อสารและการดัดหลังตามหลักนิติธรรม” กล่าวถึงกรณีข้อพิพาทระหว่าง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. กับคณะกรรมการสรรหา กสทช. ซึ่งนำไปสู่การออกเอกสารข่าวของสำนักงาน กสทช. และการชี้แจงจากสำนักงานศาลปกครอง
นายวัสระบุว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 สำนักงาน กสทช. โดยนายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เผยแพร่เอกสารข่าวฉบับที่ 85/2569 ชี้แจงกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ตามคำสั่งที่ 952/2569 กลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้รับคำฟ้องของ นพ.สรณ ไว้พิจารณา
อย่างไรก็ตาม ในหัวข้อ 3, 4 และ 5 ของเอกสารข่าว สำนักงาน กสทช. ใช้ข้อความว่า “ศาลปกครองสูงสุดระบุว่า...” ก่อนกล่าวถึงประเด็นความเสียหายหากต้องรอให้มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง และผลกระทบของคำวินิจฉัยคณะกรรมการสรรหาฯ ต่อสถานะประธาน กสทช.
ต่อมาวันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักงานศาลปกครองออกคำชี้แจง ระบุว่า ข้อความดังกล่าวในเอกสารข่าวของสำนักงาน กสทช. “ไม่ตรงกับความเป็นจริง” เนื่องจากข้อความที่นำมาอ้างนั้นเป็นเพียง “ข้อกล่าวอ้างในคำอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี” มิใช่คำวินิจฉัยหรือเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาล
สำนักงานศาลปกครองยังระบุว่า การนำข้อความเพียงบางส่วนที่ปรากฏในคำสั่งศาลไปเผยแพร่โดยไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยและเหตุผลในการวินิจฉัยของศาล เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย และสำนักงานศาลปกครองจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายวัสระบุต่อว่า ในช่วงหัวค่ำวันที่ 4 กันยายน สำนักงาน กสทช. ได้ออกข่าวฉบับใหม่เพื่อขออภัยในความคลาดเคลื่อนและขอแก้ไขข่าว พร้อมลบเอกสารฉบับเดิมออกจากเว็บไซต์ โดยปรับเนื้อหาว่า ศาลปกครองสูงสุดเพียงรับคำฟ้องไว้พิจารณา และยังไม่ได้วินิจฉัยในเนื้อหาว่าคณะกรรมการสรรหาฯ มีอำนาจหรือไม่
อย่างไรก็ตาม นายวัสตั้งข้อสังเกตว่า แม้สำนักงาน กสทช. จะปรับแก้ข่าว แต่ยังอ้างถึงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวปฏิบัติระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุดว่า ไม่ควรกระทำการใดๆ ที่กระทบต่อการทำงานของบุคคลนั้น โดยนายวัสวิเคราะห์ว่า เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ในการสื่อสารของสำนักงาน กสทช. ยังคงอยู่ที่การยืนยันใช้ระเบียบฝ่ายบริหารดังกล่าว
นายวัสยังเสนอข้อสังเกตทางกฎหมายว่า การที่ศาล “รับฟ้อง” ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟ้อง “ชนะคดี” แต่หมายถึงคดีผ่านเงื่อนไขเข้าสู่การพิจารณาของศาล ขณะเดียวกัน การที่คำสั่งทางปกครองยังมีผลอยู่ ก็ไม่ได้หมายความว่าคำสั่งดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย
ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์คำสั่งศาลโดยสุจริตและในทางวิชาการนั้น นายวัสระบุว่าสามารถกระทำได้ตามกฎหมาย แต่การนำเสนอว่าศาลกล่าวในสิ่งที่ศาลไม่ได้กล่าว เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องแยกออกจากกัน
สำหรับกรณีที่อาจมีการพิจารณาเรื่องละเมิดอำนาจศาล นายวัสระบุว่า หากมีการนำเรื่องเข้าสู่การไต่สวนและศาลปกครองสูงสุดเห็นว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาล ศาลมีอำนาจตามมาตรา 64 สั่งตักเตือน ไล่ออกจากบริเวณศาล จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ นายวัสเสนอว่า การที่สำนักงาน กสทช. ออกมาขออภัย ลบข่าวเดิม และแก้ไขเนื้อหาอย่างรวดเร็ว อาจถูกพิจารณาในแง่มาตรการลงโทษเท่าที่จำเป็น ขณะเดียวกันก็เสนออีกมุมหนึ่งว่า ศาลอาจใช้มาตรการที่หนักขึ้น หากเห็นว่าการสื่อสารดังกล่าวมิใช่เพียงความผิดพลาดโดยสุจริต แต่มีลักษณะเป็นการชักจูงกระแสสังคม
นายวัสสรุปว่า กรณีดังกล่าวไม่ใช่เพียงปัญหาการพิมพ์ข้อความผิด แต่เกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาลและความน่าเชื่อถือขององค์กรกำกับดูแลระดับประเทศ พร้อมย้ำหลักสำคัญว่า “คำอ้างของคู่ความ เป็นคำอ้างของคู่ความ — คำวินิจฉัยของศาล เป็นคำวินิจฉัยของศาล” และไม่ควรทำให้สองส่วนดังกล่าวกลายเป็นสิ่งเดียวกันอย่างเด็ดขาด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลปกครองเตือน กสทช. ปมคดี 'หมอสรณ' เผยแพร่ข้อมูลคลาดเคลื่อนอาจผิดกฎหมาย
ศาลปกครองเตือน กสทช. บิดเบือนคำสั่งศาลคดี “หมอสรณ” เข้าข่ายผิดกฎหมาย การนำข้อความเพียงบางส่วนในคำสั่งไปเผยแพร่โดยไม่สมบูร
'ไตรรัตน์' แจงข้อกฎหมายยิบ! บอกสำนักงาน กสทช.พร้อมจัดประชุมให้ปฏิบัติหน้าที่ตาม กม.
สำนักงาน กสทช. อำนวยความสะดวกจัดประชุม กสทช. อย่างเต็มที่ เพื่อให้ กสทช. ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ยึดหลักปฏิบัติให้ความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่รัฐในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด
'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' เจาะลึกคำสั่งศาลปกครองสูงสุดปมเปิดประตูรับคำฟ้อง 'หมอสรณ'
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
'หมอสรณ' ร่อนแถลงการณ์ น้อมรับคำสั่งศาลปค.สูงสุด ลั่นไม่ใช่วันที่มีผู้แพ้-ชนะ
ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ออกคำแถลงภายหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับคำฟ้องไว้พิจารณา กรณีข้อพิพาทเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ โดยน้อมรับและเคารพคำสั่งของศาล พร้อมขอบคุณกระบวนการยุติธรรมที่พิจารณาทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงตามกระบวนการตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
ศาลปกครองสูงสุด พลิกคำสั่ง! ให้รับคำร้อง 'หมอสรณ' ไว้พิจารณา ปมคุณสมบัติประธาน กสทช.
ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ศาลปกครองกลางรับคดี "นพ.สรณ" ฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. และคำขอคุ้มครองชั่วคราวไว้พิจาณา เหตุคำวินิจฉัยเป็นคำสั่งทางปกครองตามกฎหมาย ประธาน กสทช.จึงเป็นผู้เสียหายในคดี
นักวิชาการยกเคส กกต. ทั่วโลกกับฐานความผิดที่ต้องรับผิดชอบ
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า บทสรุปประวัติศาสตร์: เมื่อ "องค์กรอิสระ" ดำดิ่งสู่ความอัปยศ สถานะ องค์กรอิสระ ถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายบริหารและการเมือง

