
จี้7กกต.เปิดหมดผลมติคดีฮั้วสว.อดีตตุลาการฯเชื่อสองรุ่นพี่อดีตผู้พิพากษา”ณรงค์-สิทธิโชค”ยึดหลักกฎหมาย ไม่เห็นแก่พวกพ้อง ปรามม็อบขยับวันนี้ ทำได้แต่ไม่ควรไปกดดัน
13 กันยายน 2569 – นายสุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์-นักกฎหมายอิสระ กล่าวถึงการประชุมลงมติคดีฮั้วสว.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ว่า กกต.ควรที่จะเปิดเผยรายละเอียดมติกกต.ทั้งหมด เพราะต้องยอมรับว่าสังคมติดตามสิ่งที่กกต.กำลังทำหน้าที่ สิ่งเหล่านี้กกต.ต้องเปิดเผยทั้งหมด การเปิดเผยเป็นผลดีกับทุกฝ่าย เพราะหากต้องการให้โปร่งใส ก็ควรต้องเปิดเผย เช่นผลการพิจารณาเป็นอย่างไร คือพร้อมที่จะให้ทุกฝ่ายตรวจสอบ หากทำได้องค์กรอิสระก็จะยกระดับขึ้นมาในการทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการใช้อำนาจ
เมื่อถามถึงว่าในฐานะอดีตผู้พิพากษามองว่าการพิจารณาคำร้องคดีสว.ของสองกกต.ที่เป็นอดีตผู้พิพากษาคือ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต. และนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ มีความเชื่อมั่นในการใช้ดุลยพินิจของกกต.ทั้งสองคนอย่างไร นายสุโรจน์-อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ กล่าวตอบว่า เชื่อมั่นกกต.ทั้ง 2 คนดังกล่าวว่า สามารถที่จะใช้ดุลยพินิจได้เป็นอย่างดี เพราะการที่ทั้งสองท่านเสียสละมาดำรงตำแหน่งตรงนี้ คงได้ตัดสินใจอะไรบางอย่างมาแล้วว่าต้องทำหน้าที่ในการเป็นกกต.อย่างไร
“เชื่อว่าท่านคงไม่เห็นแก่พวกพ้อง ผมเชื่ออย่างนั้น ในความเห็นส่วนตัวของผมที่มีความเชื่อว่า ในความเป็นผู้พิพากษาพอถึงจุดหนึ่งเมื่อมีการที่จะชี้เป็นชี้ตาย เราก็จะไม่เห็นแก่พวกพ้อง แต่ยึดหลักกฎหมาย -ว่าไปตามพยานหลักฐาน นี้คือสิ่งที่เรายึดถือกันมา”อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ระบุ
ต่อข้อถามที่ว่า กกต.ชุดปัจจุบันมีอยู่สี่คนที่มาจากการเห็นชอบของสว.ชุดปัจจุบัน ที่ก็มีสว.จำนวนมากมีชื่ออยู่ในผลการสืบสวนไต่สวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ของกกต.ร่วม 138 คน คนก็ไปวิจารณ์กันก่อนล่วงหน้าว่าเสียงข้างมากในกกต.อาจจะมีการตอบแทนสว.ที่ให้เข้าไปเป็นกกต. นายสุโรจน์ มองประเด็นนี้ว่า ถ้าตอบแทนในลักษณะเช่นนั้น เท่ากับว่าก็ต้องยอมรับผลที่จะเกิดขึ้นต่อไปในการทำหน้าที่ผมเชื่อว่า การใช้ดุลพินิจครั้งนี้ กกต.ทั้ง 7 คนต้องถูกตรวจสอบแน่นอน เพราะเป็นที่สนใจของสังคม เพราะฉะนั้นคิดว่ามันจะไม่จบแค่กกต.ใช้ดุลยพินิจ หากท่านใช้ดุลยพินิจตรงไปตรงมา คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าที่จะไปตอบแทนในเรื่องผลประโยชน์ต่าง ๆ จากการที่ได้รับเลือกมา
“ตรงนี้ผมคงไม่ก้าวล่วงว่าท่านได้รับเลือกจากสว.ผมคงไม่ไปก้าวล่วงตรงนั้น คิดว่าสิ่งที่มีการกล่าวหากันในความเห็นผมจากการเป็นผู้พิพากษามา หากไม่มีหลักฐานอะไร ผมก็ไม่ค่อยเชื่อ แต่ควรต้องดูจากเนื้องาน ดูที่การใช้อำนาจมากกว่า แล้วตรงนั้น เราก็สามารถที่จะ มองได้ว่ามันเป็นการตอบแทนกันหรือไม่ หากท่านใช้ดุลยพินิจแบบไม่สมเหตุสมผลเมื่อใด ผมก็คิดว่าสิ่งที่สังคมกังขามันก็เป็นจริง แต่ตราบใดที่ว่ายังไม่เห็นการใช้อำนาจของเขา ยังไม่เห็นเหตุผลในการใช้อำนาจ ผมคงไม่ไปก้าวล่วงก่อน”นายสุโรจน์กล่าว
ถามถึงกรณีมีการนัดหมายทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองในวันนี้ 13 กันยายน เช่นการนัดรวมตัวเพื่อร่วมกันเดินจากสำนักงานไอลอว์ย่านลาดพร้าวไปที่หอศิลปฯ กรุงเทพ โดยพบว่ามีพรรคการเมืองบางพรรคร่วมสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าวด้วย มองว่าควรมีเส้นแบ่งในการเคลื่อนไหวหรือไม่ ในการที่จะไม่ไปกดดันการทำงานของกกต. นายสุโรจน์ กล่าวว่า คิดว่าการแสดงออก ทุกคนมีสิทธิ์แสดงออก แต่ว่าจังหวะเวลาอย่างตอนนี้ เราควรจะทำหรือไม่ ตรงนี้สำคัญ เราทุกคนมีสิทธิ์แสดงออกในทางการเมืองแต่ว่าเรื่องจังหวะ เรื่องเวลาเราต้องคำนึงให้มากที่สุดโดยเฉพาะต้องยอมรับว่ามีประชาชนหลาย ๆ ส่วน ที่เขาเองอาจจะเชื่อในพรรคการเมืองก็มี แต่ไม่เชื่อในพรรคการเมืองก็มี แล้วแต่ว่าคนแต่ละคนจะมีมุมมองในทางการเมืองอย่างไร
ความเห็นผมคิดว่าต้องระมัดระวัง ถ้าสมมุติว่าเป็นขบวนการทางการเมืองมาเคลื่อนไหวก่อนที่กกต.จะมีคำวินิจฉัย ก็ควรต้องระมัดระวังเอาแค่ให้เหมาะสมเท่านั้น อย่าให้ถึงกับชนิดที่ว่า ดูแล้วมันเป็นเรื่องการกดดันจนมากเกินไป เพราะพอเราใช้การกดดัน ทำให้เรื่องเหตุเรื่องผลมันจะน้อยลง แต่หากยืนอยู่บนเหตุผลแล้วก็คิดว่ามันมีระยะเวลาอยู่ในการที่กฎหมายเขาให้อำนาจเราในการตรวจสอบ แต่ว่าก่อนที่ขบวนการต่างๆจะออกมา คิดว่าไม่ควรไปกดดันมากก็ควรปล่อยให้กกต.เขาทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ควรรอดูผลการทำงาน การใช้อำนาจของเขาเสียก่อน แล้วถ้าไม่ชอบมาพากล เราก็ใช้กฎหมายไปจัดการ เราอย่าเพิ่งไปวิเคราะห์เอง ไปคิดเอาเองโดยที่ไม่มีอะไรในทางกฎหมายมารองรับ ไม่ค่อยเห็นด้วย
ถามย้ำว่าในมุมมองความเห็นส่วนตัวคิดว่าจากข้อมูลที่มีการเปิดเผย มีข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกสว.ออกมาต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา มองว่ามีความสมเหตุสมผลหรือไม่อย่างไรที่กกต.จะส่งคำร้องไปศาลฎีกาได้หรือไม่ นายสุโรจน์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์กล่าวว่า ถ้าสมมติผมเป็นกกต.แล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างนั้น การที่ผมจะใช้ดุลพินิจส่ง(คำร้องไปศาลฎีกา) มันจะมีมากกว่าที่จะไม่ส่ง เพราะว่าผมถือว่า สิ่งนี้มันเป็นการรักษาระบบ เพราะว่าถ้าข้อเท็จจริงเป็นอย่างที่สื่อนำเสนอเหล่านี้ เท่ากับว่าขบวนการตรงนี้มันจะต้องมีการตรวจสอบอีกชั้นหนึ่งตามอำนาจหน้าที่ของกกต. เราก็ควรที่จะดำเนินการไปตามครรลองของกฎหมาย ในความเห็นส่วนตัวถ้าในสำนวนเป็นอย่างงั้นจริง ๆ ต้องขอใช้คำนี้ ถ้าข้อเท็จจริงในสำนวนเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมก็คิดว่า กกต.ควรใช้อำนาจที่จะส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกา
ถามถึงว่า หากมติกกต.14 กันยายนเป็นมติซึ่งอาจจะค้านกับความรู้สึกหรือค้านสายตาประชาชน กระแสสังคม ถ้ากกต.ปกปิดไม่มีการเปิดเผย รายละเอียดใด ๆ แต่ก็มีมติออกมาในทาง เช่นอาจจะยกคำร้องทั้งหมด หากออกมาแบบนี้มันจะเกิดวิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระ ต่อกกต.หรือไม่ นายสุโรจน์กล่าวตอบว่า แน่นอนว่า ถ้าผลออกมาในทางตรงกันข้าม โดยไม่มีเหตุผลที่ดีแน่นอนที่สุด ทุกๆอย่างเท่ากับว่า องค์กรที่ตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญมันก็จะมีปัญหาทันที ความน่าเชื่อถืออะไรต่าง ๆ มันก็ไปหมด เพราะต้องยอมรับว่ากกต.มีบทบาทในการกำหนดรูปแบบของการเมืองเหมือนกัน อย่างหากสมมุติว่าถ้ากกต.ทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ แน่นอนที่สุดสังคมก็จะขาดความเชื่อมั่น การเมืองมันอยู่ที่ความเชื่อมั่น หากคนไม่เชื่อมั่น ปัญหาต่าง ๆ ก็ตามมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตปลัดยุติธรรมย้ำ 'กกต.' ควรส่งคำร้องคดีฮั้วสว.ไปศาลฎีกา
อดีตปลัดยุติธรรม ย้ำกกต.ควรส่งคำร้องคดีสว.ไปศาลฎีกา แนะไม่ว่าผลออกมาอย่างไร ต้องชี้แจงเหตุผลต่อประชาชน
เอาแล้ว! นักวิชาการลงชื่อออกแถลงการณ์จี้กกต. ส่งคดีฮั้วสว.ไปศาลฎีกา
ดร.อาทิตย์-วิชา-อ.ยักษ์ นำทัพภาคประชาสังคม ลงชื่อออกแถลงการณ์จี้กกต.ส่งคดีบล็อกโหวตสว.ไปศาลฎีกา -ดำเนินคดีอาญาขบวนการฮั้วสภาสูง
พยานหลักฐานชัด ส่งศาลฎีกา แต่ถ้าไม่พอฟังได้ว่ามีการฮั้ว กกต.ก็ยกคำร้อง
ก่อนจะรู้ผลการลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ "ไทยโพสต์" ได้สัมภาษณ์ "สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์-นักกฎหมายอิสระ" ถึงมติ กกต.ที่จะออกมา โดย "สุโรจน์"
ร้องสอบวินัยร้ายแรง ‘บิ๊ก DSI’ ปมทำคดีฮั้ว สว. คณะที่ 26
มีหนังสือร้องสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ระดับสูง DSI ซึ่งร่วมคณะไต่สวน กกต.ชุดที่ 26 ปมพยานกลับคำให้การ กล่าวหาข่มขู่-สร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย พร้อมเปิดประวัติเคยเป็นหน้าห้องอดีตรองอธิบดี DSI เพื่อนร่วมรุ่นอดีต รมว.ยุติธรรม
กกต. จัดตำรวจ 1 กองร้อย คุมเข้มชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. 229 ราย
กกต. คุมเข้มวันลงมติฮั้ว สว. 14 ก.ย. จัดตำรวจ 1 กองร้อย รับมือมวลชน จ่อแถลงผลเย็น 14 ก.ย.คาดไม่เปิดเผยคะแนน-ชื่อคนผิด
ประธาน TDRI จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาชี้ขาด
“ประธาน TDRI” มองวิกฤต กกต.เกิดเพราะไม่มีความพร้อมให้ตรวจสอบ จี้เร่งส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาชี้ขาด เรียกคืนความเชื่อมั่น เตือนหากจบเรื่องเองเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่

