มีหนังสือร้องสอบวินัยร้ายแรง ผอ.ระดับสูง DSI ซึ่งร่วมคณะไต่สวน กกต.ชุดที่ 26 ปมพยานกลับคำให้การ กล่าวหาข่มขู่-สร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทย พร้อมเปิดประวัติเคยเป็นหน้าห้องอดีตรองอธิบดี DSI เพื่อนร่วมรุ่นอดีต รมว.ยุติธรรม
12 กันยายน 2569 - จากกรณีพยานในคดีฮั้วการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทำบันทึกคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อกลับคำให้การ โดยระบุว่าก่อนหน้านี้ถูกข่มขู่ ล่อลวง และมีการสร้างพยานหลักฐานเพื่อมุ่งดำเนินคดี รวมถึงกล่าวอ้างว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือเพื่อใส่ร้ายทางการเมืองต่อพรรคภูมิใจไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานโดยอ้างข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงในกระทรวงยุติธรรมว่า ขณะนี้มีการยื่นเรื่องร้องเรียนให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ระดับผู้อำนวยการรายหนึ่ง ซึ่งเคยร่วมทำหน้าที่ในคณะกรรมการไต่สวนคณะที่ 26 ของ กกต. ในคดีดังกล่าว
ตามเอกสารร้องเรียน มีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ DSI รายดังกล่าวว่ามีพฤติการณ์คัดลอกเอกสารในสำนวนคดี และระหว่างทำหน้าที่ในคณะกรรมการไต่สวนคณะที่ 26 ได้ร่วมกับบุคคลอื่นสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ เพื่อให้บุคคลอื่นถูกดำเนินคดีอาญา
เอกสารร้องเรียนยังระบุถึงความเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รายนี้กับพยานที่กลับคำให้การ โดยอ้างว่าเป็นผู้สอบปากคำพยานรายดังกล่าวทั้งในคดีเลขสืบสวนที่ 151/2567 และคดีพิเศษที่ 24/2568
นอกจากนี้ ผู้ร้องยังกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ DSI รายดังกล่าวเสนอข้อมูลสนับสนุนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น ซึ่งดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการคดีพิเศษโดยตำแหน่ง ในกระบวนการลงมติให้คดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ปี 2567 เป็นคดีพิเศษ โดยเอกสารร้องเรียนตั้งข้อกล่าวหาว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเจตนามุ่งดำเนินคดีกับบุคคลและนิติบุคคล รวมถึงพรรคภูมิใจไทย
ในส่วนของพยานที่กลับคำให้การ เอกสารร้องเรียนกล่าวหาว่า การดำเนินการที่เกิดขึ้นอาจเข้าข่ายร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อให้บุคคลอื่นต้องรับโทษทางอาญา พร้อมอ้างถึงประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 173 และ 174
แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ DSI รายดังกล่าวเคยปฏิบัติหน้าที่เป็นหน้าห้องของอดีตรองอธิบดี DSI รายหนึ่ง ซึ่งต่อมาเป็นผู้สมัคร สว. กลุ่ม 2 จังหวัดสมุทรปราการ ขณะที่อดีตรองอธิบดีรายดังกล่าวเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่ 37 (นรต.37) รุ่นเดียวกับอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกำกับดูแล DSI ในช่วงที่มีการสอบปากคำและดำเนินคดีดังกล่าว
ทั้งนี้ ประเด็นที่ปรากฏในหนังสือร้องเรียนดังกล่าวอยู่ในขั้นของการกล่าวหาเพื่อขอให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยสาระสำคัญของเรื่องอยู่ที่การขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ DSI รายดังกล่าวในกระบวนการสอบสวนและการทำงานร่วมกับคณะไต่สวนคณะที่ 26 ของ กกต.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กกต. จัดตำรวจ 1 กองร้อย คุมเข้มชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. 229 ราย
กกต. คุมเข้มวันลงมติฮั้ว สว. 14 ก.ย. จัดตำรวจ 1 กองร้อย รับมือมวลชน จ่อแถลงผลเย็น 14 ก.ย.คาดไม่เปิดเผยคะแนน-ชื่อคนผิด
'ศุภชัย' สวน 'อภิสิทธิ์' กดดันส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ลั่น กกต. ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์
"ศุภชัย" โต้ "อภิสิทธิ์" ปมจี้ กกต. ส่งเรื่องฮั้วสว. ให้ศาลฎีกา บอก กกต.ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์ ขอเคารพองค์กรอิสระ ยืนยันภูมิใจไทยไม่ปกป้องคนผิด
ประธาน TDRI จี้ กกต. ส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาชี้ขาด
“ประธาน TDRI” มองวิกฤต กกต.เกิดเพราะไม่มีความพร้อมให้ตรวจสอบ จี้เร่งส่งคดีฮั้ว สว. ให้ศาลฎีกาชี้ขาด เรียกคืนความเชื่อมั่น เตือนหากจบเรื่องเองเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่
'ธนพร' ซัดม็อบสีส้ม 13 ก.ย. แค่คนแพ้ เกมอำนาจ เตือนอย่าเล่นนอกกติกา กดดัน กกต.จนบ้านเมืองไร้ขื่อแป สะกิด เล่นแรง ระวังโดน VAR แจกใบเหลือง-แดง
รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงการนัดชุมนุมและเดินขบวนในวันที่ 13 กันยายนว่า การชุมนุมโดยสงบถือเป็นสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ประชาชนสามารถแสดงความเห็นหรือความไม่พอใจได้ แต่ต้องตั้งคำถามให้ชัดว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกดดันคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตัดสินใจไปตามความประสงค์ของผู้ชุมนุมหรือไม่
อดีตผู้พิพากษาฯ วิเคราะห์ปม 'สมัครผิดกลุ่ม' เปิดปริศนาเส้นแบ่งกลุ่ม 10
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาวิเคราะห์ 2 คดี สว.อำนาจเจริญ หลังศาลฎีการับไว้พิจารณา ชี้มีทั้งปมอำนาจฟ้อง
'เทพไท' ดักคอ กกต. อย่าอ้างพยานกลับคำ เป่าคดีฮั้ว สว. 229 คน
ายเพเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส. นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง "อย่าอ้างเหตุพยานกลับคำให้การ เพื่อเป่าคดีฮั้วส.ว." ระบุว่ามีการปล่อ

