นายกฯ สั่งปลัดมหาดไทย เร่งตั้ง มท.ส่วนหน้า ตามมติ สมช. บอก มท.ชุดนี้ไม่มีเรื่องวิ่งเต้น ขอเลิกวัฒนธรรมผู้ตรวจที่เก็บกรุ พร้อมเปิดอกคุยทุกเรื่อง ลั่นผมไม่พกความแค้น อารมณ์ดีทุกวัน
17 ก.ย.2569 - ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวภายในห้องประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงมหาดไทย ตอนหนึ่งว่า ต้องขอบคุณนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เป็นตัวแทนผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย อำนวยพรให้ในวาระที่ครบวันเกิดปีนี้ก็ 60 แล้วหลังวันที่ 1 ก.ย.นี้ ก็คงเป็นคนที่มีอายุมากที่สุดในกระทรวงนี้ร่วมกับนายชัชชาติ แต่สำหรับข้าราชการประจำคงไม่มีใครที่อายุมากกว่าแล้ว หลังจากวันที่ 1 ต.ค.อยู่กับกระทรวงนี้มาถ้านับถือวันนี้ประมาณ 3 ปี เรามีความใกล้ชิดสนิทสนมทำงานร่วมกันมาโดยตลอด
นายอนุทิน กล่าวถึงเรื่องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มีมติจะบูรณาการการทำงานระหว่างฝ่ายปกครอง ทหาร ตำรวจ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า โดยให้นายอำเภอเป็นหัวหน้าทีม ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทย รับทราบเรื่องนี้แล้ว และจะต้องมีการปรับจำนวนบุคลากรให้สอดรับกับสถานการณ์ ขณะที่กระทรวงมหาดไทย ขอให้มีการจัดตั้ง มท. ส่วนหน้าด้วย เพื่อบริหารสถานการณ์ในพื้นที่อย่างทันท่วงที ขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย เร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพราะ สมช. มีมติไปแล้ว ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่ ก็ยืนยันกับตนว่าพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนเรื่องการทำงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย (ปภ.) ก็ขอชื่นชมเช่นเดียวกัน ช่วงนี้มีเหตุการณ์มากมายแต่ ปภ. และผู้ว่าฯ ดูแลเรื่องพื้นที่ประสบเหตุ สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ด้วยความรวดเร็ว ไม่มีสิ่งที่เกินความคาดหมายเกิดขึ้น ต้องขอขอบคุณที่มีแผนเผชิญเหตุ ตามที่ตนได้มอบนโยบายไว้ ขอให้เพิ่มศักยภาพ และการเฝ้าระวังในช่วงนี้ เพราะมีฝนตกหนักไปจนถึงเดือนธันวาคม ซึ่งได้มีการแบ่งงานทั้งในระดับรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคน สามารถใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี ดำเนินการได้เลย
นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า เรื่องกรุงเทพมหานคร ขอยืนยันเรื่องที่ผู้ว่าฯได้ให้นโยบายข้อมูลข่าวสารของกรุงเทพมหานครเป็นข้อมูลที่เปิดเผย ของรัฐบาลก็เช่นกันเราพร้อมที่จะเปิดเผย ซึ่งวิธีการทำงานของตนโดยอุปนิสัยเป็นคนเปิดเผยอยู่แล้ว ไม่มีอะไรปิดบัง ข้างหน้าอย่างไรข้างหลังก็อย่างนั้น เราต้องใช้มาตรการทำให้เป็นตัวอย่างว่ากระทรวงมหาดไทยทุกอย่างต้องเปิดเผยตรงไปตรงมา ใครมาขอดูสเป็กว่าวางอย่างไร ทั้งการไฟฟ้า การประปา สมัยก่อนที่ผ่านมาไม่ยอมเปิดเผยกัน ใช้วิธีการช่วยเหลือผู้รับจ้างตามอำเภอใจใครวิ่งเก่งก็ได้รับการช่วยเหลือ แต่คนเหล่านั้นไปหมดแล้ว 4 ท่านนี้คงไม่มีแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ขึ้นมา อย่าให้โลกเก่ามันกลับมาอีก โลกนั้นมันใช้ไม่ได้ เราอยู่ตรงนี้ต้องอำนวยความเป็นธรรม กระทรวงมหาดไทยหากไม่บำบัดทุกข์บำรุงสุข ไม่ใช่เฉพาะราษฎรอย่างเดียวแต่กับทุกคน ปีที่ผ่านมาคุณดีใจตั้งแต่พวกเราเข้ามาทำงานด้วยกัน 3 ปีที่ผ่านมา ทำไมไม่เห็นมีเรื่องสเป็กเลย ไม่มีผู้รับเหมาที่เสนอราคาสูงกว่าคนอื่น และวิ่งเต้นกับผู้ว่าฯแล้วได้งานไป เพราะท่านรู้ว่าหัวไม่เล่นด้วย ไม่อยากให้มันเป็นแค่ชั่วคราว ไม่ใช่ตราบใดที่อยู่เป็นแบบนี้ แต่ไม่อยู่กลับไปเป็นแบบเดิม ฝากประธานรัฐวิสาหกิจด้วยต้องให้มีความเรียบร้อยอย่าให้มีปัญหาเป็นอันขาด ปัญหาเหล่านี้น่ารังเกียจ มาเจอรัฐมนตรีแบบไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ หลอกไม่ได้ ฉะนั้นต้องเต็มที่กับเรื่องนี้ ใครที่ผิดขึ้นมาก็ดำเนินการไม่ต้องมีข้อยกเว้นใดๆ
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ขอขอบคุณข้าราชการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง รู้สึกเสียดายและใจหายที่ท่านจะเกษียณอายุราชการ อย่างเช่นอธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมโยธาและผังเมือง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าผู้ตรวจกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 13 คน รองผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยด้วย ขอให้ท่านได้ภาคภูมิใจว่าท่านปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประเทศชาติและประชาชนด้วยความทุ่มเทเสียสละ และขอให้ท่านมีความสุขในการใช้ชีวิตภายหลังเกษียณอายุราชการ ซึ่งเชื่อว่าท่านยังจะมีบทบาทอื่นๆต่อไป และกระทรวงมหาดไทยคงจะให้ท่านเข้ามาช่วยในการใช้องค์ความรู้ต่างๆเพื่อให้เกิดประโยชน์กับราชการ ท่านผู้ตรวจทั้งหลายยังไงก็มาเจอมารายงานตัวบ้าง ต้องเลิกความเชื่อว่าผู้ตรวจคือที่เก็บกรุ บางทีไปอยู่ตรงนั้นไปสงบสติอารมณ์และใช้ความคิดว่าทำไมเรามาอยู่ตรงนี้ และต้องเร่งผลงาน ไม่ใช่มาอยู่ตรงนั้นแล้วจากคนที่เคยรู้จักกันมา กลายเป็นคนไม่รู้จักกัน พวกตนไปเหนือท่านไปใต้ พวกตนไปใต้ท่านก็ไปเหนือ ตนอยู่นี่ท่านก็ออกต่างจังหวัด ถ้าอย่างนี้ก็ไม่ได้ออกสักที ทุกคนมีโอกาสหมด ทำให้เห็นแล้ว
“ผมเป็นคนไม่พกพาความแค้นความโกรธที่ไหนเลย ผมนี่ถือว่าอารมณ์ดีทุกวัน ถ้าบางครั้งการที่ท่านเปลี่ยนบทบาทเปลี่ยนหน้าที่จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ อย่างที่ผมเรียนอธิบายได้ทุกคน อยากให้ท่านมาถาม ทำไมตามที่ปลัดเสนอมามันเป็นเช่นนี้ผมตอบได้หมด และพร้อมที่จะให้คำตอบ และท่านก็ต้องตอบผมได้ด้วย ต่างคนต่างตอบ ทุกคนมีโอกาสอย่าไปคิดว่าอยู่ที่นั่นแล้ว อยู่แล้วอยู่เลย ยังมีที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปอีกขึ้นอยู่กับการทำงานและผลงานของทุกคน ผมกดปุ่มรีเซ็ตตลอดเวลา ไม่มีความลับอะไรกับท่าน ปลัดกระทรวงมหาดไทย การหารือการอะไรที่มีความเหมาะสม ผมเอาด้วยหมด สนับสนุน ขอให้ทุกท่านแสดงผลงาน อยู่ตรงไหนก็สามารถทำประโยชน์ได้ ยิ่งในบทบาทของผู้ตรวจราชการ ท่านมีเขตรับผิดชอบ ต่างจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดูจังหวัดเดียว และสามารถใช้อำนาจปลัดกระทรวงได้ด้วย ผมไม่รู้ว่าใครไปสร้างวัฒนธรรมว่าเป็นการเก็บเข้ากรุ ไปย้อนดูกระทรวงสาธารณสุข ทุกคนอยากเป็นผู้ตรวจ ไม่เช่นนั้นจะขึ้นตำแหน่งอธิบดี ขึ้นปลัดไม่ได้ กระทรวงมหาดไทยก็มีปลัดหลายคนที่เป็นตรวจผู้ตรวจราชการมาแล้ว ทั้งนี้หากใครมีเรื่องคาใจทั้งหลายผมพร้อม ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะเปิดอกคุยกัน“ นายอนุทิน กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จบข่าว! อนุทินประกาศชัดดาต้าเซ็นเตอร์ไม่มีแบบวินวิน
'อนุทิน' ย้ำคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกระเบียบเฉพาะวินวินทั้งหมดไม่ได้ ขันน็อตผู้ว่าฯฟันมาเฟีย พร้อมลงนาม 'เนรเทศ' ทันที ไม่ต้องกลัวเรื่องงบฯ
'อนุทิน' บอก 'คนเชื่อก็มี' หลัง กกต.ไม่ฟ้องคดีฮั้ว
'อนุทิน' บอก 'คนเชื่อก็มี' หลังมติ กกต.ไม่สั่งฟ้องคดีฮั้ว
เอาแล้ว! รัฐบาลเข้มขอสัญชาติต้องตรวจสอบย้อนหลัง 1 ปี
รัฐบาลเดินหน้าจัดระเบียบสังคม สั่งทบทวนระบบขอสัญชาติ–ตรวจสอบย้อนหลัง 1 ปี หวังปิดช่องโหว่ เข้มสกัดนอมินีต่างชาติ
'วรศิษฎ์' ปลื้ม นายกฯ ชมช่วยแบ่งเบางาน แย้ม 17 ก.ย. ถก 'ก.กลาง' เคาะกรอบบรรจุ ขรก.ท้องถิ่น
รมช.มหาดไทย บอกมีกำลังใจหลังนายกฯเอ่ยชม เผยคืบหน้าบรรจุ ขรก.ท้องถิ่นรอบที่ 4 แทนผู้ถูกเพิกถอนทุจริต เผย 17 ก.ย. ประชุม ก.กลาง เคาะกรอบเวลา ยันจะทำให้เร็วที่สุด ลั่นสาวโกงสอบเข้าไม่จบแค่นี้
'ในหลวง-พระราชินี' พระราชทานแจกันดอกไม้ 'อนุทิน' เนื่องในวันเกิดอายุครบ 60 ปี
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว
นายกฯ เผยได้พบผู้นำระดับโลกหลายท่าน
นายกฯ ปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนพระองค์ ร่วมงานเลี้ยงรับรองพระราชอาคันตุกะ–ผู้นำนานาประเทศ หลังเสร็จพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 เผยเป็นโอกาสดีพบผู้นำระดับโลกหลายท่าน บอกแม้ช่วงเวลาสั้นๆ ได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกิดประโยชน์สูงสุด

