แคมเปญ 'สว.ประชาชน' ของ 'ธนาธร' อั้วสว.หรือไม่ 'เอ็ดดี้' นักวิชาการอิสระมีคำตอบ

21 ก.ย.2569-นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระและครีเอเตอร์ดิจิทัล โพสต์เฟซบุ๊ก “เอ็ดดี้ อัษฎางค์” เรื่อง แคมเปญ “สว. ประชาชน” ของธนาธร อั้ว สว.หรือไม่? เนื้อหาระบุว่า แคมเปญ “สว. ประชาชน” ของธนาธรและคณะก้าวหน้า ประกาศตัวว่าเป็นความพยายามที่จะเพิ่มจำนวนผู้สมัครอิสระ เพื่อสู้กับ “เสียงจัดตั้ง” ในระบบเลือก สว. ที่ซับซ้อน โดยเน้นให้ประชาชนที่ สามารถจ่ายค่าสมัคร 2,500 บาทได้ ไปลงสมัคร

ธนาธร ระบุว่า หากมีประชาชนเข้าไปสมัครจำนวนมาก เช่น หลัก 1 แสนคน ก็จะช่วยทลายการบล็อกโหวต และเป้าหมายของคณะก้าวหน้าคือต้องการให้มี “สว. ประชาชน” อย่างน้อย 70 คน จาก 200 คน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของวุฒิสภา ซึ่งมีนัยสำคัญต่อการชี้ขาดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่า ”ถ้า“มีการกำหนดรายชื่อเป้าหมาย แล้วตกลงให้ผู้สมัครสละคะแนนของตนเพื่อเทคะแนนตามโพยจริง พฤติกรรมเช่นนี้มีลักษณะของการสมยอมจัดคะแนน หรือ “ฮั้ว” ในความหมายทางการเมือง การเรียกกิจกรรมว่า “สว.ประชาชน” ไม่ได้ทำให้พฤติกรรมนั้นพ้นจากการตรวจสอบ

การรณรงค์นี้ควรถูกตั้งคำถามว่า “มีเป้าหมายทางอำนาจ ไม่ใช่เพียงเพิ่มการมีส่วนร่วม”

ผู้สื่อข่าวท็อปนิวส์ ได้ข้อมูลจากผู้สมัคร สว.รายหนึ่ง ว่าตนเองเคยถูกชักชวนจากผู้สมัคร สว.ที่เรียกตัวเองว่า สว.ประชาชน พร้อมเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนวันเลือกระดับประเทศ 1 วัน ในวันที่ 25 มิถุนายน 67 ตนเองถูกดึงเข้าเครือข่ายขบวนการจัดตั้งที่เรียกตัวเองว่า “สว.ประชาชน” หรือ สายสีส้ม นัดรวมตัวกันที่ห้องประชุมจูปิเตอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีพฤติการณ์ฮั้วกันที่ชัดเจน มีการกักตัวผู้สมัครเกือบ 400 คน

มีการรณรงค์ให้ยอมเสียสละไม่โหวตให้ตัวเอง แต่ให้เทคะแนนเลือก “แคนดิเดตเป้าหมาย 10 คนของแต่ละกลุ่ม” ตามตารางโพยลับ 19 กลุ่มอาชีพ รวม 190 คน เพื่อเป้าหมายต้องการ สว.อย่างน้อย 100 คน เข้าไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ สอดรับกับที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ โพสต์ในคืนเดียวกันไม่ให้ผู้สมัครแตกแถว

โดยผู้สมัครสว.รายนี้เปิดเผยอีกว่า ตนได้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อ กกต.หลังเกิดเหตุ โดยนำหลักฐานพฤติการณ์สมยอมกัน และตารางโพยทั้งหมด ยื่นคำร้องคัดค้านต่อ กกต.

หากยึดตามคำอธิบายแคมเปญตามข่าว การตั้งเป้าให้ได้ สว.อย่างน้อย 70 คนเพื่อผลักดันการแก้รัฐธรรมนูญ สะท้อนความพยายามเปลี่ยนการระดมประชาชนให้เป็นอำนาจต่อรองในวุฒิสภา

ในมุมรัฐศาสตร์ จึงตั้งคำถามได้ว่า ผู้สมัครที่เรียกว่า “อิสระ” นั้นอิสระในระดับใด เพราะการไม่มีสมาชิกภาพพรรค กับการไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลของเครือข่ายการเมือง เป็นคนละเรื่องกัน และ หากข้อกล่าวหาเรื่องโพยเป็นจริง คำอธิบายว่า “สู้เสียงจัดตั้ง” จะมีปัญหาในตัวเอง เพราะหากใช้วิธีคัดผู้สมัครเป้าหมาย จัดสรรคะแนน และกำกับให้สมาชิกเครือข่ายลงคะแนนตามกัน วิธีการนั้นก็คือการจัดตั้งคะแนนเช่นกัน แม้ผู้จัดจะเชื่อว่าเป้าหมายของตนดีกว่าฝ่ายอื่น

อย่างไรก็ดี ข้อประเมินของผมคือ ข้อกล่าวหาที่ระบุพฤติการณ์ซึ่งควรตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตกลงลงคะแนนตามโพย แต่ยังไม่พอให้ฟันธงว่า “ธนาธรฮั้ว สว.” คำถามที่ตรงประเด็นที่สุดคือ แคมเปญนี้เปิดให้ผู้สมัครตัดสินใจโดยอิสระ หรือมีศูนย์กลางกำหนดว่าใครต้องเลือกใคร และธนาธรเกี่ยวข้องกับส่วนหลังอย่างไรครับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทนายบอน' มองคดีฮั้วส.ว. 'โพย' อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีหลักฐานโยงนักการเมือง-ซื้อเสียง

นายณัฐนันท์ กัลยาศิริ หรือทนายบอน อดีตผู้สมัคร สส.พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "คดีฮั้ว ส.ว." ชื่อเล่นข

'โอฬาร' ชี้ กกต.ไม่ใช่ 'บุรุษไปรษณีย์' ต้องกลั่นกรองหลักฐานก่อนส่งศาล คดี สว.ใช้กระแสตัดสินไม

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวถึงบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาว่า ภายหลังประกาศรับรองผลการเลือก สว.แล้ว กกต.ไม่ใช่ผู้วินิจฉัยความผิดขั้นสุดท้าย เพราะอำนาจตัดสินเป็นของศาลฎีกา แต่ในขณะเดียวกัน กกต.ก็ไม่ใช่ “บุรุษไปรษณีย์” ที่มีหน้าที่รับทุกข้อกล่าวหาแล้วส่งต่อไปยังศาลโดยไม่ตรวจสอบหรือกลั่นกรอง

'วัชระ' ร้องผู้ตรวจฯ ชง ป.ป.ช.ฟัน กกต. ปมฮั้ว สว. 229 ราย ฟ้องแค่ 77

“วัชระ เพชรทอง” ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอส่งเรื่อง ป.ป.ช.ดำเนินคดีอาญา กกต.และพวก ตาม ม.157 และ ม.200 กล่าวหาเลือกปฏิบัติคดีฮั้ว สว. อ้

'ภัณฑิล' เปรียบ 'สิทธิโชติ' กกต.เสียงข้างน้อยเป็นเห็บรีบกระโดดออกจากหมา

'ภัณฑิล' ซัด กกต.ตาพร่ามัวมองอะไรไม่เห็น เลยฟ้องฮั้วสว.แค่ 77 คน เปรียบแรง 'สิทธิโชติ' กกต. เสียงข้างน้อย เป็นเห็บรีบกระโดดออกจากหมา สงสัยกลัวติดคุก ฉะประธาน กกต. ทำตัวเป็นพยานจำเลยเสียเอง