
จันทร์นี้มีระทึก ‘เลือกตั้งโมฆะ’ หรือไม่ ‘อดีตผู้พิพากษา’ ย้ำ 9 ตุลาการศาลรธน. ต้องตีความโดยเคร่งครัด อย่าตีความขยายรัฐธรรมนูญ ชี้เสี่ยงบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ
25 ก.ย. 2569 – จากกรณีวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญนัด 9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติในคำร้องคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมา เป็นการเลือกตั้งโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ กรณีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งที่อาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับนั้น
นายสุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ และนักวิชาการกฎหมายอิสระ ให้สัมภาษณ์ถึงมติของศาลรัฐธรรมนูญที่จะออกมาในวันจันทร์ที่ 28 กันยายนว่า เรื่องดังกล่าวมีมุมมองว่า การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญย่อมถูกละเมิดได้ หากมีข้อผิดพลาดในกระบวนการจัดการเลือกตั้งของกกต.ซึ่งในกรณีมีการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดในบัตรเลือกตั้งเห็นได้ชัดว่าเป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญโดยองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญเอง นั่นก็คือ กกต.ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดตามรัฐธรรมนูญและมีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับเรื่องนี้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรค 1 มาตรา 79 วรรค 1 มาตรา 83 วรรค 1 วรรค 2 และมาตรา 85 วรรค 1 ต้องยึดหลักการทางรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัยเพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน การเลือกตั้งโดยตรงและลับตามรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ซึ่งได้รับการรับรองประกันไว้ในรัฐธรรมนูญ ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญจึงมีหน้าที่โดยตรงในการพิทักษ์สิทธิขั้นพื้นฐานนี้
“ในความเห็นของผมเห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญต้องมองปัญหาแล้ววินิจฉัยในเชิงคุณค่าและสร้างมาตรฐานในเชิงป้องกันด้วยเพราะฉะนั้นหลักของศาลรัฐธรรมนูญจะต้องตีความโดยเคร่งครัด เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หลักดังกล่าวคือหลักความเป็นกฎหมายสูงสุดและหลักการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ รวมถึงหลักการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยให้ได้ว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ผมเห็นว่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งที่ได้รับการรับรองไว้ในกฎหมายสูงสุด แล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะ กกต.จะต้องดำเนินการให้มีการเลือกตั้งโดยลับ ซึ่งสิทธิผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้งเป็นสิทธิในทางมหาชนเพราะผูกพันผู้ใช้สิทธิ์ก็คือปัจเจกชน ในฐานะที่เป็นๆส่วนหนึ่งของกลไกในรัฐธรรมนูญ ผมจึงมองว่าคำวินิจฉัยในคำร้องคดีนี้ เป็นข้อกฎหมายที่สำคัญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวางหลักให้ได้ แล้วก็ต้องวางหลักให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะการตีความจะต้องตีความให้เชื่อมโยงกับสิ่งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ตีความขยายไปถึงสิ่งที่ไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ต้องระวังเมื่อรัฐธรรมนูญบัญญัติว่าการเลือกตั้งต้องเป็นความลับ ก็ต้องเป็นความลับ อย่าไปดีความเป็นอย่างอื่นเพราะจะเป็นการตีความขยายไปในสิ่งที่รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติเอาไว้”อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ระบุ
นายสุโรจน์ กล่าวว่า คำร้องคดีบัตรเลือกตั้งครั้งนี้ หลักการตีความของศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่ามีด้วยกันสามหลัก คือ
1.หลักความเป็นเอกภาพของรัฐธรรมนูญ คือต้องมองโครงสร้างโดยรวมของรัฐธรรมนูญโดยไม่ได้หยิบยกแค่บทบัญญัติใด บทบัญญัติหนึ่งเพียงบทเดียวมาวินิจฉัย ประเด็นนี้ก็คือหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะก็ต้องโมฆะทั้งหมด จะแยกส่วนไม่ได้เพราะว่าคือกระบวนการเข้าสู่อำนาจรัฐที่แสดงถึงรากฐานที่มาของความเป็นหนึ่งเดียว สิ่งนี้คือหลักความเป็นเอกภาพของรัฐธรรมนูญในการวินิจฉัย
หลักที่ 2 คือหลักความถูกต้องตามหน้าที่ของอำนาจต่าง ๆ หมายความว่าศาลรัฐธรรมนูญต้องวินิจฉัยรักษากรอบตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้โดยเคร่งครัด จะตีความให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของอำนาจหน้าที่ของกกต.ไม่ได้ เห็นว่ากกต.มีหน้าที่ในการ จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรมและเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายคือโดยตรงกับตัวลับ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 มาตรา 22 วรรค 2 และมาตรา 27 วรรค 3 กรอบตรงนี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องวางหลักไว้ ศาลรัฐธรรมนูญต้องตีความโดยเคร่งครัด จะไปตีความให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ซึ่งเรื่องบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด มันเป็นข้อเท็จจริงที่มันตายตัวและนิ่งแล้วว่ามันสามารถสะท้อนอะไรได้บ้าง เป็นความลับหรือไม่ลับตรงนี้คิดว่า วิญญูชนสามารถวินิจฉัยได้จากองค์ความรู้จากสามัญสำนึก การที่จะแสวงหาข้อเท็จจริงในไปในทางที่มันน่าจะเป็นลับทั้ง ๆ ที่มันไม่ลับเป็นเรื่องที่จะต้องระวังในการแปลความ
ส่วนหลักประการสุดท้ายก็คือหลักอำนาจบังคับของรัฐธรรมนูญ คือศาลรัฐธรรมนูญต้องตีความรัฐธรรมนูญให้มีอำนาจบังคับสูงสุดโดยยึดยึดถ้อยคำในรัฐธรรมนูญ อย่าไปแปลอะไรให้กลายมาเป็นสิ่งที่เป็นข้อยกเว้น ตรงนี้ไม่ได้มันกลายเป็นว่ารัฐธรรมนูญก็จะไม่มีสภาพบังคับตามที่บัญญัติเอาไว้
“เมื่อศาลรัฐธรรมนูญใช้หลักการตีความตามที่ให้ความเห็นข้างต้น แม้ผลที่เกิดขึ้น ดูไม่เหมาะสม แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น เพราะศาลรัฐธรรมนูญต้องถูกผูกพันด้วยรัฐธรรมนูญ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญได้ยึดหลักการทั้งหมด แม้ผลของการวินิจฉัยออกมาดูว่ามันไม่เหมาะสมเลย แต่ก็จำเป็นต้องทำอย่างนั้นเพราะไม่มีทางเลือก” นายสุโรจน์ ระบุ
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างเมื่อปี ค.ศ.2016 ศาลรัฐธรรมนูญของออสเตรียวินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง โดยให้มีการเลือกตั้งโดยทางไปรษณีย์เป็นโมฆะ กระบวนการจัดการเลือกตั้งของออสเตรียเป็นโมฆะ จึงต้องมีการเลือกตั้งใหม่ จึงเห็นได้ว่า การเลือกตั้งเป็นสิ่งสำคัญที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องควบคุมความชอบของรัฐธรรมนูญเอาไว้ให้ได้ จะไปผ่อนปรนจะไปละเลยไม่ได้ เพราะถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว รัฐธรรมนูญจะไม่มีคุณค่า ประชาชนจะรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขา ทำให้ประชาชนไม่เห็นคุณค่าในความสำคัญของรัฐธรรมนูญ ประชาชนจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างว่าการมีรัฐธรรมนูญกับไม่มีรัฐธรรมนูญ แตกต่างก้นอย่างไร แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญได้วางหลักเกณฑ์ให้มั่นคงว่าการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ต้องคุ้มครองไว้ตามธรรมนูญ ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าสังคมจะตื่นตัว จะหันกลับมาดูรัฐธรรมนูญทั้งหมดว่ากระบวนการเลือกตั้งทุกอย่างต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญแต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วางหลักให้สังคมเกิด เห็นถึงคุ้มค่าของรัฐธรรมนูญ ปัญหาก็จะตามมาหลายเรื่อง เช่นความน่าเชื่อถือ รวมถึงการที่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญที่เบี่ยงเบนไปจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเบี่ยงเบนไปจากตัว อักษรที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ที่จะทำให้เกิดความไม่ศรัทธาเกิดขึ้น
เมื่อถามว่า การที่บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดักบคิวอาร์โค้ด ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับและขัดรัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ นายสุโรจน์ กล่าวว่า เห็นแบบนั้นจริงๆ คิดว่าเรื่องนี้เราต้องตีความโดยเคร่งครัด ต้องวางหลักโดยเคร่งครัดเลยว่า การใช้สิทธิ์ของประชาชนในการเลือกตั้งต้องเป็นเรื่องที่ต้องให้การคุ้มครองในขั้นสูงสุดของกรอบของกฎหมาย ไม่ควรคำนึงว่ามีคนไปตรวจสอบอะไรหรือไม่ แต่เรามองในแง่ของรูปธรรมและนามธรรมว่ามันทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่ในมิติของกฎหมาย ต้องมองอย่างนั้น โดยไม่ต้องอาศัยการพิสูจน์ เพราะถ้าเราอาศัยการพิสูจน์ว่ามันไม่มีใครรู้ (ไม่มีใครรู้ว่าประชาชนลงคะแนนอย่างไร) ถ้าไม่มีใครไปค้นอย่างนี้ คุณค่าในในคำว่าลับตามรัฐธรรมนูญมันก็จะลดน้อยลง เพราะฉะนั้นคำว่าลับ ในรัฐธรรมนูญ หมายความว่ามันต้องยุติโดยปราศจากการพิสูจน์แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญต้องยึดหลักการตีความโดยเคร่งครัดเพื่อรักษา เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญเอาไว้ให้มีคุณค่า และทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจว่าที่เขาไปเลือกตั้งมันเป็นความลับจริง ๆ ในแง่ของรัฐธรรมนูญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับตา! 3 ปรากฎการณ์ เขย่า 'ระบอบสีน้ำเงิน'
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จับตาท่าทีอนุรักษ์นิยมต่อระบอบสีน้ำเงิน" โดยระบุว่า
'ศรีสุวรรณ' บุกร้อง ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง 2 สว. กลับคำให้การคดีฮั้ว สว.
นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงคณะกรรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่กลับคำให้การในคดีฮั้ว สว. อันถือได้ว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่
กกต. ผวา 'ม็อบสนธิ' สั่งสื่อลงทะเบียนล่วงหน้า ยกระดับความปลอดภัย
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพิ่มมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รับมือกลุ่มมวลชนเตรียมเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในช่วงปลายสัปดาห์นี้
'หมอตุลย์' บุก กกต. จี้สั่งฟ้องคดีฮั้ว สว. ให้ครบ 229 คน เอาผิด 3 พยานกลับคำ
"หมอตุลย์" บุก กกต. จี้ทบทวนมติฮั้วเลือก สว. ชงส่งศาลฎีกาเชือดฟัน229 คนตาม ม.62 ชี้มติเดิมฟ้องแค่ 77 คนส่อละเว้นหน้าที่ทำหลุด 152 ราย พร้อมจี้ดำเนินคดี 3 พยานกลับคำ
'หมอตุลย์' ลุยยื่นหนังสือวันนี้ ไล่บี้ กกต. ทำเรื่องเลือกสว.ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความ ระบุว่า เนื่องด้วยเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา กดต. ยังพิจารณาคดีการเลือกสว.ไม่ครบถ้วนทุกมาตราตามกฎหมาย
มติเอกฉันท์ กกต. ฟัน 'สว.ธนกร' ขาดคุณสมบัติเคยต้องโทษคดีพนัน สั่งคืนเงินเดือน
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าว เปิดเผยมติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 โดยที่ประชุม กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ กรณี นายธนกร ถาวรชินโชติ ผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 6 ลำดับที่ 7

