
‘กสม.’ ชี้ศูนย์บำบัดยาเสพติดกระบี่ละเมิดสิทธิ ล่ามโซ่-เฆี่ยนตีผู้เข้าบำบัด เปิดศูนย์ไร้ทะเบียน จี้รัฐบาลยกระดับมาตรฐานคุมสถานฟื้นฟูเอกชน ป้องกันเหตุซ้ำรอย
9 ต.ค. 2569 – น.ส.สุภัทรา นาคะผิว กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนเมื่อเดือนม.ค. 2569 จากผู้ร้องรายหนึ่ง ระบุว่า เมื่อเดือน ธ.ค.2567 ผู้ร้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูการติดยาเสพติด ณ สถาบันสอนศาสนาแห่งหนึ่ง (ผู้ถูกร้องที่ 1) ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ โดยสถาบันฯ ใช้หลักศาสนาอิสลามในการบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด มีผู้เข้ารับการบำบัดประมาณ 1,300 คน สถานที่แออัด ห้องพักผ่อนและห้องสุขาไม่ถูกสุขลักษณะ ปริมาณอาหารไม่เพียงพอและไม่เป็นไปตามหลักโภชนาการ การบำบัดไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์
หากผู้ติดยาเสพติดกระทำผิด จะใช้วิธีการลงโทษโดยการแก้ผ้า อดอาหาร ล่ามโซ่ เฆี่ยนตี และบังคับใช้แรงงาน ผู้ร้องเห็นว่า การบำบัดของสถาบันดังกล่าว เป็นวิธีการที่ทำให้เกิดความทุกข์ทรมาน ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ทำให้ไม่ได้รับมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ รวมทั้งเห็นว่าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ คณะทำงานกลั่นกรองการจัดตั้งสถานพยาบาลยาเสพติดและสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดฯ ระดับจังหวัดกระบี่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ นายอำเภอเมืองกระบี่ และสถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ (ผู้ถูกร้องที่ 2 – 6) ละเลยต่อหน้าที่ในการกำกับดูแล จึงขอให้ตรวจสอบ
จากการตรวจสอบยังไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ว่า สถาบันสอนศาสนา (ผู้ถูกร้องที่ 1) มีมาตรการลงโทษโดยให้แก้ผ้า หรืออดอาหาร รวมทั้งมีการบังคับใช้แรงงาน มีเพียงการฝึกทักษะอาชีพตามความสนใจและการทำงานจิตอาสาตามความสมัครใจของผู้ติดยาเสพติด แต่ประเด็นการลงโทษผู้ติดยาเสพติด ผู้ถูกร้องที่ 1 ยอมรับว่า ในอดีตหากผู้ติดยาเสพติดมีพฤติกรรมรุนแรง ดื้อรั้น หรือประทุษร้ายต่อคนรอบข้าง สถาบันฯ ใช้มาตรการลงโทษโดยพันธนาการร่างกายไว้ชั่วคราว ล่ามโซ่ หรือเฆี่ยนตีจริง เพื่อรักษาความปลอดภัยและคุ้มครองสวัสดิภาพของส่วนรวม โดยระบุว่าการใช้มาตรการดังกล่าวผู้ติดยาเสพติดหรือครอบครัวได้ให้ความยินยอมผ่านหนังสือข้อตกลงและใบมอบตัวแล้ว
กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่า สถาบันสอนศาสนาแห่งดังกล่าว จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2556 โดยขณะที่เกิดเหตุตามคำร้องนี้ ยังไม่ได้รับจดทะเบียนเป็นสถานพยาบาลยาเสพติดเอกชนหรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดเอกชนหรือองค์กรการกุศล ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านสถานที่ที่แออัด ห้องพักผ่อน และห้องสุขาไม่ถูกสุขลักษณะ รวมทั้งบุคลากรในสถาบันมีคุณลักษณะไม่เป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุขที่กฎหมายกำหนด การดำเนินการบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพของผู้ถูกร้องที่ 1 จึงเป็นการกระทำโดยปราศจากอำนาจและฝ่าฝืนประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 และเป็นเหตุที่ทำให้ขาดการกำกับมาตรฐานโดยหน่วยงานของรัฐ
ส่วนประเด็นการลงโทษผู้ติดยาเสพติดที่เข้ารับการบำบัด แม้ไม่พบว่ามีการสั่งให้แก้ผ้า อดอาหาร หรือบังคับใช้แรงงาน แต่พบว่ามีการลงโทษด้วยการล่ามโซ่และเฆี่ยนตีซึ่งลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ กระทบต่อสิทธิในชีวิตและร่างกาย สิทธิในสุขภาพ และสิทธิในมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอของประชาชนที่เข้ารับการบำบัด จึงเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
อย่างไรก็ตาม ต่อมาผู้ถูกร้องที่ 1 ได้ร่วมกับหน่วยงานผู้ถูกร้องทั้งห้าบูรณาการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาข้างต้นจนมีการปรับปรุงสถานที่และมาตรฐานด้านสาธารณสุขของผู้ถูกร้องที่ 1 รวมทั้งปัจจุบันได้ยุติการลงโทษผู้ติดยาเสพติดด้วยการพันธนาการร่างกายและเฆี่ยนตีแล้ว จึงทำให้ได้รับการพิจารณาเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียนเป็นสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดภาคเอกชนหรือองค์กรการกุศล ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 เมื่อเดือนก.ค. 2569 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เห็นควรยุติเรื่อง
ในการนี้ เพื่อเป็นการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในระยะยาว กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2569 จึงมีมติให้มีข้อเสนอแนะไปยังผู้ถูกร้องที่ 1 ให้จัดพื้นที่เป็นสัดส่วนเพื่อแยกกลุ่มผู้ฟื้นฟูทางสังคมออกจากกลุ่มฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด โดยให้นำพื้นที่ดังกล่าวยื่นคำขอเป็นสถานฟื้นฟูทางสังคมต่อผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และนำมาตรการลงโทษผู้ติดยาเสพติดออกจากหนังสือข้อตกลงและใบมอบตัว
นอกจากนี้ ให้กระทรวงสาธารณสุขถอดบทเรียนตามคำร้องกรณีนี้เพื่อจัดทำมาตรฐานการนำหลักศาสนามาประยุกต์ใช้ร่วมกับหลักวิชาการทางการแพทย์ และให้มุ่งเน้นการคัดกรองผู้ติดยาเสพติดโดยผ่านศูนย์คัดกรองของรัฐ เพื่อให้มีข้อมูลที่จำเป็นในระบบฐานข้อมูลของรัฐและเพื่อให้มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
พร้อมกันนี้ให้กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจัดอบรมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ศูนย์คัดกรองสถานพยาบาลยาเสพติด สถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมทั้งภาครัฐและเอกชน และร่วมกับกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบศูนย์บริการเกี่ยวกับยาเสพติดของเอกชนเพื่อให้ปฏิบัติโดยถูกต้องตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เจเศรษฐ์' ชี้โดนซักฟอกแค่ยุทธศาสตร์ฝ่ายค้าน ยกปริญญาโต้ไร้ภาวะผู้นำ
'เจเศรษฐ์' ไม่กังวลมีชื่อโดนซักฟอก ชี้เป็นยุทธศาสตร์ฝ่ายค้าน ทำให้ประชาชนสงสัยในสิ่งดีที่รัฐบาลทำ ยกปริญญาข่มข้อหาไร้ภาวะผู้นำ
'ภราดร' สวนฝ่ายค้าน 'บันเทิงธิปไตย' ยื่นซักฟอกถึง 18 รมต. แค่หนังซ้ำแจงได้
'ภราดร' ตอกบันเทิงธิปไตย ยื่นญัตติซักฟอกถึง 18 คน เย้ยฉายหนังซ้ำ มั่นใจชี้แจงได้ ขอปฏิบัติตามข้อบังคับเคร่งครัด อย่าทำบุคคลภายนอกเสียหาย
นายกฯ กำชับ 8 ข้อสั่งการรับมือฝนตกระลอกใหม่!
นายกฯ กำชับ 8 ข้อสั่งการรับมือฝนตกหนักระลอกใหม่ ย้ำทุกหน่วยบูรณาการ เร่งเคลียร์ทางน้ำ คุมเข้มโรคระบาด กำจัดซากสัตว์ พร้อมจ่ายเงินเยียวยาทันทีไม่ต้องรอน้ำลด
กสม.ห่วงสิทธิปชช. ภท.โต้ฮุบ4องค์กร
"ณัฐพงษ์" ดักทางรื้อที่มารายได้ 4 กองทุน อย่ารวบอำนาจทุกอย่างและคุมไทยพีบีเอสสื่อสาธารณะ "กสม."
ครม. เคาะ 'สภาการสาธารณสุขชุมชน' เข้า พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ คุ้มครองหมออนามัย-หมอชุมชน
คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปไปได้
'เอกนิติ' ฮึ่ม! ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ถก คกก.น้ำภาคกลาง ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า 7-10 วัน
‘เอกนิติ’ หัวโต๊ะถก คกก.น้ำภาคกลาง ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า 7-10 วัน รับลูกบัญชานายกฯ สั่งรวมข้อมูลชุดเดียว ไม่ใช่ต่างคนต่างทำงาน

