“นิพิฏฐ์” วิจารณ์แก้กฎหมายเปลี่ยนแหล่งเงินสนับสนุนไทยพีบีเอส ชี้รัฐบาลกำลัง “บ้าอำนาจ” เปรียบสื่อสาธารณะเป็นกระจกสะท้อนรัฐบาล เตือนนายกฯ อย่าทุบกระจกเพราะเห็นภาพไม่ถูกใจ พร้อมเหน็บปมตำหนินายอำเภอออกสื่อ “เตะเด็กโชว์” วอนคงความเป็นอิสระของไทยพีบีเอส
10 ตุลาคม 2569 - จากกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และคณะ เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย โดยมีสาระสำคัญเปลี่ยนระบบเงินบำรุงของไทยพีบีเอส จากเดิมที่ได้รับเงินจากภาษีสุราและยาสูบ มาเป็นการรับเงินจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะนั้น
ล่าสุด นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ “อย่าเตะเด็กโชว์อีก กรณีไทยพีบีเอส (Thai PBS)” โดยมีเนื้อหาฉบับเต็มดังนี้
“ผมเป็นคนนอกสังคมการเมืองไปนานแล้ว ไม่ค่อยได้ติดตามว่า ส.ส.เขาจะเสนอกม.อะไรเพื่อประเทศนี้บ้าง เพราะผมถือหลักว่า ยิ่งมีกม.น้อยยิ่งดี อาจเป็นเพราะระยะหลังผมมิใช่นักประชาธิปไตย แต่ผมสมาทานเป็น“เสรีนิยมประชาธิปไตย” ไปแล้ว หลักของผมมีว่า“รัฐอย่ามายุ่งกับผม และผมก็จะไม่ยุ่งกับรัฐ” แต่เรื่องรัฐบาล กำลังจะเปลี่ยนวิธีบริหารสถานีโทรทัศน์ ไทยพีบีเอส เสียใหม่ ผมว่า รัฐบาลกำลังจะบ้าไปแล้ว ที่ว่า“บ้า” ในที่นี้ คือ “บ้าอำนาจ” ไทยพีบีเอส เป็นสถานีโทรทัศน์อิสระ ไม่พึ่งงบประมาณแผ่นดิน เขาจึงมีความอิสระในการเสนอข่าว บางครั้งก็วิจารณ์รัฐบาล บางครั้งก็ชมรัฐบาล มิใช่ชมรัฐบาลอย่างเดียว
ไทยพีบีเอส จึงเหมือนกรวดก้อนเล็กๆ ในรองเท้ารัฐบาล คนที่ยังไม่มีอำนาจ ส่วนใหญ่จะดีทั้งนั้นล่ะครับ มันตรงกับคำกล่าวที่ว่า “คนจะดีหรือไม่ดี ให้เอาอำนาจใส่มือ แล้วให้เขาใช้อำนาจดู” ไทยพีบีเอส จึงคล้ายๆกับกระจกนี่แหละที่เห็นอยู่ในกระจก จะหล่อหรือไม่หล่อ มันก็หน้าเราแหละ(วะ)ท่านนายกฯครับ เวลาส่องกระจก ท่านก็หล่อแล้ว อาจมีบ้างที่ไม่ถูกใจท่าน ก็อย่าทุบกระจกทิ้งเลยครับ
ดูกรณีท่านจะย้ายนายอำเภอสิครับ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ตำหนินายอำเภอออกสื่อ ภาษาบ้านผมเขาเรียก “เตะเด็กโชว์” เป็นไงล่ะครับ คงนึกไม่ถึงว่า ในกระเป๋าเด็กมีลูกข่างอยู่ ลูกข่างมันมีเหล็กแหลมนะครับ ลูกข่างเสียบติด ต้องส่งรพ.เข้าห้องฉุกเฉินเลยนะครับ ปล่อย ไทยพีบีเอสไปเถอะ จะปรับปรุงอย่างไรก็ว่าไป แต่ต้องคงความเป็นอิสระให้เขา.”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สื่อสาธารณะ' ที่อยากเห็น!
วันนี้ขอพักซองไว้ก่อนครับ มีเรื่องค้างจากวันก่อนที่อยากคุยต่อ
'จตุพร' หนุนรื้อ 'ภาษีบาป' นำกลับระบบจัดสรรงบประมาณ ต้องกล้าทำอย่างเสมอภาค
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนถึงเรืองการรื้อกฎหมายภาษีบาปเพื่อยกเลิกการจัดสรรเงินให้โดยเฉพาะกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และไทยพีบีเอส ว่า ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลถังแตกด้านการเงิน แต่เงินภาษีบาปและเงินทุกกองทุนที่อยู่นอกงบประมาณ ก็ควรนำกลับมาอยู่ในระบบงบประมาณเพื่อตรวจสอบการใช้จ่ายได้
นักวิชาการ แนะ TPBS เปิดให้ปชช.เห็นคุณค่าสาธารณะ คำว่า 'ปรสิตทางงบประมาณ' จะหมดไป
'อ.สุวินัย' ชี้ 'ไทยพีบีเอส' เป็นสื่อสาธารณะ มีอิสระจากตลาดต้องรับผิดขอบต่อประชาชนมากขึ้น แต่เมื่อองค์กรคิดกลับหัว งบประมาณไม่เป็นเครื่องมือของภารกิจ จึงกลายเป็น 'ปรสิตทางงบประมาณ' ย้อนถามบุคคลากรจำนวนมากความสามารถเพิ่มหรือลดลง เหตุใดจากบุคคลภายนอก แนะเปิดให้ประชาชนเห็นคุณค่าสาธารณะ คำว่า 'ปรสิตทางงบประมาณ' จะหมดไปเอง
'ณัฐพงษ์' ดักคอแก้กฎหมายรื้อภาษีบาป รัฐบาลต้องไม่รวบอำนาจคุมสื่อ-องค์กร
‘ณัฐพงษ์’ ดักทาง ‘ภูมิใจไทย’ รื้อที่มารายได้ 4 กองทุน ‘ไทยพีบีเอส-สสส.-กองทุนผู้สูงอายุ-กองทุนพัฒนาการกีฬาฯ’ ย้ำต้องคงความอิสระ-เสรีภาพสื่อ เตือนรัฐอย่ารวบอำนาจสั่งการคุมสื่อสาธารณะ ซัด รัฐไม่ควรทำให้เอกชนต้องจ่ายภาษีบาปน้อยลง
กสม.กังวลรื้อ 'ภาษีบาป' กระทบสิทธิเสรีภาพของประชาชน
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง ข้อกังวลถึงผลกระทบต่อสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน กรณีกา
นักเศรษฐศาสตร์จุฬา แนะวิธีแก้ปัญหา 'ภาษีบาป' ไม่ใช่แค่ควร 'คงไว้' หรือ 'ยกเลิก'
ศ. ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาฯ โพสต์ข้อความถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา การจัดสรรงบประมาณภาษีบาปว่า ขณะนี้กำลั

