
'แรมโบ้' อัด 'ปิยบุตร' หากไม่ได้คิดจะล้มล้างสถาบันคงไม่มีพฤติกรรมก้าวล้วง หรืออยากปฏิรูปสถาบัน ยืนยันคนไทยอยู่คู่สถาบันมานานไม่เห็นมีปัญหาอะไร อยู่ได้เพราะเป็นศูนย์รวมดวงใจยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยเป็นหนึ่งเดียวตลอดมา
22 มิ.ย.2565 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ประธานชมรมเครือข่ายปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์แห่งประเทศไทยและประธานที่ปรึกษาหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชัน กล่าวถึง นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก เป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จำแลงได้อย่างสันติ แต่การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ กองทัพ ศาล เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่รักษาสถาบันกษัตริย์ไว้อยู่ใต้รัฐธรรมนูญต่างหากที่เป็นไปได้และทำให้ทุกคนอยู่อย่างสันติ โดยนายเสกสกล ระบุว่าเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวที่แย่มากใช้ไม่ได้ และเป็นข้ออ้างของนายปิยบุตรที่มองสถาบันแบบมีอคติเพราะพฤติกรรมที่ผ่านมาของนายปิยบุตรอาจไม่ชอบสถาบัน และอยากล้มล้างสถาบันมากกว่า
นายเสกสกล ย้ำว่าตลอดชั่วอายุคนของคนไทยอยู่ได้มาถึงทุกวันนี้ก็เพราะมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เป็นสิ่งที่คนไทยเคารพ บูชา คนไทยอยู่ได้ ไม่ได้มีปัญหาอะไร ขณะที่สถาบันก็ไม่ได้มาทำร้ายใคร ซึ่งหากนายปิยบุตรไม่ได้คิดร้ายกับสถาบัน ก็ไม่มีเหตุผลที่อยากจะปฏิรูปสถาบัน
"ผมมองว่าการที่นายปิยบุตรออกมาดิ้นอยากจะปฏิรูปสถาบัน มีพฤติกรรมจาบจ้วง ก้าวล้วงสถาบัน เพราะมีทัศนคติไม่ดีกับสถาบันหรือไม่ หากเป็นเช่นนี้สมควรที่จะถูกดำเนินคดี เพราะประชาชนส่วนใหญ่ทั้งประเทศก็รับไม่ได้ที่จะต้องมีคนแบบนี้อยู่ในประเทศ และผมในฐานะประธานชมรมเครือข่ายปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไทยยืนยันที่จะเดินหน้าปกป้องสถาบัน ไม่ยอมให้คนแบบนายปิยบุตรมาก้าวล่วงสถาบัน และอยู่ในประเทศนี้อีก"ประธานชมรมเครือข่ายปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไทย ระบุ
ประธานชมรมเครือข่ายปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไทย กล่าวอีกว่า คนไทยทั่วประเทศมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพราะการรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นหน้าที่ยิ่งใหญ่ของคนไทยทุกคน ซึ่งประเทศไทยและ คนไทยดํารงอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขมาถึงทุกวันนี้ก็ด้วยพระบารมีของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ ฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ที่คนไทยต้องดูแลรักษาและเทิดทูนสถาบันและองค์พระมหากษัตริย์ไว้ด้วยชีวิต อีกทั้งต้องป้องกันภัยพาลอันเกิดจากวาจาหรือความคิดที่ไม่สุจริตทั้งปวง ของพวกที่มีอคติต่อสถาบัน
"ผมจึงได้ประกาศแคมเปญ "อยู่อย่างจงรัก ตายอย่างภักดี" มอบให้กับทางเครือข่ายปกป้องสถาบันในนามหมู่บ้านเทิดไท้องค์ราชัน ไปดำเนินกิจกรรมตามหมู่บ้าน ตำบลอำเภอ และ จังหวัดต่างๆ เพื่อหล่อหลอมคนไทยให้เป็นหนึ่งใจเดียวกัน และต้องการสนับสนุน ม.112 คงเอาไว้และให้ประชาชนผู้มีความจงรักภักดีต่อสถาบันออกมารณรงค์กัน ไม่อยากให้เป็นพลังเงียบเพราะตอนนี้ยังมีกลุ่มผู้ไม่หวังดี ทำกิจกรรรมจาบจ้วงสถาบัน และ ต้องการล้มล้างสถาบัน พวกเราพสกนิกรชาวไทยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงทุกพระองค์ ที่มีแผ่นดินไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะว่าพระบารมีของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์มิใช่หรือ นายปิยบุตรอย่าตัวเป็นคนเนรคุณต่อแผ่นดินเลย ต้องรู้จักทดแทนคุณแผ่นดินมีจิตสำนึกที่ดีต่อสถาบันบ้าง"นายเสกสกล กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โล่ง! ศาลฎีกาตรวจหลักฐานคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ไต่สวนพยานปากสุดท้าย 18 พ.ค.ปีหน้าก่อนนัดตัดสิน
ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนินใน ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีคมจ.1/2569 ระหว่างคณะกรรมการปราบปรามทุจริตแห่งชาติผู้ร้อง กับ 44 สส.พร
มาแล้วศาสดาส้ม! 'ปิยบุตร' ปลุกเร้าพรรคกองหน้า เล่นบทรุกกินแดน ไม่ใช่แค่รักษาฐานที่มั่น
ปิยบุตร จี้พรรคกองหน้าต้องปลุกเร้าทางความคิดต่อไปให้คนเห็นว่า มีโอกาส มีความเป็นไปได้ที่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น และจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
'ทั่นสส.โตโต้ 'ฟ้องกลับ กลุ่มคนรักสถาบันฯ อ้างนำพยานหลักฐานเท็จกล่าวหาทำผิดม.112
ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายปิยรัฐ จงเทพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) พร้อมนายนรเศรษฐ์ น
ด้วยความสัตย์จริงของ 'เจี๊ยบ' แก้ม.112 ควรเป็นวาระแห่งชาติ
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "คนเกินเจ้า" อย่างน้อย 2 กลุ่ม
ญาติวีรชนฯกระตุกคนคาใจกฎหมายนิรโทษฯ แนะฟังเสียงส่วนใหญ่
“ประธานญาติวีรชนฯ” กระตุกคนที่ยังคาใจกฎหมายนิรโทษกรรม ต้องยอมรับเสียงส่วนใหญ่ วอนทุกฝ่ายรู้รักสามัคคีเดินหน้าสร้างสังคมสันติสุขตามเจตนารมณ์ ย้ำหลักการ คดี ม.112 เป็น ”พระราชอำนาจ” ผู้ใดจะละเมิดมิได้เผยผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปีส่วนใหญ่เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูเกือบหมดแล้ว แนะคนที่โดนคดีม.112 ให้ขอพระราชทานอภัยโทษเป็นรายบุคคลได้
'จตุพร' ฟาดคนเชียร์นิรโทษฯ 112 แค่สร้างภาพ ไม่ช่วยคนติดคุก
“จตุพร” วิจารณ์ผู้ที่หยิบประเด็นคดี ม.112 มาพูดโดยไม่สามารถช่วยผู้ต้องโทษออกจากเรือนจำได้ ระบุการเคลื่อนไหวที่หวังเพียงคะแนนนิยมไม่แก้ปัญหา พร้อมชี้ช่องทางขอพระราชทานอภัยโทษเป็นทางเลือกที่มีโอกาสมากที่สุด

