
'อัยการธนกฤต' ชี้สัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวเป็นสัญญาร่วมทุนบริการสาธารณะ เปิดได้ตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร เว้นแต่ส่วนกระทบความมั่นคง-ข้อมูลส่วนบุคคล
06 ก.ค.2565 - ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุดโพสต์เฟซบุ๊กในประเด็นข้อกฎหมายเรื่องการเปิดเผยสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว ว่ากรณีการเปิดเผยสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวที่บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ทำกับเอกชนให้ประชาชนทราบ จะทำได้หรือไม่ แค่ไหน เพียงใด นั้น ผมขอให้ความเห็นทางวิชาการสำหรับข้อกฎหมายในเรื่องนี้เป็นการส่วนตัว เป็นการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ผู้สนใจ ในฐานะที่ผมเป็นกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ดังนี้
บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด มีกรุงเทพมหานคร ถือหุ้น 99.98% โดยถือเป็นวิสาหกิจของกรุงเทพมหานครที่อยู่ในอำนาจควบคุมหรือกำกับของกรุงเทพมหานคร การที่กรุงเทพมหานครจะเปิดเผยสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวที่บริษัทกรุงเทพธนาคม จำกัด ทำกับเอกชนนั้น มีข้อที่ต้องพิจารณาดังนี้
กรุงเทพมหานครเป็นราชการส่วนท้องถิ่น จึงถือเป็นหน่วยงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 มาตรา 4 จึงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ
ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ มาตรา 9 วรรคหนึ่ง (6) บัญญัติให้หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูสัญญาสัมปทาน สัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด
ดังนั้น สัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งเป็นสัญญาร่วมทุนระหว่างบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด กับเอกชน ในการจัดทำบริการสาธารณะจึงเป็นข้อมูลข่าวสารที่กรุงเทพมหานครในฐานะผู้ถือหุ้นแทบจะทั้งหมดของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด และมีอำนาจในการควบคุมหรือกำกับดูแล ต้องจัดให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจดูหรือตรวจสอบได้
นอกจากประชาชนจะสามารถเข้าตรวจดูหรือตรวจสอบสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวได้แล้ว กรุงเทพมหานครยังสามารถเปิดเผยสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียวได้ด้วย
โดยการให้ประชาชนเข้าตรวจดูหรือตรวจสอบสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว และการเปิดเผยสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว กรุงเทพมหานครสามารถดำเนินการได้ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของราชการฯ
เว้นแต่จะมีข้อความส่วนไหนที่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 14 หรือมาตรา 15 (1) – (6) เช่น การเปิดเผยจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ การเปิดเผยจะทำให้การบังคับใช้กฎหมายเสื่อมประสิทธิภาพหรือไม่อาจสำเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ การเปิดเผยจะก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัยของบุคคลหนึ่งบุคคลใด การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลซึ่งจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการที่มีกฎหมายคุ้มครองมิให้เปิดเผย เช่น ข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้าตาม พ.ร.บ. ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 เป็นต้น กรุงเทพมหานครก็สามารถใช้ดุลยพินิจไม่เปิดเผยข้อความส่วนนั้นได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตนายกสภาทนาย ยกคำพิพากษาศาล ปค.สูงสุด กทม.ต้องร่วมรับผิด ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว
นายวิเชียร ชุบไธสง อดีตนายกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีเหตุเกิดเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 จนถึงขณะนี้ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตแล้วเกือบ 30 คน การที่เกิดเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่โศกนาฏกรรมที่สลดสยองครั้งแรกของประเทศไทย แต่เคยเกิดมีขึ้นมาแล้วจากกรณีเพลิงไหม้พับดังย่านสุขุมวิท และหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังขาดมาตรการป้องกันและการ
กทม.ประกาศเลื่อนสอบบรรจุข้าราชการ
กทม. เลื่อนสอบบรรจุข้าราชการเป็นกลาง ก.ย. 69 พร้อมแจ้งความชัดเจนผู้จัดสอบ 15 ส.ค. นี้
กทม. ชวนคนใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ย่านสำเหร่ สุดสลดแมวตายมากถึง 73 ตัว
กรุงเทพมหานคร ประกาศหาผู้อุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้บ้านย่านสำเหร่ ติดต่อได้ที่ บ้านน้องหมาน้องแมวประเวศ โทร 02-328-7460 หรือเฟซบุ๊ก BKK Adopter
กทม. สรุปผลสอบ เหตุ 'น้ำผุดกลางถนน' ย่านดินแดง
กรุงเทพมหานคร (กทม.) รายงานว่า สำนักงานเขตดินแดง สรุปผลการตรวจสอบกรณีฟองอากาศผุดบนผิวถนนประชาสงเคราะห์ เปิดการจราจรตามปกติแล้ว
กทม. เริ่มล้อมคอก! สั่งปิดผับบาร์ 3 แห่ง เป็นการชั่วคราว
กรุงเทพมหานครยกระดับมาตรการความปลอดภัยของสถานประกอบการ สถานบริการ และสถานประกอบการคล้ายสถานบริการทั่วกรุง ตามข้อสั่งการของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต บูรณาการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจเอกซเรย์อย่างเข้มงวด
'ชัชชาติ' สั่งล้อมคอกสถานบริการทั่วกรุง พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ
'ชัชชาติ' ตรวจเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ พบสิ่งกีดขวางทางหนีไฟ เล็งจัดระเบียบสุ่มตรวจกลางคืน ปรับนิยามสถานบริการใหม่

