
กสม.ตรวจสอบกรณีร้องเรียนอาจารย์มหาวิทยาลัยใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมด้อยค่านิสิต แนะกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กำชับอาจารย์เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนิสิตนักศึกษา
18 ส.ค.2565 - นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แถลงข่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสโมสรนิสิตมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเมื่อเดือนมกราคม 2565 เกี่ยวเนื่องกับเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยระบุว่าอาจารย์ผู้สอนรายหนึ่งใช้ถ้อยคำอันมีลักษณะส่อเสียด ดูหมิ่น เหยียดหยามในการสื่อสารกับนิสิตรายหนึ่งเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อการจัดทำรายงานผ่านระบบการเรียนการสอนออนไลน์ ซึ่งนิสิตเห็นว่าการใช้ถ้อยคำดังกล่าว ทำให้ผู้ฟังเกิดความไม่มั่นใจ เป็นการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และไม่เหมาะสมกับวุฒิภาวะ จึงขอให้ตรวจสอบ
กสม. พิจารณาข้อเท็จจริง ประกอบหลักกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องแล้วเห็นว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น และสิทธิมนุษยชน อันหมายถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาคของบุคคล
จากข้อเท็จจริง พบว่ากรณีการสื่อสารกันระหว่างผู้ถูกร้องและนิสิตมีที่มาจากการส่งรายงานของนิสิตที่ผู้ถูกร้องมอบหมายให้ทำ ผู้ถูกร้องจึงได้แสดงความคิดเห็นในฐานะที่เป็นอาจารย์ผู้มีหน้าที่ตรวจรายงานเพื่อการให้คะแนน หากพิจารณาจากถ้อยคำที่สื่อสารกันถึงแม้ผู้ถูกร้องจะไม่ได้กล่าวถ้อยคำหยาบคาย แต่ผู้รับสารก็สามารถตีความได้ในสองแง่มุมทั้งในมุมบวกที่ต้องการให้นิสิตมีแรงขับเคลื่อนและมีแง่คิดในการเรียน และในอีกแง่มุมหนึ่งที่อาจตีความได้ว่าอาจารย์ผู้ถูกร้องตำหนินิสิตรุนแรงและเสียดสีให้รู้สึกไม่ดีตามที่นิสิตผู้เสียหายเข้าใจ อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาประกอบถ้อยคำของพยานบุคคลแล้ว ส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องไปในทางเดียวกันว่าผู้ถูกร้องมีอุปนิสัยและลักษณะการพูดที่ค่อนข้างรุนแรง ตรงไปตรงมา และผู้ถูกร้องยืนยันว่ามีเจตนาแสดงความคิดเห็นในเชิงแนะนำ ตักเตือน หรือสั่งสอนเพื่อให้นิสิตพัฒนางานในทิศทางที่ดีขึ้นเท่านั้น ประกอบกับผู้ถูกร้องไม่เคยพบหรือรู้จักกับนิสิตมาก่อนและเป็นการส่งรายงานครั้งแรก แสดงให้เห็นว่าเจตนาของผู้ถูกร้องต้องการตักเตือนว่ากล่าวให้นิสิตปรับปรุงตัว โดยไม่ได้มีอคติส่วนตน เพียงแต่ยังใช้คำพูดที่อาจไม่เหมาะสมในการสื่อสาร จึงเห็นว่าการกระทำของผู้ถูกร้องยังไม่ถือเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีและคุณค่าความเป็นมนุษย์ของนิสิต ในชั้นนี้ จึงยังไม่ปรากฏว่ามีการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
อย่างไรก็ตาม กสม. เห็นว่า ผู้ถูกร้องในฐานะที่เป็นทั้งผู้บริหารและอาจารย์ซึ่งมีสถานะเป็นผู้มีอำนาจเหนือในความสัมพันธ์กับนิสิต ต้องระมัดระวังและตระหนักถึงการใช้ถ้อยคำแสดงความคิดเห็นหรือว่ากล่าวตักเตือนบุคคลอื่น ที่อาจเป็นการทำร้ายความรู้สึกหรือทำให้ผู้ฟังรู้สึกด้อยค่า ซึ่งเป็นการทำร้ายจิตใจทางคำพูดประเภทหนึ่ง (verbal abuse) และหากมีการกระทำแบบเดิมซ้ำ ๆ อาจนำไปสู่การกลั่นแกล้งรังแก (bullying) ได้ในอนาคต นอกจากนี้ หากมองในอีกแง่มุมหนึ่ง ผู้พูดในฐานะผู้ส่งสารก็ควรมีความตระหนักถึงการเคารพและให้เกียรติแก่ผู้ฟังหรือผู้รับสารไม่ว่าบุคคลนั้นจะอยู่ในฐานะใด มิใช่มุ่งเพียงเจตนาของตนเพียงอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นแล้วอาจเป็นข้ออ้างให้บุคคลนำมาเป็นเหตุผลในการใช้คำพูดเพื่อทำร้ายบุคคลอื่น ซึ่งอาจเป็นการเริ่มต้นของการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือแม้กระทั่งการดูหมิ่นเหยียดหยามโดยอ้างเจตนาที่ดี
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 15 ส.ค.2565 จึงเห็นควรเสนอแนะมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อมหาวิทยาลัยต้นสังกัดของผู้ถูกร้อง และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สรุปได้ ดังนี้
1.ให้มหาวิทยาลัยต้นสังกัดกำชับให้ผู้ถูกร้องระมัดระวังการใช้ถ้อยคำในการสื่อสารที่ไม่เหมาะสมในลักษณะเดิม อันสุ่มเสี่ยงต่อการลดทอนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลอื่น รวมถึงกำชับให้บุคลากรในสังกัดระมัดระวังและตระหนักถึงการใช้ถ้อยคำในการแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์อันอาจก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบต่อบุคคลอื่น นอกจากนี้จะต้องรณรงค์ให้นิสิตและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยตระหนักถึงการแสดงความคิดเห็นอย่างเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลอื่นด้วย
และ 2.ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แจ้งมหาวิทยาลัย ทุกแห่งในสังกัดกำชับบุคลากรผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอาจารย์ผู้สอน ให้ระมัดระวังและตระหนักถึงการใช้ถ้อยคำแสดงความคิดเห็นอันอาจบั่นทอนหรือลดทอนคุณค่าของบุคคลอื่น รวมถึงให้มีการรณรงค์ให้บุคลากร นิสิต และนักศึกษา ตระหนักถึงการแสดงความคิดเห็นอย่างเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคนอย่างจริงจัง โดยนำรายงานผลการตรวจสอบนี้ไปใช้เป็นข้อมูล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ยศชนัน ควง นิกร” คิกออฟโครงการต้นแบบ “หนุนพลังงานทางเลือก” พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตบ้านมั่นคง
รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
กสม. ยื่นนายกฯทบทวนการยุบเลิกธนาคารที่ดิน ปรับปรุงกลไกการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ
กสม. มีหนังสือด่วนที่สุดถึงนายกรัฐมนตรี ขอให้ทบทวนการยุบเลิกธนาคารที่ดินและปรับปรุงกลไกการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านที่ดินของประเทศ เพื่อคุ้มครองสิทธิเกษตรกรยากไร้
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยา หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
กสม. แนะ กทม. ทบทวนโครงการพัฒนาริมแม่น้ำเจ้าพระยาเขตบางพลัด จี้เปิดเผยข้อมูลและรับฟังความเห็นผู้ได้รับผลกระทบให้ครบถ้วน หลังประชาชนร้องเรียนไม่ทราบข้อมูล หวั่นกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
จัดใหญ่ 'THAILAND²' 5 กระทรวงจับมือ ยกกำลังประเทศไทย 21 ก.ค.
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า งาน “THAILAND² ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์” ถือเป็นงานใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกจากการผนึกกำลังของ 5 กระทรวงหลัก
กสม.แนะกรมคุ้มครองสิทธิฯ เร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย สงครามยาเสพติดปี 2546
กสม. ตรวจสอบกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำทรมานและบังคับให้สูญหายประชาชนในช่วงสงครามยาเสพติดเมื่อปี 2546 ชี้ 18 ชีวิตเชียงใหม่-เชียงรายถูกอุ้มหาย-ฆ่า แนะกรมคุ้มครองสิทธิฯ เร่งเยียวยาครอบครัวผู้เสียหาย ไม่ต้องรอผลคดีอาญา พร้อมสั่งตรวจ DNA ศพนิรนาม-รื้อบันทึกปฏิบัติการทหารตำรวจคืนความเป็นธรรมหลังผ่านไปกว่า 2 ทศวรรษ
'ยศชนัน' ประกาศวิสัยทัศน์กลางเวทีสัมมนาวิชาการ 'NATURE POSITIVE THAILAND' ในงาน SITE 2026 ชี้ไทยต้องก้าวข้ามการลดคาร์บอนสู่การฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวก
"ยศชนัน" ประกาศวิสัยทัศน์กลางเวทีสัมมนาวิชาการ "NATURE POSITIVE THAILAND" ในงาน SITE 2026 ชี้ไทยต้องก้าวข้ามการลดคาร์บอนสู่การฟื้นฟูธรรมชาติเชิงบวก เล็งดึง AI และเทคโนโลยีขั้นสูง ปั้นสตาร์ตอัปสายเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม พลิกโฉมความหลากหลายทางชีวภาพ ให้เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

