20 ส.ค.2565 - เพจเฟซบุ๊ก P.khondee (พี่คนดี กวีสมัครเล่น) โพสต์ข้อความว่าเวลาเราบอกว่าเราปกป้องสถาบัน และ ด่าคนแซะเจ้า
เราจะถูกคนพวกหนึ่งประณามด้วยคำว่า "โหนเจ้า" อยู่เสมอ
เขาจะปฏิเสธดื้อๆ ว่า เขาไม่ได้แซะ เขาแค่เห็นต่างทางการเมืองเฉยๆ
เราต่างหากที่ อ้างเจ้า ไปกล่าวหา พวกเขา
สิ่งเหล่านี้สร้างความอึดอัดให้เราอย่างบอกไม่ถูก เพราะเราก็เห็นว่าเขาแซะอยู่ชัดๆ นี่นา ผมไม่ชอบคนประเภทนี้มากๆ ไม่ใช่เป็นเพราะว่า เขาไม่ได้คิดเรื่องเจ้าเหมือนกับผม แต่เป็นเพราะ พวกเขาเป็นคน **ปากไม่ตรงกับใจ** เอามาก ๆ
ผมมีคนรู้จักหลายคนที่ทราบว่าเขามีทัศนคติไม่ดีต่อเจ้า แต่เราก็คุยและคบหากันปกติ
ไม่ได้เกลียดชังกัน ใครขายของผมก็อุดหนุนสินค้าเป็นปกติ เพราะถึงพวกเขาจะไม่ชอบ และอาจนินทาให้ได้ยินในบางครั้ง เขาก็มีปัญญา และ มีมารยาทพอ ที่จะไม่แซะเจ้าอวดชาวบ้านทางสาธารณะ เพื่อแสดงความก๋ากั่นโง่ๆ ออกมา แต่ถ้าบังเอิญเขาบ้าทำขึ้นมา ด้วยความเป็นเพื่อนผมก็อาจจะไม่ด่าเขา แต่ผมก็คงไม่ไปถ่อไปซื้อหาสินค้า แล้ว ถ่ายรูปมาอวด เพื่อโพสต์คำหล่อๆ แสดงตนว่า เป็นผู้รับฟังความคิดต่าง แล้วบอกว่านั่นคือ การทำให้เกิดความสามัคคี
***** เพราะการทำเช่นนั้น มันเหมือนเป็น การยอมรับและสนับสนุนการกระทำที่ไม่ถูกต้อง *****
การแสดงความเห็นต่าง บางทีมันก็มี ลิมิต ที่คนปกติธรรมดาเริ่มจะยอมรับไม่ได้ เช่นการ เจตนาโพสต์อวดชุดดำในวันเฉลิมฯ เป็นต้น อย่างที่บอกไว้หลายครั้ง ว่า " บางโพสต์มันไม่ใช่การโพสต์เพื่อ แสดงความคิดต่าง แต่มันคือโพสต์เพื่อแสดงความกวนตีนล้วนๆ " จะอ้างว่า กวนตีน ฝ่ายตรงข้าม แต่มันก็กระทบ สถาบันด้วยใช่ไหมเล่า คนที่มีสามัญสำนึกย่อมรู้ดี อย่ามาอ้างว่า กษัตริย์ยังไม่โกรธ ทำไมคนอื่นดันโกรธ คนที่จงรักภักดีจริง จะไม่ทำอะไรให้ระคายเคืองพระราชหฤหัยหรอก มีแต่คนตอแหล เท่านั้นแหละ ที่แซะเจ้า และด่าคนอื่นว่า โหนเจ้าไปพร้อมกัน
แต่คนเราก็ต่างความคิด บางคนอาจจะทำไป โดยคิดว่ามันโอเค แต่เมื่อทำไปแล้วผลออกมา มีหลายคนไม่โอเค ไปตักเตือน ทำไมคนที่เตือนกลับถูกด่าว่า " ไปผูกขาดความจงรักภักดี " คำด่าแบบนี้ มันคล้ายๆวิธีด่าของพวกนั้นเลยนะ บางทีมันก็ทำให้เราคลางใจ
การสนับสนุนให้เกิดการสามัคคี ทำได้ตั้งหลายวิธี ไม่ใช่ ใครทำบ้าอะไรเราก็ต้องยอมรับไปหมดกระมัง บางคนบอกว่า ต้องการสร้างความสามัคคี แต่ตนยังที่เรียกคนอื่นเป็นสลิ่ม อยู่เลยนี่นา มันใช่เหรอ บางคนอาจจะบอกว่า ตนเองไม่ได้ขวาสุดโต่ง ไม่ได้เป็นสลิ่ม แต่จะยังไงคนพวกนั้นเขาก็จะเรียกคุณ ว่า สลิ่ม อยู่ดี ไม่มีรอดหรอก เห็นก็โดนจัดไปแล้ว แถมยังโดนว่าเป็น "สลิ่มแอ๊บกลาง" ที่ น่ารังเกียจกว่า "สลิ่มปกติ" ไปอีก
เมื่อพวกที่เขาหมั่นไส้ คนโพสต์รูปในหลวงอยู่แล้ว คิดว่าเขาจะนิยมท่านได้ลงเหรอ เขาจะด่าว่าท่าน "โหนเจ้า" ตลอดแหละ
ดีไม่ดีตอนนี้ เขาอาจจะว่า ท่านไป "โหนบะหมี่ประชาธิปไตย" ของพวกเขาก็ได้นา ท่านถ่ายรูปกับเขาท่านเอามาโพสต์ แต่เขาไม่เห็นจะโพสต์ว่าท่านไปอุดหนุนเลยนี่นา
๒๘๗/๒๕๖๕ โหนบะหมี่
เขาว่าท่าน โหนเจ้า ไม่เข้าท่า
จะมีวัน ที่เขามา กาท่านหรือ
ถึงท่านให้ การยอมรับ จับไม้มือ
อยู่ตั้งไกล ถ่อไปซื้อ มาถือโชว์
เขาคงว่า ท่านกระโจน โหนบะหมี่
ดีไม่ดี เขาอาจด่า ว่าหน้าโง่
วันนี้คน เคยว่าเท่ อาจเซย์โน
เพราะโมโห ที่เลือกแดก แยกไม่เป็น
กับพวกที่ พร่องปัญญา มารยาท
ท่านประกาศ ว่ารับได้ โดยไม่เหม็น
เหมือนกับหนุน การกระทำ ที่ลำเค็ญ
เช่น ล้อเล่น กับในหลวง ของปวงไทย
รักพวกบ้า กล้าบอกไป อย่าได้กั๊ก
ถ้าไม่รัก ไปนิยม ชมไฉน
อย่าทำตัว เป็นวันทอง มีสองใจ
ระหว่างน้ำ กับไฟ ไม่มีกลาง
ทั้งนี้โพสต์ของพี่คนดี กวีสมัคร สืบเนื่องจาก นายธันวา ไกรฤกษ์ ทีมโฆษกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์โพสต์รูปภาพและข้อความดังนี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คอนเฟิร์ม ’ปปช.‘ ชี้มูลความผิด 44 อดีต สส.ก้าวไกล เสนอแก้ ม.112
มีรายงานข่าวจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.) ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลความผิดอดีต 44 สมาชิกสภาผู้แท
‘เท้ง’กลัวไม่ได้ตั้งรัฐบาล
กกต.เผยรับสมัคร สส.ทั้ง 400 เขตเรียบร้อยดี เตรียมรับสมัคร สส.บัญชีรายชื่อวันอาทิตย์นี้ เตือนประชาชนโพสต์ข้อความผิด กม.เลือกตั้ง เจอคุก 10 ปี
'เท้ง' นำทัพผู้สมัคร ปชน.สมัครวันแรก โวลั่นภารกิจตัดสีเทาออกจากประเทศ
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต นั่งรถเมล์ไฟฟ้าสีส้มเข้าสมัครรับเลือกตั้งวันแรก
พูดแบบนี้ได้ยังไง! อดีตลูกจ้างวอยซ์ ลั่นไม่เห็นใจทักษิณ หลังคดี 112 ถูกอุทธรณ์
อินฟลูเอนเซอร์สายการเมือง และอดีตพิธีกรข่าววอยซ์ทีวีของตระกูลชินวัตร แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อออนไลน์ หลังอัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์คดีมาตรา 112 ข
โฆษกอัยการ เเจงกรณีขอขยายอุทธรณ์คดี 112 'ทักษิณ'
นายเสวต อภัยรัตน์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดี มาตรา 112 และความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ฯ นาย
ตุลาการภิวัฒน์ นิติสงคราม: จาก 'นั่งลงลูก' ถึงคำพิพากษาที่สังคมตัดสินซ้ำ!
ศาลเคยถูกมองว่าเป็น ตุลาการภิวัฒน์ เมื่อคำพิพากษาพ้องใจกับฝ่ายหนึ่ง และถูกมองว่าเป็น นิติสงคราม เมื่อไม่ตรงใจกับอีกฝ่าย กระทั่งถ้อยคำสั้น ๆ ที่กลุ่มหนึ่งยืนยันว่าได้ยินว่า “นั่งลงลูก” ขณะที่อีกกลุ่มบอกว่า “นั่งลงครับ” ก็ยังถูกขยายเป็นชนวนความระแวง ที่ทำให้ทุกคำพิพากษาไม่เคยหยุดอยู่แค่บัลลังก์ หากยังถูกสังคมตัดสินซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า

