
‘ตัวแทนนักศึกษา’ ยื่นฟ้อง ‘บิ๊กตู่-ผบ.ทสส.’ ขอศาลเเพ่งสั่งยกเลิก ม.9 พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ‘ทนายนรเศรษฐ์’ โวยกฎหมายลักไก่เพิ่มโทษชุมนุม หวังสกัดม็อบไล่นายกฯ
22 ส.ค. 2565 – เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ตัวแทนภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน พร้อมด้วยเจนิสษา แสงอรุณ นายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, นาย พศินยินดี ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, นายวชิรวิทย์ เทศศรีเมือง ประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น ,นายสิรภพ อัตโตหิ นายกองค์การบริหารสโมสรนิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,นาย ศิวัญชลีวิธญเสรีวัฒน์ เป็นประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่, นายเชษฐา กลิ่นดี สมาชิกสภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม, นายณพกิตติ์ มะโนชัย นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เป็นโจทก์ที่ 1 – 7
ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นจำเลยที่ 1 – 2 ขอให้ศาลแพ่งมีคำสั่งเพิกถอนข้อกำหนดมาตรา 9 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ข้อกำหนดนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 47 และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ฉบับที่ 15 และขอให้ศาลเปิดไต่สวนเพื่อคุ้มครองชั่วคราว
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากวันที่ 27 ก.ค. 2565 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกข้อกำหนดนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 47 กำหนดให้การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธเป็นเสรีภาพของประชาชนที่ย่อมกระทําได้ โดยให้นําหลักเกณฑ์การจัดและการแจ้งการชุมนุม รวมทั้งหน้าที่ของผู้จัดและผู้ชุมนุมตามที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะมาใช้โดยอนุโลม โดยให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) กำหนดมาตรการขึ้นเป็นการเฉพาะ “เพื่อคุ้มครองประชาชน รวมทั้งอำนวยความสะดวกและดูแลการชุมนุม”
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ตัวแทนประธานนักศึกษาจากหลายๆ แห่ง ได้ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ กับผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อขอให้เพิกถอน ข้อกำหนดนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 47 และประกาศของผบ.ทสส ฉบับที่ 15 เนื้อหาที่ยื่นฟ้องวันนี้ เนื่องจากเนื้อหาของทั้ง 2 ฉบับนี้ ระบุสถานการณ์ฉุกเฉินให้นำพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะมาบังคับใช้โดยอนุโลม หมายความว่าเปรียบเสมือนเป็นการลักไก่เพิ่มโทษให้การชุมนุมสาธารณะให้มีโทษที่หนักขึ้นเดิมตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ถ้าเราไปชุมนุมสาธารณะและมีการแจ้งการชุมนุมโดยไม่ชอบ โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่ถ้าตามข้อกำหนดและประกาศฉบับดังกล่าว จะถูกจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ทั้งที่กลไกการร้องขอให้เลิกการชุมนุมต้องผ่านศาลเท่านั้น คือต้องมาร้องต่อศาลแพ่งหรือศาลจังหวัดสั่งให้เลิกการชุมนุม แต่ประกาศและข้อกำหนดฉบับดังกล่าวกับระบุให้ ผบ.ทสส. สามารถออกแบบแผนต่างๆ ในการสั่งให้เลิกการชุมนุมได้โดยไม่ต้องผ่านกลไกของศาล
“จึงเป็น 2 ประเด็นหลักที่วันนี้เรามายื่นฟ้อง และจะขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินคุ้มครองชั่วคราว สั่งไม่ให้บังคับใช้ข้อกำหนดฉบับนี้ เพราะช่วงวันที่ 23-24 ส.ค.ที่จะถึงนี้ อาจจะมีการชุมนุมสาธารณะเพื่อติดตามกรณีที่นายกฯจะครบ 8 ปีตามรัฐธรรมนูญ หากมีการปล่อยให้ใช้ข้อกำหนดฉบับดังกล่าว ก็อาจจะเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ พ.ร.บ.ชุมนุมฯ โดยหลัก ก็ควรเป็นอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติหรือของสภา พ.ร.บ.การชุมนุมฯ กำหนดอัตราโทษที่ต่ำ แต่คราวนี้มีการออกกฎหมายลำดับรอง เป็นแค่ตัวประกาศของผู้บัญชาการทหารสูงสุดไปเพิ่มโทษของกฎหมายตามพระราชบัญญัติ เป็นเรื่องที่ทำไม่ได้และไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างยิ่ง” นายนรเศรษฐ์ ระบุ
เมื่อถามว่า ตั้งข้อสังเกตอย่างไรกับการออกกฎข้อกำหนดของ ผบ.ทสส. ในครั้งนี้ นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือไม่ที่มีการออกประกาศในลักษณะนี้มาในช่วงที่กำลังมีการจับตาว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี และจะออกจากตำแหน่งหรือไม่ รวมถึงกำลังจะมีการชุมนุม วันนี้เราจึงมีข้อมูลมายื่นต่อศาล เพื่อขอให้ไต่สวนด้วยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมกำลังสำหรับการควบคุมการชุมนุมและ อุปกรณ์ควบคุมการชุมนุมไว้แล้ว ซึ่งเราจะนำมาแสดงต่อศาลในวันนี้ด้วย
ด้าน น.ส. เจนิสษา แสงอรุณ นายกองค์การบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นตัวแทนนักศึกษา กล่าวว่า ตามพ.ร.บ.การชุมนุมฯ และข้อกำหนดดังกล่าวมีความไม่เป็นธรรม ต่อตัวพวกเราเองและประชาชน เพราะเป็นการลักไก่เพิ่มโทษอย่างที่ทางทนายพูด แล้วอ้างว่าการที่ใช้ประกาศ รวมทั้งข้อกำหนดดังกล่าวเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค แต่พวกเราก็ตั้งข้อสังเกตว่า จะใช้เพื่อควบคุมโรคหรือควบคุมสิ่งใดกันแน่ หรือจะใช้ควบคุมการชุมนุมที่เป็นสิทธิเสรีภาพของพวกเราประชาชนทั่วไปหรือไม่นี่จึงเป็นสิ่งที่พวกเราต้องมายื่นฟ้องเพื่อที่จะขอเพิกถอนข้อกำหนดในครั้งนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลแพ่ง สั่ง 'เหมืองทองอัครา' เยียวยาชดใช้ชาวบ้าน 382 ราย ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพ-จิตใจ
ศาลเเพ่ง สั่ง บมจ.อัครา รีซอร์สเซ จ่ายสูงสุดรายละ 2 เเสนกว่าบาท ให้ชาวบ้านพิจิตร-เพชรบูรณ์ เกือบ 400 ชีวิตที่ได้รับผลกระทบมีโลหะหนักในร่างกาย จากการทำเหมืองแร่ เกิดสารปนเปื้อนลงในน้ำสาธารณะและฝุ่นในอากาศ
ศาลแพ่งอนุญาตให้อายัดทรัพย์ 'ทนายตั้ม-ภรรยา' รอคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
หลังจากศาลแพ่ง มีคำพิพากษา ยกคำร้องอัยการ ขอริบทรัพย์ “ทนายตั้ม-ภรรยา”ในคดีฉ้อโกง น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย เหตุพยานน้ำหนักน้อย โดยให้คืนทรัพย์ 74 ล้าน
ศาลแพ่งยึดทรัพย์ 1.3 หมื่นล้าน 4 รายใหญ่คดีสแกมเมอร์
ปปง.เผยศาลแพ่งมีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์ชั่วคราว 4 คดีใหญ่ รวมกว่า 13,074 ล้านบาท ครอบคลุมเครือข่าย “ยิมเลียก-เฉินจื้อ-เบนสมิธ-ก๊กอาน” หลังพบเหตุ
ขำไม่ออก! ศาลแพ่งสั่งริบทรัพย์บิ๊กโจ๊กกับเมีย 4.7 แสนบาท
ศาลแพ่งสั่งริบทรัพย์ เงินชำระเบี้ยประกันชีวิตบิ๊กโจ๊กกับ เมีย ผ่านบัญชีม้าเว็บพนัน 4.7 เเสนบาทตกเป็นของแผ่นดิน
อัยการเจ้าของสำนวนคดีริบทรัพย์ 'ทนายตั้ม' เตรียมอุทธรณ์ทวงคืน 74 ล้าน
เปิดใจ "สุเทพ เยี่ยมศิริ" เจ้าของสำนวนคดีริบทรัพย์ตั้ม เผยไม่ได้เอาผู้เสียหาย-ตำรวจเบิกความเพราะมีเอกสารรับรองคำให้การอยู่เเล้ว ยืนยันทำหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้เข้าข้างใคร เตรียมคัดสำนวนเสนอ อธ.อัยการคดีพิเศษพิจารณาอุทธรณ์
ละเอียดยิบ! เปิดเหตุผล 'ศาลแพ่ง' สั่งคืนทรัพย์ 74 ล้าน ให้ 'ทนายตั้ม' คดีฉ้อโกงเจ๊อ้อย
เปิดเหตุผล "ศาลเเพ่ง" สั่งคืนทรัพย์ 74 ล้าน ให้ ทนายตั้ม-ภรรยา คดีฉ้อโกงเจ๊อ้อย ชี้พยานผู้ร้องเพียงปากเดียว ไม่ใช่ประจักษ์พยานรู้เห็น ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังข้อเท็จจริงข้อเท็จจริงจนเป็นที่ยุติได้

