
“จตุพร” เดินหน้าหยุดอำนาจ 3 ป.ให้หลุดพ้นจากกระดานการเมืองนับหนึ่งประเทศไทย ชี้ออกแบบไม่ให้ประเทศมีการเลือกตั้งหวังสืบทอดอำนาจ
28 ส.ค.2565 – ที่ลานคนเมือง คณะหลอมรวมประชาชน จัดเวทีปราศรัยหยุดอำนาจ 3 ป.นับหนึ่งประเทศไทย โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวถึงการชุมนุมต่อเนื่องถึงแม้ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องและมีคำสั่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หยุดปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีว่า ข้อเรียกร้องของคณะหลอมรวมประชาชนเราไม่ได้เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก หรือให้ พล.อ.ประวิตร ยุบสภา แต่หัวข้อหลักของคือการหยุดอำนาจ 3 ป.
นายจตุพร กล่าวว่า พรรคการเมืองทั้งหลายฟังตนเองให้ดี การแก้ไขกติกาการเลือกตั้งจากระบบบัตรใบเดียวมีผู้แทนเขต 350 บัญชีราชชื่อ 150 เคยพูดก่อนการเลือกตั้งว่าบอกว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ลำดับที่หนึ่งแล้วจะไม่ได้บัญชีรายชื่อแม้แต่เพียงคนเดียว แน่นอนที่สุดคณะ 3 ป.รู้ว่าพรรคเพื่อไทยที่เขายึดอำนาจมามีความปรารถนากติกาเหมือนรัฐธรรมนูญปี 40 ที่พรรคไทยรักไทยเคยชนะอย่างถล่มถลาย
นายจตุพร กล่าวอีกว่า การแก้ไขกติกาครั้งนี้คือให้ไปแก้ไขมาตรา 91 มาตราเดียวเพื่อให้เกิดระบบบัตร 2 ใบขึ้น แต่ไม่ยินยอมให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 93 และมาตรา 94 เรื่องผู้แทนพึ่งมีซึ่งเป็นหัวใจหลัก ตนเองได้ถามบรรดาแกนนำฝ่ายค้านตอนนั้นในฐานะที่เคยเป็น สส.ว่าไปแก้มาตรา 91 ให้เกิดระบบบัตร 2 ใบแต่ไม่แก้ไขมาตรา 93และ 94 เมื่อเวลาไปตรากฎหมายลูกจะไปขัดกับรัฐธรรมนูญ เขาอธิบายให้ตนเองฟังชัดเจนว่ารองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนที่มีบทบาทได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าถ้าไปไปแตะมาตรา 93 และ 94 สว.จะคว่ำ ส.ส.รัฐบาลจะคว่ำ พรรคฝ่ายค้านจึงยอมแก้มาตรา 91 เพียงมาตราเดียว
นายจตุพร กล่าวว่า การพยายามอธิบายว่า การตรากฎหมายลูก100 หารจะขัดรัฐธรรมนูญ จะเห็นว่าตอนแรกสุดการตรากฎหมายลูกเอา 100 หารแต่พอเข้าสู่สภาวาระ 2 เป็น 500 หาร ต่อมาทำให้องค์ประชุมไม่ครบเกิน 180 วัน ก็กลับไป 100 หารเหมือนเดิมอายุในสมัยประชุมนี้จะสิ้นสุดเดือนกันยายนและเว้นวรรคไปอีก 2 เดือนเศษ เหลือการประชุมสมัยสุดท้ายถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 100 หารขัดรัฐธรรมนูญต้องกลับมาใหม่ คือ 500 หาร ก็จะถูกยื่นตีความใหม่ท้ายที่จะเลยอายุของสภาคือวันที่ 24 มี.ค. 66 เมื่อไม่มีสภาผู้แทนราษฎรแล้วรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า กฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้งมีฐานะเป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ และจะต้องตราเป็นพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญเท่านั้นจะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ เมื่อตราเป็นพระราชกำหนดไม่ได้ซึ่งระเบียบต่ำกว่าไม่มีทางเป็นไปได้ ฉะนั้นการเลือกตั้งจะไม่เกิดขึ้นแต่หลอกบรรดานักการเมืองที่มีความยากว่าจะชนะแบบถล่มทลายไปหลงเชื่อ
เขากล่าวต่อว่า คนที่พยายามมาอธิบายสวนตนเองฟังให้ดี เกม 3 ป.เขาฉลาดกว่าคุณหลายเท่า เขาออกแบบเพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้งและครองอำนาจต่อไป เมื่อไม่มีกฎหมายลูกการเลือกตั้งก็จัดการไม่ได้ และเห็นว่าคณะ 3 ป.ไม่ประสงค์ที่จะสละอำนาจแต่ประสงค์ที่จะสืบทอดต่อไป ประยุทธ์พักประวิตรอยู่ต่อ หลายคนบอกว่า 3 ป.ทะเลาะกัน แล้วเคยเห็นไหมว่า 3 ป.ทะเลาะกันให้เห็นหรือไม่ คนไทยเข้าใจว่าเขาทะเลาะกันก็สะใจ ความจริงอำนาจหลุดมือประยุทธ์ก็มาใส่มือประวิตรถ้าหลุดมือประวิตรก็ไปใส่มืออนุพงษ์ อยู่เท่านี้
“ดังนั้นต้องจัดการ 3 ป.ให้หลุดพ้นทางการเมือง ก่อนนี้หน้าตั้งวุฒิสภา ตั้ง สนช.เลือกบรรดาองค์กรอิสระ นักการเมืองกลัว ป.ป.ช.กลัวศาลรัฐธรรมนูญ แต่รากที่มาทั้งหลายมาจากแต่งตั้งมาจากกลไกของ พล.อ.ประยุทธ์และคณะทั้งสิ้น วันนี้เราต้องการนับหนึ่งประเทศไทยกันใหม่จึงบอกว่าหยุดอำนาจ 3 ป.เพื่อประเทศไทย ถ้าตราบใด 3 ป.ยังอยู่ในอำนาจ การเลือกตั้งจะไม่เกิด 8 ปีนั้นเพียงพอแล้ว ขอเชิญประชาชนเจ้าของอำนาจประชาธิปไตยและนักการเมืองอย่าโง่ซ้ำซากให้มาร่วมกับประชาชน ต้องไล่ 3 ป.บนกระดานการเมืองไทยด้วยการหยุดอำนาจ 3 ป.เพื่อนับหนึ่งประเทศไทย ”นายจตุพร กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘บิ๊กป้อม’ลงหลังเสือ ปิดฉาก‘ป.สุดท้าย’ทางการเมือง
การถอนตัวจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คือ การปิดฉากทางการเมืองของ ‘พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์’ แม้จะยังเป็นหัวหน้าพรรคในการเลือกตั้งครั้งนี้อยู่ก็ตาม
นักวิชาการ ชี้ สส.บัญชีรายชื่อ คละบ้านใหญ่-เทคโนแครต สะท้อนการเมืองเน้นนโยบาย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ ระบุ รายชื่อ สส. ในบัญชีรายชื่อ สะท้อนว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับนโยบายมากขึ้น เหตุคละกันระหว่าง“บ้านใหญ่-นักธุรกิจ” กับ “เทคโนแครต-นักวิชาการ
ร้อง กกต. คัดค้านพรรคประชาชน เปลี่ยนตัวผู้สมัคร สส. เขต 33 ใช้เบอร์เดิม
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ถนนแจ้งวัฒนะ นายอนันตเดช ธนวิภารัตน์ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข 12 เขตเลือกตั้งที่ 33 และนายธิติพัทธ์ นรวิทยโชติกุล ผู้สมัครหมายเลข 4 เขตเลื
‘ม้ามืดชานเมือง ของภูมิใจไทย อ.นัส เขต 17’
ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ทําการบ้านในพื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการคัดสรรผู้สมัครที่มีคุณภาพมีความยึดโยงกับประชาชนและพื้นที่เลือกตั้ง
ครม.ไฟเขียวแนวปฏิบัติเลือกตั้ง สส. ควบประชามติ
ครม.อนุมัติแนวทางปฏิบัติในการเลือกตั้ง สส.-แนวทางปฏิบัติในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ
ไชยา เบอร์ 7 กล้าธรรม ชูผันน้ำโขง-เลย-ชีมูล ดัน สปก.เป็นโฉนด
“ไชยา” หมายเลข 7 เขต 2 จ. หนองบัวลำภู พรรคกล้าธรรม ประกาศนโยบายหาเสียง กับชาวหนองบัวลำภู ปัดฝุ่นระบบผันน้ำ "โครงการโขง เลย ชีมูล” แปลง สปก.เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรครุฑแดง ลั่น หนี้สินเกษตรและครู ต้องมีโครงสร้างสหกรณ์กลางมาจัดการ

