
สำนักวิจัย ซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เชื่อมั่นศาล บ้านเมืองสงบสุข
4 ก.ย. 2565 – นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจ เรื่อง เชื่อมั่นศาล บ้านเมืองสงบสุข กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,156 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 3 กันยายน พ.ศ. 2565 ที่ผ่านมา
เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อ การเมือง หลังศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณา 8 ปีของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 90.9 ระบุ ไม่ต้องการเห็นการเมืองพาคนลงถนน ชุมนุมใหญ่ เผชิญหน้า ขัดแย้งรุนแรงบานปลาย เสียภาพลักษณ์ กระทบการประชุมเอเปค การลงทุน ท่องเที่ยว เสียหายต่อเศรษฐกิจและบ้านเมือง รองลงมาคือ ร้อยละ 89.7 ระบุ เบื่อหน่ายการเมือง แก่งแย่งผลประโยชน์ ร้อยละ 88.4 หยุดนักการเมืองเคลื่อนไหวชี้นำ แทรกแซง กระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 87.9 เป็นห่วง การเมืองขัดแย้ง ซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจ ปัญหาเดือดร้อน ปากท้องของประชาชน ร้อยละ 87.3 ไม่ต้องการรัฐประหาร วงจรอุบาทว์ สั่นคลอนบ้านเมือง ต่างชาติไม่ยอมรับ
ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อ กฎหมาย ศาล และกระบวนการยุติธรรม เพื่อบ้านเมืองสงบสุข ประเทศชาติเดินหน้าต่อได้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.5 ระบุ ยึดกฎหมาย บ้านเมืองมีหลักยึด ไม่วุ่นวาย ร้อยละ 89.4 เชื่อมั่นต่อศาล ยอมรับผลการพิจารณา และร้อยละ 89.0 เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม
ที่น่าสนใจคือ เมื่อถามถึง การให้โอกาสต่อ รักษาการนายกรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.8 ให้โอกาส ใครเป็นนายกก็ได้ ขอบ้านเมืองสงบสุข ไม่ซ้ำเติมวิกฤต รองลงมาคือ ร้อยละ 14.7 ไม่ให้โอกาส ในขณะที่ ร้อยละ 22.5 ไม่มีความเห็น
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลโพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการตกอยู่วงจรอุบาทว์ ซ้ำเติมความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชน ไม่ต้องการเห็นการเมืองยั่วยุ ปลุกปั่น พาคนลงถนน ชุมนุมใหญ่ เผชิญหน้า ขัดแย้งรุนแรงบานปลาย เสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ กระทบต่อการเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปค ทั้งด้านการลงทุน การท่องเที่ยว และจะเสียหายต่อเศรษฐกิจของประเทศและวิกฤตปัญหาปากท้องของประชาชน
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ทางออกที่สอดคล้องกับเสียงของประชาชนคือ การยึดกฎหมายบ้านเมือง บ้านเมืองมีหลักยึด สังคมก็จะไม่วุ่นวาย ให้ทุกฝ่ายยอมรับการตัดสินของศาลและเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม รวมถึงการให้โอกาสรักษาการนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ในช่วงเวลาวิกฤตหลายด้านที่ยังน่าเป็นห่วง เช่น การบริหารจัดการน้ำจากภัยพิบัติทางธรรมชาติของรักษาการนายกรัฐมนตรี
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่เคยมีประสบการณ์กำกับดูแลบริหารจัดการน้ำที่ผ่านมาลดความเดือดร้อนทุกข์ยากของประชาชนและช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติ และทำงานต่อเนื่องเตรียมความพร้อมของประเทศในการเป็นเจ้าภาพประชุมเอเปค ที่จะมีผลดีต่อการลงทุน ในหลายด้าน เช่น ด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยว ฟื้นฟูประเทศกลับมาแข็งแกร่ง มั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน กว่าเดิมได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สถานทูตจีน ไฟเขียวไทยสอบคนจีนซุกอาวุธ ลั่นไม่ปกป้องพลเมืองกระทำผิด กม.
เพจChinese Embassy Bangkok สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
'เด็จพี่' คึก! บอก 11 พ.ค. ชื่อ 'ทักษิณ' ถูกพูดถึงในวันที่สังคมหันมาตั้งคำถามอนาคตประเทศ
อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย บอก11 พฤษภาคม วันที่สังคมจับตา บางคนอาจมองว่านี่คือเพียงวันหนึ่งของอดีตนายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง แต่สำหรับคนจำนวนไม่น้อย นี่คือวันที่ทำให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามถึงอนาคตของประเทศ
‘นริพทะพันธุ์’ หนุนใช้เงินกู้ 4 แสนล้านเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
“พชร นริพทะพันธุ์” ชี้ โอกาสไทยในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานภายใต้พ.ร.ก. เงินกู้ 2569
ญาติวีรชนฯชื่นชมนายกฯอนุทินเดินหน้าพรบ.สร้างสันติสุข
ประธานญาติวีรชนฯชื่นชมนายกฯอนุทิน-ปธ.วิปรัฐบาลที่ยืนยันร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขกลับไปให้วุฒิสภาพิจารณา วอนปธ.วุฒิสภาและสว.ทุกคน เห็นชอบ3วาระรวดก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ จะเป็นการสร้างกุศลร่วมกัน เป็นการทำบุญใหญ่ให้กับสังคม คนต้องคดีการเมืองจะได้ดำเนินชีวิตปกติสุข พี่น้องร่วมชาติจะเป็นพลังสู้วิกฤตได้ 10 พฤษภาคม 2569 - นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’๓๕ อดีตกรรมการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดอง สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) กล่าวว่า ญาติวีรชนพฤษภาฯ ขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมติร้องขอต่อรัฐสภาเพื่อให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ที่รัฐสภายังมิได้ให้ความเห็นชอบ คือ ร่าง พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. .... อันเนื่องจากต้องหยุดชะงักจากการยุบสภา และต้องชื่นชมนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กับนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่ได้ประสานงานกับพรรคร่วมรัฐบาลจนทำให้ทุกฝ่ายได้เห็นชอบยืนยันร่างพ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข กลับไปให้รัฐสภาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะช่วยกันสร้างสามัคคีของคนในชาติในภาวะวิกฤตเช่นปัจจุบัน เชื่อว่าหากท่านนายกฯ รับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเช่นนี้ และรู้จัก ”ให้ผู้อื่นก่อน“ ก็จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชน ร่วมกันแก้วิกฤติของบ้านเมืองได้ นายอดุลย์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร 3 ร่าง ประกอบด้วย ร่างของพรรคภูมิใจไทย, พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคครูไทยเพื่อประชาชน และได้ผ่านวาระแรกของวุฒิสภาแล้ว หลังจากนี้วุฒิสภาสามารถพิจารณาต่อจากวาระที่ค้างอยู่ได้ทันที โดยไม่ต้องเริ่มต้นกระบวนการนับหนึ่งใหม่ จึงฝากควาวหวังไว้กับนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และวิปวุฒิสภา ได้ประสานงานกับสมาชิกวุฒิสภา(สว.)ทุกคน ร่วมกันพิจารณาผ่านร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข 3 วาระรวด ก่อนวันที่ 12 พ.ค.นี้ ถือเป็นการสร้างกุศลร่วมกันเพื่อให้เกิดความสามัคคีสมานฉันท์ของคนในชาติ บ้านเมืองจะกลับสู่ความสงบสุขดังเดิม จึงกราบขอบพระคุณท่านประธานมงคลฯ และสมาชิกวุฒิสภาทุกท่าน มา ณ โอกาสนี้ “กว่าสองทศวรรษบ้านเมืองไทยบอบช้ำจากความแตกแยกทางความคิด แบ่งเสื้อสี แบ่งขั้วกันอย่างรุนแรง บาดลึกถึงครอบครัวและเยาวชนคนรุ่นใหม่ ญาติวีรชนพฤษภาฯ ในฐานะผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง มีความผูกพันกับแกนนำทางการเมืองทุกเสื้อสี ซึ่งล้วนแต่เป็นเพื่อนพ้องพี่น้องกันทั้งสิ้น โดยส่วนตัวได้ตระเวนพบปะกับแกนนำทุกระดับที่เคยชุมนุมทางการเมือง ทุกคนก็มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง แต่มีความคิดต่างกัน บางครั้งก็ต้องฟาดฟันกันเอง บางคนโดนคดีความด้วยความทุกข์ยาก โดยเฉพาะเยาวชนอายุ 18 ปี ทุกฝ่ายมีความห่วงใยอนาคตของชาติ ได้หาทางออกให้หลุดพ้นคดี จึงเห็นร่วมกันว่าถึงเวลาทุกฝ่ายต้องสามัคคีผลักดันให้ร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุข มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เชื่อได้ว่าความปรองดองสมานฉันท์จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผู้ที่ต้องคดีจะได้ดำเนินชีวิตอย่างปกติสุข ถือเป็นการทำบุญใหญ่ให้กับประเทศและสังคมไทย ดังคำกล่าวที่ว่า “ไม่มีบุญใดเท่ากับการให้อภัย” และทุกฝ่ายซึ่งเป็นพี่น้องร่วมชาติจะเป็นพลังในการขับเคลื่อนประเทศให้ผ่านพันวิกฤตครั้งนี้ได้” นายอดุลย์ กล่าว
ตำรวจแนะเลี่ยงเส้นทางหน้าเรือนจำคลองเปรม 10-11 พ.ค.นี้ พบมวลชนรวมตัวรอรับ ‘ทักษิณ’
งานจราจร สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชน เลี่ยงใช้เส้นทางการจราจร บนถนนงามวงศ์วาน
สธ.ยัน ‘ฮันตาไวรัส’ ยังไม่ไม่ระบาดในไทย
นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ตามที่มีรายงานข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับการพบผู้ติดเชื้อฮันตาไวรัส ที่เชื่อมโยงกับเรือสำราญในต่างประเทศนั้น กระทรวงสาธารณสุข

