ผบ.ทร.ใหม่เผย 3 นโยบายเร่งด่วน เดินหน้าเสริมสร้างกองทัพเรือ จ่อผุดโครงการปลดหนี้นอกระบบช่วยกำลังพล ลั่นต้องไม่มีกำลังพลแตกแถวออกนอกลู่นอกทาง พร้อมเสริมทีมโฆษกทร. เน้นประชาสัมพันธ์เข้าถึงประชาชน ตอบทุกประเด็นร้อน
3 ต.ค.2565 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพเรือ (บก.ทร.) พระราชวังเดิม พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการดำเนินงาน ภายหลังได้รับตำแหน่งว่า การปฏิบัติยังคงดำรงการปฎิบัติตามที่ผบ.ทร.คนที่แล้วได้วางรากฐานเอาไว้ ส่วนตนได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในปีนี้เป็นนโยบายเร่งด่วน 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1. การเสริมสร้างรากฐานของการปฎิบัติ เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ และมุ่งเน้นการจัดหายุทโธปกรณ์ให้มีความคุ้มค่า และเป็นไปตามศักยภาพของงบประมาณเสริมสร้างกองทัพ ให้มีความเข้มแข็ง สามารถเป็นที่เชื่อมั่นและเป็นที่ยอมรับของประชาชนได้
2. ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปีนี้จะกลับมา ดำเนินการประสานและปฏิบัติ ทั้งในด้านการฝึกร่วม พบปะเยี่ยมเยียนระหว่างประเทศ โดยจะดำเนินการเหมือนก่อนเกิดสถานการณ์ โควิด-19 และ3. ส่วนเรื่องของการบริหารจัดการกองทัพ ต้องให้มีความทันสมัยและเป็นสากล บนพื้นฐานของข้อจำกัดของงบประมาณ ต้องมีคุณธรรมและโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ ประชาชนสามารถเชื่อมั่นได้ว่ากองทัพเรือ ยังเป็นที่เชื่อมั่นและภาคภูมิใจของประชาชน
พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวต่อว่า ส่วนด้านการดูแลสวัสดิการของกำลังพล ผบ.ทร.คนที่แล้ว ได้วางรากฐานสวัสดิการด้านกำลังพล ในการซ่อมและปรับปรุงที่พักอาศัย จัดสวัสดิการให้กับกำลังพล โดยกองทัพเรือได้มีโครงการการก่อสร้างอาคารพักอาศัยเพิ่มเติมในพื้นที่ที่กองทัพเรือเป็นเจ้าของ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องที่พักอาศัยให้กับกำลังพล ซึ่งในปีนี้ก็ยังคงสานต่อนโยบายเดิมในการดูแลกำลังพล ทั้งเรื่องความเป็นอยู่สวัสดิการ และอาจจะมีโครงการปลดหนี้เพื่อให้การช่วยเหลือกำลังพลที่อาจจะมีปัญหาหนี้นอกระบบ หรือปัญหาหนี้ล้นพ้นตัว เพื่อให้กำลังพลมีสวัสดิการและสวัสดิภาพ ตลอดจรมีความพร้อมในการทำงานให้กับกองทัพเรือต่อไป
พล.ร.อ.เชิงชาย กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกันด้านการดูแลวินัยของกำลังพล ได้สั่งการไปยังผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้นให้คอยสอดส่องดูแลกำลังพลของกองทัพเรือ ซึ่งทุกอย่างมีมาตรการอยู่แล้ว และมีการสั่งการไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ที่จะต้องสอดส่องดูและผู้ปฏิบัติ จะต้องไม่มีกำลังพลแตกแถวออกนอกลู่นอกทาง ไปทำเรื่องเสื่อมเสีย เนื่องจากในสังคมปัจจุบัน เป็นยุคที่โซเชียลมีเดีย มีความรวดเร็วและสามารถกระจายได้อย่างทั่วถึง โดยกองทัพเรือก็จะต้องมีความระมัดระวัง ซึ่งในวันที่แถลงนโยบายจะกำชับในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า พล.ร.อ. เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ได้แต่งตั้งทีมโฆษกกองทัพเรือใหม่ ประกอบด้วย 1.พล.ร.อ.ปกครอง มนธาตุผลิน ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ เป็นโฆษกกองทัพเรือ 2.พล.ร.ท.ชาติชาย ทองสะอาด รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นรองโฆษกกองทัพเรือ 3.พล.ร.ต.พาสุกรี วิลัยรักษ์ รองเจ้ากรมกิจการพลเรือน เป็นรองโฆษกกองทัพเรือ 4.น.อ.ปารัช รัตนไชยพันธุ์ เป็นผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ 5. น.ท.ยุทธเศรษฐ วังกานนท์ เป็นผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ และ6.แพทย์จีนหญิง ปรียาดา บัวสมบุญ เป็นผู้ช่วยโฆษกกองทัพเรือ เพื่อเน้นประชาสัมพันธ์เข้าถึงประชาชน และตอบทุกประเด็นร้อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศรชล.ภาค 3 สรุปแผนทำความสะอาดคราบน้ำมันเรืออับปาง เกาะเฮ ภูเก็ต
ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์เรือสินค้าอับปางจมลงใต้ทะเล พื้นที่ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อ 7 ก.พ.69 และได้รับแจ้ง เมื่อ 25 ก.พ.69 มีคราบน้ำมันเกิดขึ้นบนชายหาดเกาะเฮ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
ทัพเรือภาค 3 สกัดเรือประมงต่างชาติรุกล้ำน่านน้ำไทย ยันใช้กำลังตามขั้นตอนสากล
ทัพเรือภาคที่ 3 สกัดเรือประมงต่างชาติรุกล้ำน่านน้ำไทยบริเวณเกาะหลีเป๊ะ ยืนยันใช้กำลังตามขั้นตอนสากลและหลักความได้สัดส่วน
ชงคงสิทธิญาติ วีรบุรุษชายแดน รักษาพยาบาล
"กองทัพเรือ" แจงข่าว "กัมพูชา" จับเรือประมงไทย "ก.โชคบูรพา"
กองทัพเรือ เร่งสอบปมกัมพูชาจับเรือประมงไทย หากผิดจริงจะดำเนินคดีถึงที่สุด
กองทัพเรือชี้กรณีจับกุมเรือประมงไทยอาจเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน ยืนยันยังห่วงใยและติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด
งามไส้! สื่อเขมรตีข่าว จับเรือประมงไทย ลักลอบขนอาหารทะเลส่งเข้าเกาะกง
งามไส้! ทหารเรือกัมพูชาสกัดจับเรือประมงไทย "ก.โชคบูรพา" ลักลอบขนอาหารทะเลเถื่อนส่งเข้ากัมพูชา ต้นทางมาจากมหาชัยก่อนลงท่าเรือ อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ผู้ว่าฯ เกาะกง ทำพิธีเผาทำลายโชว์สื่อ ส่วนของกลางราคาแพง "ปูนิ่ม-ปลาเก๋า" หายลึกลับก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ คาดคัดแยกไปแล้ว ส่วนที่เผามีจำนวนเล็กน้อย
‘ทร.’ปรับทัพ ทำ งานเชิงรุก ป้อง‘อธิปไตย’
กองทัพเรือปรับการทำงานเชิงรุกปกป้องอธิปไตยทางทะเล หลังพบเรือประมงเขมร 30 ลำรุกล้ำทะเลไทยด้าน จ.ตราดอีกรอบ ก่อนถูก "เรือหลวงเทพา

