กองทัพเรือ เร่งสอบปมกัมพูชาจับเรือประมงไทย หากผิดจริงจะดำเนินคดีถึงที่สุด

กองทัพเรือชี้กรณีจับกุมเรือประมงไทยอาจเป็นข้อมูลคลาดเคลื่อน ยืนยันยังห่วงใยและติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

16 กุมภาพันธ์ 2569 - พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า วันนี้ (16 กุมภาพันธ์ 2569) กองทัพเรือได้รับรายงานจากสื่อมวลชนบางสำนัก กรณีเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 16.25 น. หน่วยตรวจการทางทะเลของกองทัพเรือกัมพูชาได้เข้าควบคุมเรือประมงสัญชาติไทย ชื่อ “ก.โชคบูรพา” หมายเลขทะเบียน 6564-01785 บริเวณพื้นที่ ต.ปากคลอง อ.มณฑลสีมา จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา จากรายงานข่าวระบุว่า เรือดังกล่าวบรรทุกสินค้าอาหารทะเลสดจากจังหวัดสมุทรสาคร ออกเดินทางจากท่าเรือ ป.เกษมศิริ บ้านคลองสน ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด ก่อนถูกควบคุมตัวในเขตน่านน้ำกัมพูชา

ทั้งนี้ กองทัพเรือได้ตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้นพบว่า นายบุญยัง เกตุแก้ว เคยจดทะเบียนเรือลำดังกล่าวจริง อย่างไรก็ตาม ใบอนุญาตใช้เรือได้หมดอายุลงตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2567 และได้รับข้อมูลว่านายบุญยังได้จำหน่ายเรือลำดังกล่าวให้กับบุคคลสัญชาติกัมพูชาไปแล้วตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา โดยนายบุญยังได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นเจ้าของหรือผู้ควบคุมเรือในปัจจุบัน และทราบข่าวดังกล่าวเช่นกัน โดยมีความเห็นว่าข่าวดังกล่าวน่าจะเป็นข่าวปลอม อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความมั่นใจ กองทัพเรือจะได้ติดตามตรวจสอบกรณีดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ หากผลการตรวจสอบปรากฏว่าเรือดังกล่าวมีพฤติการณ์ลักลอบขนส่งสินค้าผ่านชายแดนทางทะเลไปยังประเทศกัมพูชาโดยไม่ได้รับอนุญาต จะเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อกำหนดตามกฎอัยการศึกของกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ซึ่งได้กำหนดให้เรือทุกลำที่ประสงค์จะเดินทางเข้าน่านน้ำกัมพูชา ต้องขออนุญาตจากทางราชการก่อนดำเนินการ เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคง การควบคุมสถานการณ์ชายแดน และการป้องกันกิจกรรมผิดกฎหมายข้ามชาติ โดยหากตรวจพบการกระทำความผิด จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม กองทัพเรือขอเรียนว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานหรือคำร้องขอความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการจากบุคคลที่เกี่ยวข้องหรือญาติของผู้ประสบเหตุแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กองทัพเรือยืนยันว่า หากมีการประสานผ่านช่องทางที่เหมาะสมและเป็นไปตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายในประเทศ กองทัพเรือพร้อมพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามหลักสากลอย่างเต็มที่

ท้ายที่สุด กองทัพเรือขอเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการเรือประมงและผู้เดินเรือทุกประเภท ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนด และมาตรการด้านความมั่นคงชายแดนทางทะเลอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อชีวิต ทรัพย์สิน และผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝนตกหนัก น้ำหลากท่วมถนนสายตราด-แหลมศอก กระทบเส้นทางไปท่าเรือเกาะกูด

ฝนตกหนัก น้ำหลากท่วมถนนสายตราด-แหลมศอก กระทบสัญจรไปเกาะกูด ต้องใช้ถนนเลี่ยง,จนท.เร่งเคลียร์เศษไม้อุดตันท่อ ชาวบ้านห้วงน้ำขาววอน เร่งแก้ไข หลังน้ำท่วมซ้ำซาก

กองทัพเรือ เผยคืบหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดนตราด ลดพื้นที่ปนเปื้อนแล้วกว่า 60%

กองทัพเรือเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ปรับลดพื้นที่ปนเปื้อนแล้วกว่า 60% ตามถ้อยแถลงร่วมไทย–กัมพูชา ส่วนพื้นที่เก็บกู้ร่วมยังไม่มีความคืบหน้า

ผบ.ทร.รับรายงานผลคัดเลือกเรือฟริเกตแล้ว รอตรวจเอกสารก่อนชงกลาโหม-ครม.

บ.ทร.เผยได้รับรายงานผลการพิจารณาคัดเลือกเรือฟริเกตสมรรถนะสูงแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบความเรียบร้อยของเอกสารก่อนเสนอปลัดกลาโหมตามขั้นตอน พ

ทร. ยันเรือที่ปรากฏในข่าวไม่ใช่เรือสัญชาติไทย ตรวจแล้วเรือสินค้าไทยในพื้นที่ยังปลอดภัย

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเหตุการณ์เ

ทัพเรือภาคที่ 3 ส่งกำลังพลฝึกกู้ภัยน้ำเชี่ยว เสริมศักยภาพรับมืออุทกภัยฝั่งอันดามัน

ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 3 จัดส่งกำลังพลเข้ารับการฝึกกู้ภัยในกระแสน้ำเชี่ยว เพื่อเพิ่มทักษะการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากน้ำท่