กทม.พร้อมรับมือ PM2.5 เตรียมทำแผนปฏิบัติการลดฝุ่นพิษ พร้อมผนึกกำลังหลายภาคส่วน ขยายขีดความสามารถ เพิ่มความแม่นยำพยากรณ์
19 ต.ค.2565 - นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) และโฆษก กทม.กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ในกรุงเทพมหานคร มีแนวโน้มเกินมาตรฐานในช่วงฤดูหนาวของทุกปีและกระทบต่อสุขภาพอนามัยประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุตลอดจนผู้ป่วยที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ดังนั้นเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานกรุงเทพมหานคร จึงมีมาตรการและแนวทางรับมือฝุ่นละออง PM2.5 โดยได้ประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอก เพื่อจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ปี 2566 เพื่อใช้สำหรับเป็นแผนเผชิญเหตุและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในทุกพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
โดยกรุงเทพมหานครได้จัดทีมนักสืบฝุ่น และวิจัยหาต้นเหตุของฝุ่นละออง PM 2.5 บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เช่น การแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมือง การบริหารจัดการคาร์บอนเครดิต และเรื่องสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ซึ่งจะเป็นการขยายขีดความสามารถการพยากรณ์มลพิษทางอากาศของกรุงเทพมหานคร ที่จะดำเนินการล่วงหน้าได้ใน3 วัน พร้อมปรับปรุงให้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยเชื่อมโยงข้อมูลกับแอปพลิเคชัน BMA Traffic และป้ายแสดงผลของสำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.)
อีกทั้งยังจะขยายระบบการติดตามและแจ้งเตือนฝุ่นสู่ระดับแขวง 1,000 จุด จากปัจจุบันมีเครือข่ายระบบการตรวจวัดคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 557 จุด เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชนให้ครอบคลุม ทั่วถึงและทันท่วงที โดยเชื่อมโยงข้อมูลการตรวจวัดคุณภาพอากาศทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชนและประชาชน รวมทั้งร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจจราจรและกรมควบคุมมลพิษ ออกปฏิบัติงานตรวจวัดควันดำรถยนต์เพื่อตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ (ฝุ่นละออง PM 2.5) ต่อเนื่อง รวมไปถึงดำเนินการสำรวจจำนวนแพลนท์ปูนในพื้นที่กรุงเทพมหานครและกำหนดแผนการตรวจวัดควันดำจากรถขนส่งและรถบรรทุกในแพลนท์ปูน ทุกแพลนท์ปูนอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เริ่มดำเนินการตั้งแต่ 2 ต.ค. พร้อมทั้งกำหนดให้มีการตรวจสถานที่ก่อสร้างและการตรวจวัดควันดำจากรถบรรทุกที่ใช้งานในสถานที่ก่อสร้างหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ (ระบบสาธารณูปโภคและอาคารขนาดใหญ่) ที่อนุญาตก่อสร้างโดยสำนักการโยธาทุกแห่งอย่างน้อยแห่งละ 1 ครั้งต่อเดือน
นายเอกวรัญญูกล่าวอีกว่า กทม.ยังได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ดำเนินโครงการสร้างการเรียนรู้สำหรับเยาวชน (ห้องเรียนสู้ฝุ่น) ขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาด้านสุขภาพต่อภาวะวิกฤตฝุ่นละอองและเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา ครู นักเรียนในการรับมือกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ตลอดจนสร้างจิตสำนึกการไม่ก่อให้เกิดมลพิษ โดยจะเปิดโครงการในวันที่ 28 ต.ค. อีกทั้งโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจะมีการจัดกิจกรรมปักธงคุณภาพอากาศ เพื่อเสริมสร้างทักษะให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจต่อสถานการณ์มลพิษทางอากาศรวมถึงสามารถส่งต่อองค์ความรู้ให้กับคนในครอบครัวเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพได้ทันท่วงที
นอกจากนี้ กทม.ยังร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และเครือข่ายนักวิจัย กำหนดจัดเสวนาวิชาการ เตรียมพร้อมรับมือ PM2.5 ด้วยวิจัยและนวัตกรรม เพื่อรับฟังความเห็นทางวิชาการเกี่ยวกับมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่เหมาะสมกับบริบทของกรุงเทพมหานครให้ครอบคลุมทั้งมิติของแหล่งกำเนิดฝุ่นละออง PM2.5 การกำจัดที่ต้นตอ การป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยประชาชน การใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงข้อเสนอแนะอื่น ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่เป็นเอกภาพและได้ผลลัพธ์เป็นไปตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐ-เอกชน ผนึกกำลังขับเคลื่อน 'ลดเหลือ ลดทิ้ง' ในห้างดังกว่า 300 ร้านร่วมลดขยะอาหาร
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ชี้ลดขยะอาหารคือโจทย์เชิงโครงสร้าง ย้ำความร่วมมือภาครัฐ–เอกชน–ประชาชน ประกาศเดินหน้าผนึกกำลังทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการลดขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านโครงการ “ลดเหลือ ลดทิ้ง : Stop Food Waste SDG 12.3” ภายใต้นโยบายประกาศให้ปี พ.ศ. 2568 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นขับเคลื่อนการลดขยะอาหารของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค เพื่อให้การลดขยะอาหารไม่ใช่เพียงโครงการระยะสั้น แต่เป็นวัฒนธรรมใหม่ของสังคมไท
'สส.ตี๋' จี้ 9 ผู้ว่าฯภาคเหนือ ประกาศเขตภัยพิบัติฝุ่น PM2.5 ระดับ 3 กระตุก 'มท.1' มาบัญชาการเอง
สส.เชียงใหม่ ปชน. ชี้ฝุ่นพิษ PM2.5 ภาคเหนือ เกินกำลังหน่วยงานในพื้นที่ และตอนนี้เข้าเกณฑ์ประกาศภัยพิบัติแล้วอย่างน้อย 9 จังหวัด ผู้ว่าฯต้องประกาศเขตภัยพิบัติและยกระดับเป็นภัยระดับสาม
รมต.เฮ้ง กัดไม่ปล่อย ขบวนการค้าไม้เถื่อน ลั่นต้องเอาให้สิ้นซากในยุคที่ สุชาติเป็น รมว.ทส.
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยความคืบหน้าการปราบปรามขบวนการลักลอบค้าไม้ข้ามชาติว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามขยายผลอย่างเข้มข้น หลังพบเครือข่ายนายทุนต่างชาติลักลอบตัดไม้มีค่าจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์ในหลายจังหวัดภาคเหนือ ก่อนลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง
กรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย ส่งมอบโครงการ "อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต" แห่งที่ 46 ณ โรงเรียนชุมชนบ้านทุ่งน้อย "พิพัฒน์โสภณวิทยา" จ.พิจิตร
วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล
รองนายกฯ 'สุชาติ' สั่งเร่งพัฒนาแหล่งมรดกธรณีภูเขาทอง จ.พัทลุง เชื่อมท่องเที่ยวธรรมชาติ-วัฒนธรรม สร้างเศรษฐกิจชุมชน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้อธิบดีกรมทรัพยากรธรณีลงพื้นที่ติดตามและเร่งผลักดันการพัฒนาแหล่งมรดกธรณีภูเขาทอง จังหวัดพัทลุง เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของพื้นที่
'รมว.ทส.สุชาติ' ประธานจัดงานทำบุญ 'วันช้างไทย ปี 69' อุทิศให้คน-ช้าง เสียชีวิต พร้อมจ่ายเยียวยารอบแรก 7.3 ล้านบาท
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ประชาชนและช้างป่าที่เสียชีวิตจากเหตุความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง เนื่องในงาน "วันช้างไทย ประจำปี 2569"


