'ไพโรจน์ พลเพชร'เตือนครม.ออกพรก.เลื่อนการบังคับใช้พรบ.ป้องกันทรมานฯไม่เป็นไปตามรธน.มาตรา172 แนะส.ส.-ส.ว. 1 ใน 5 เข้าชื่อเสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย
17 ก.พ.2566 - นายไพโรจน์ พลเพชร ที่ปรึกษาสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ซึ่งเดิมจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 22 ก.พ.2566 โดยให้ขยายกำหนดเวลาการมีผลบังคับใช้ของมาตรา 22-25 ซึ่งเป็นมาตราที่สำคัญออกไปเป็นวันที่ 1 ต.ค.2566 ว่า การออก พ.ร.ก.ขยายการบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ เงื่อนไขการออก พ.ร.ก.ตามรัฐธรรมนูญ 60 มาตรา 172 เพื่อ 1.การรักษาความปลอดภัยของประเทศ 2.ความปลอดภัยสาธารณะ 3.ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ 4.ป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ อีกทั้งต้องเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจที่จะหลีกเลี่ยงได้
แต่ข้ออ้างการออก พ.ร.ก.ของคณะรัฐมนตรี "ที่ว่าต้องปรับปรุงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ระดับหน่วยปฏิบัติ เช่น การจัดซื้อกล้องติดตามตัว การจัดเก็บข้อมูล การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ ครม.จึงเห็นชอบออกพระราชกำหนดให้ขยายเวลาการบังคับใช้ออกไป เพื่อให้หน่วยงานและเจ้าหน้าที่มีความพร้อมและป้องกันการกล่าวหาเจ้าหน้าที่จับกุมไม่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งอาจมีต่อการดำเนินคดีในศาล"
"เห็นว่าไม่ได้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่เป็นเหตุผลทางบริหาร ซึ่งเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของรัฐบาล ซึ่งกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการอุ้มหายได้ให้ระยะเวลาให้เตรียมการพอสมควร แต่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลกลับไม่ใส่ใจ ละเลยไม่รับผิดชอบต่อรัฐสภาที่ออกกฎหมายที่มุ่งหมายคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน รัฐสภาจึงควรตรวจสอบการออก พ.ร.ก.โดย ส.ส.หรือ ส.ว. 1 ใน 5 เข้าชื่อเสนอศาลรัฐธรรมนูญวินิจว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่" นายไพโรจน์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ 'ภูมิธรรม–ทวี' รอด! ส่งผลสะเทือน สว.ที่เล่นบทเหยื่อกระอัก
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม
'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
‘ภูมิธรรม-ทวี’ ระทึกพรุ่งนี้ 21 ม.ค. ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว.
พรุ่งนี้ 21 ม.ค. “ภูมิธรรม-ทวี”ระทึก ศาลรธน.นัดฟังผลคดีถูกร้องแทรกแซงคดีฮั้วสว. จับตา จะมีผลต่อรูปคดีในชั้นกกต.-ดีเอสไอหรือไม่ สว.สีน้ำเงิน ลุ้นหวังคดีพลิก

