22 ม.ค.2566 - ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Arnond Sakworawich ว่าเขียนไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว หลังทราบกติกา โดยยังไม่มีผลโพลใดๆ ผมอ่านแล้วก็ยังคิดว่าสิ่งที่เราจะได้เห็นในการเลือกตั้งครั้งนี้จะใกล้เคียงที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อปีที่แล้วครับ
เพื่อไทย ชนะเลือกตั้ง แน่นอน แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ ยังไงก็ตั้งไม่ได้ เพราะมีเสียง สว ไม่พอ ครับ
คนจะเป็นนายกคือ ลุงตู่หรือลุงป้อม
เพื่อไทย พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ ภูมิใจไทย
ทั้งนี้ ดร.อานนท์ ได้แชร์โพสต์เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2565 มีเนื้อหาดังนี้ เพื่อไทย+ก้าวไกล ด้วยบัตรสองใบ ได้เสียง สส เกิน 250 กติกาบัตรสองใบนี่เพื่อไทยถนัดที่สุด สส เขต นี่ไม่ได้เลือกเพราะความคิดทางการเมือง แต่ระบบหัวคะแนน ระบบอุปถัมภ์ การซื้อเสียง และอื่นๆ ส่วนบัญชีรายชื่อจะมีการแบ่งขั้วทางการเมืองน้อยกว่าครับ
สมมุติว่าเพื่อไทย+ก้าวไกล มากกว่า 250 ผมคิดว่าเป็นไปได้สูง ลองดูโพลเลือกผู้ว่ากทม. ก็ได้ครับ พรรคฝั่งรัฐบาลปัจจุบัน เสียงแตกกันเองเละเทะ รวมกันไม่ติด เป็นเศษผักเศษหญ้า เบี้ยหัวแหลกแตกละเอียด
ฝั่งพรรคเพื่อไทยเสียงเหนียวแน่น เท่าที่ทราบตอนนี้จะมีการย้ายพรรคกลับไปพรรคเพื่อไทยกันมากมาย ดังนั้นโอกาสที่จะชนะเลือกตั้งจะสูงมาก
แต่ชนะเลือกตั้งก็ Dead lock ตั้งรัฐบาลไม่ได้อยู่ดี เพราะเสียงเลือกนายกต้องกึ่งหนึ่งจาก 750 (500 สส+250 สว) ความอีหลักอีเหลื่อก็อยู่ตรงนี้ครับ ฝั่งพรรครัฐบาลปัจจุบันเอาเสียงรวมกัน ไม่ได้ถึง 250 ของ สส ยังไงก็ไม่ถึง 250 นอกจากจะแจกกล้วยกันหนักมาก ซื้องูเห่ามาให้ได้มากเหมือนเดิน แต่ถ้าเกิน 250 ไปถึง 280 โอกาสแจกกล้วยซื้องูเห่า จะยากมาก ไม่มีทางเด็ดขาด ดังนั้นไม่ว่าฝั่งไหนก็ตั้งรัฐบาลไม่ได้
ทางออกจาก dead lock ก็มีแค่ set zero ซึ่งทหารก็คงไม่กล้าทำ เพิ่งเลือกตั้งมาหยกๆ จะมา set zero ได้อย่างไร ทางเดียวที่ออกจาก dead lock ได้ ก็ต้องเกี้ยเซี้ยะกันตั้งรัฐบาลให้ได้
คนมีฐานเสียง สว กลายเป็นผู้ได้เปรียบ แม้จะมีเสียงสส น้อยกว่าก็ตาม ย่อมต่อรองขอตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ และไปรวมเสียง สส เสียงข้างมากมาก็ย่อมได้
สมมุติว่าผลเลือกตั้งออกมาเช่นนี้ พรรคเพื่อไทยได้ 250 สส (อาจจะรวมพรรคที่เคยอยู่เพื่อไทยที่ยังทอดสะพานและสายสัมพันธ์กันไว้ด้วย)
พรรคพลังประชารัฐได้ 100 สส
พรรคก้าวไกล ได้ 10 สส
เช่นนี้ก็เกิด dead lock เสียแล้ว นายกรัฐมนตรีจะชื่อลุงตู่ ถ้าลุงตู่ไม่เอาเสียงพรรคก้าวไกลแค่ 10 เสียงก็ไม่เป็นไร
พรรครัฐบาลจะมีสส. 350 เสียง บวกเสียง สว อีก 250 จะโหวตเลือกลุงตู่เป็นนายกรัฐมนตรีได้ด้วยเสียง 600 เสียงจาก 750
แต่การต่อรองให้ ลุงตู่อยู่ต่อเป็นนายกรัฐมนตรี ย่อมมีต้นทุนสูง กระทรวงสำคัญๆ จะถูกเพื่อไทยขอไปเยอะมาก Buffet cabinet จะมาอย่างน่ากลัว แล้วก็อาจจะเกิดการ reset ได้ครับ
นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าอาจจะเกิดขึ้นในปี 2565 ถ้าหากมีการเลือกตั้งด้วยกติกาบัตรสองใบครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' รับไม่ชอบความรู้สึกนี้ ผลักคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน
"อนุทิน" รับปิดดีล 291 เสียง ไม่มีกล้าธรรม-ปชป. พ้อไม่ชอบความรู้สึกนี้ ผลักคนเคยรักไปเป็นฝ่ายค้าน อ้างไม่อยากตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง
หนูมารอหนิมตั้งนาน! 'ภูมิใจไทย-เพื่อไทย' ชื่นมื่น หารือเคาะเก้าอี้รองประธานสภาฯ-รัฐมนตรี
ภูมิใจไทย-เพื่อไทย ชื่นมื่น นัดหารือ ส่งชื่อ รองประธานสภาฯคนที่ 2 - รมต. ก่อน "อนุทิน" หยอดหวาน "หนูมารอหนิมตั้งนาน"
อสม. บนสมรภูมิเลือกตั้ง จากด่านหน้าสาธารณสุขสู่ข้อครหากลไกซื้อเสียง?
ข้อกล่าวหาว่าอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ “อสม.” อาจถูกใช้เป็นกลไกซื้อเสียงในสนามเลือกตั้ง กลายเป็นประเด็นที่สังคมหันมาพูดถึงมากขึ้น
โบว์ ณัฏฐา ชงตัดขั้นตอน-กฎไม่ก่อประโยชน์ออก ยกเลือกตั้ง สส. กว่าคนไทยได้รัฐบาลเสียเวลาหลายเดือน
โบว์ ชี้ประเทศไทยถ้ามี mindset ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและการตั้งกฎอย่างมีเหตุผล ตัดขั้นตอนและกฎที่ไม่ก่อประโยชน์ออก การพัฒนาจะมีความเป็นไปได้ขึ้นอีกมาก
‘นิด้าโพล’ ชี้ผลโพล 44% ไม่ควรรีบจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รอเคลียร์ปมบัตรเลือกตั้ง
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “จัดตั้งรัฐบาลใหม่ VS ปัญหาบัตรเลือกตั้ง”
รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ หนึ่งเดียว จากพรรคโอกาสใหม่ ล้มบ้านใหญ่ เดินเข้าสภาฯ
หนึ่งใน สส.-นักการเมืองหน้าใหม่ที่น่าสนใจ ซึ่งชนะการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็คือ "รสรินทร์ ศรัณย์เกตุ สส.อุตรดิตถ์ เขต 2 พรรคโอกาสใหม่" นักการเมืองหญิง-สส.หนึ่งเดียวจากพรรคโอกาสใหม่

