ดร.กิตติธัชกางข้อมูลชัดๆ ตบหน้าพิธาเรื่องงบประมาณทหาร ชี้ไทยไม่ได้มีงบสูงตามที่ถูกป้ายสี แต่ที่เพิ่มขึ้นทุกปีเพราะไทยมีรายได้สูงขึ้นเหมอืนจีดีพี
12 เม.ย.2566 - ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมืองโพสต์เนื้อหาพร้อมแนบคลิปTikTok การปราศรัยของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก) ความยาว 55 วินาที ว่าหากใครไม่มีข้อมูล ฟังแล้วก็อาจจะเคลิ้มนะครับ แต่ข้อมูลที่ถูกต้องที่เราต้องทราบก่อนดังนี้คือ
1.จากข้อมูลของธนาคารโลก (World Bank) ประเทศไทยมีงบประมาณทางทหาร (Military Expenditure) ต่อ GDP อยู่ที่ 1.3-1.4% มาจะยี่สิบปีแล้ว ขณะที่เพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและเวียดนามอยู่ที่ 2.3% พม่าอยู่ที่ 3.3% สิงคโปร์อยู่ที่ 3.0% มาเลเซีย 1.1% แต่กำลังจะเพิ่มครั้งใหญ่ตั้งแต่ปีนี้ โดยจะอัดเพิ่มจากเดิมถึง 20% จากปี 2022 ที่ 3.3 พันล้านดอลลาร์ ปีนี้อัดมาถึง 3.97 พันล้าน และจะเพิ่มจนถึง 5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2030
https://www.janes.com/.../malaysia-proposes-strong-budget...
หรือหากเทียบกับประเทศในยุโรปจะได้ดังนี้
- อังกฤษ 2.2%
- ฝรั่งเศส 1.9%
- สเปน 1.4%
- เยอรมัน 1.3%
- สวีเดน 1.3%
- นอร์เวย์ 1.8%
- ฟินแลนด์ 2.0%
(ข้อมูลจากธนาคารโลก) https://data.worldbank.org/indicator/MS.MIL.XPND.GD.ZS
ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเทศไทยไม่ได้ตั้งงประมาณทางทหารต่อ GDP สูงกว่าประเทศทางยุโรปที่หลายคนเชิดชูว่าเป็นรัฐสวัสดิการหรือประเทศเจริญแล้วทั้งหลายเลย
ส่วนที่สื่อบางสำนักที่มักจะหยิบเอาตัวเลขงบทางทหารมาทำกราฟว่ามันเพิ่มขึ้นทุกปีนั้น มันคือการเล่าความจริงครึ่งเดียว เพราะงบประมาณของแทบทุกกระทรวงมันก็เพิ่มทุกปีครับ เพราะประเทศไทยเรามีรายได้สูงขึ้น มี GDP ที่โตขึ้นทุกปี
ถ้าจะเทียบจะต้องเอาสัดส่วนงบประมาณทางทหารต่อ GDP มาดูกัน อันนี้ถือเป็นหลักการของการวัดงบประมาณทั่วโลกครับ
2. ประเทศที่บอกว่าไม่มีทหาร ส่วนใหญ่คือประเทศที่มีลักษณะเป็นหมู่เกาะ หรือเกาะเล็กๆ ที่เป็นรัฐบริวารของมหาอำนาจ ในแถบออสเตรเลียบ้าง อเมริกากลางบ้าง เช่น
- Nauru อยู่ภายใต้อารักขาของออสเตรเลีย
- Kiribati อยู่ภายใต้อารักขาของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
- Samoa อยู่ภายใต้ระบบ Regional Assistance Mission to Solomon Islands ทีมีออสเตรเลียและนิวซีแลนด์คอยสนับสนุน
- Liechtenstein อยู่ภายใต้อารักขาของออสเตรียและสวิสเซอร์แลนด์
- Andorra อยู่ใต้การคุ้มครองจาสนธิสัญญาของฝรั่งเศส-สเปน
- หมู่เกาะ Marshall อยู่ภายใต้อารักขาของสหรัฐอเมริกา
- Palau อยู่ภายใต้อารักขาของสหรัฐอเมริกา
- Dominican, Grenada, Saint Vincent, Grenadines อยู่ภายใต้ระบบ Regional Security System (RSS) ที่อเมริกาตั้งขึ้นเพื่อกวาดล้างกลุ่มคอมมิวนิสท์และฝ่ายซ้ายออกจากพื้นที่อเมริกากลาง และมีอเมริกาหนุนหลัง ซึ่งประเทศไทยไม่ใช่หมู่เกาะ ไม่ใช่ประเทศเล็กๆ เราเป็นประเทศขนาดกลางที่มีทรัพยากรทางธรรมชาติมากกว่าประเทศเกาะเล็กๆ เหล่านั้นเป็นแสนเป็นล้านเท่า
คงไม่มีใครบ้าบอที่จะยกประเทศให้เป็นรัฐบริวารของมหาอำนาจตะวันตกหรอกครับ (อาจจะยกเว้นไว้พรรคการเมืองหนึ่งละกัน)
3.หน้าที่ของทหารไม่ได้มีแต่การรบกับข้าศึกจากต่างแดนที่มารุกราน แต่ยังรวมถึงการรักษาความสงบในประเทศ ทั้งจากภัยก่อการร้าย ยาเสพติด ขบวนการต่างๆ ที่ลักลอบหลบเข้ามาดำเนินการในประเทศไทยผ่านชายแดนบ้าง แฝงตัวเข้ามาบ้าง
ทุกวันนี้ที่พวกเรานั่งสงบ มีเวลาไปด่าคนนั้นคนนี้ ไปบูลลี่กองทัพว่ารบไม่ชนะใคร มีโอกาสสร้างเนื้อสร้างตัว มีเสรีภาพในการใช้ชีวิต ก็มาจากคนที่เขาปกป้องดินแดนไว้ให้นี่แหละครับ
หากไม่มีคนที่ปิดทองหลังพระเหล่านี้ คนไทยก็คงไม่ต่างจากหลายประเทศที่สิ้นชาติ ไม่สามารถปกป้องได้แม้แต่อธิปไตยหรือทรัพยากรของตน
ส่วนคนที่คนยุยงหรือดึงปัญหาสงครามเข้ามา สุดท้ายก็หนีไปอยู่ต่างประเทศ และทิ้งซากปรักหักพังไว้ให้กับคนในประเทศต้องรับกรรมต่อไปนั่นเอง
สุดท้ายนี้ผมจะบอกว่าเรื่องงบทางทหาร เป็นสิ่งที่ปรับลด-เพิ่ม รวมถึงปรับให้มีประสิทธิภาพไม่รั่วไหลหรือทุจริตนั้น ทำได้ตามความเหมาะสม แต่ทั้งหมดอยู่ที่หลักวิชาการและความเหมาะสมกับสถานการณ์โลก ไม่ใช่ด้วยการเล่าความจริงครึ่งเดียวเพื่อปั่นผีปีศาจให้คนเกลียดกลัวอย่างผิดๆ ครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้ปริศนาพูลแมนโจทย์ใหญ่คดีฮั้ว สว.
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาฯ อธิบายช่องโหว่ฟันคดีฮั้วสว. ปม 'โพยฮั้ว' ศาลสั่งโมฆะล้มกระดานไม่ได้เหมือน สส.
วัส ติงสมิตร ชี้การมีโพยตรงกับผลคะแนน ไม่ได้ทำให้กระบวนการลงคะแนนหลุดจากการเป็น 'การลงคะแนนลับ' ในเชิงรูปแบบ แต่ก็ไม่สามารถนำหลักการเลือกตั้ง สส. ตามมาตรา 83 หรือ 85 มาสั่งล้มการเลือก สว. ได้
'แม่สมปอง' ทวงคืนความเป็นธรรมน้ำมูล 36 ปีแช่แข็ง 'พลังงาน-ธนาคารโลก' ยื้อเวลารับผิดชอบ
รัฐแช่แข็งปัญหาปากมูล 36 ปี ขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ออกแถลงการณ์ กระทุ้งกระทรวงพลังงานและธนาคารโลกยุติการยื้อเวลา เร่งรับรองสิทธิและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเขื่อนปากมูลอย่างเป็นธรรมและเร่งด่วนที่สุด
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสเจาะลึกคดีประวัติศาสตร์ฮั้วเลือก สว.
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้คดีฮั้ว สว.อาจอยู่ที่การให้ศาลค้นหาความจริง!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
นักกฎหมายชี้ 'กกต.' พังเจตนารมณ์กฎหมายเสี่ยงสูงเจอ 157
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อมติ กกต. 14 กันยายน 2569 ในคดีฮั้ว สว. ปี 2567 เดินสวนทางกับบทบัญญัติของกฎหมายและบรรทัดฐานเดิม

