
เลขา ครป. ชี้ “พิธา”ฝ่าด่าน กกต.-ส.ว. ได้เป็นนายกฯ ห่วงทุนใหญ่ไล่ฟ้องปิดปาก ประชาชน – นักวิชาการ เหตุวิจารณ์เพื่อประโยชน์สาธารณะ
11 มิ.ย.2566 – นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า การที่ กกต.มีมติรับเรื่องคดีถือหุ้นสื่อของแคนดิเดตนายกฯ ไว้พิจารณาเอง ตาม ม.151 กรณีรู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งแต่ยังฝืน โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนไต่สวนต่อไปนั้น ตนเองเห็นว่า เป็นเรื่องปกติตามกฎหมาย เนื่องจากมีหลักฐานปรากฎต่อสาธารณะที่ต้องใช้อำนาจตีความ จะไม่พิจารณาเพื่อตัดสินไม่ได้ แต่สุดท้ายเมื่อไต่สวนข้อเท็จจริงและหลักฐานแล้ว เชื่อว่าจะชนะคดี เนื่องจากไม่ใช่หุ้นสื่อเพราะไม่ทำกิจการมา 17 ปี รวมถึงจำนวนหุ้นไม่เพียงพอที่จะมีอิทธิพลต่อบริษัท สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ คดี ส.ส.ถือหุ้นสื่อก่อนหน้านี้ และคำวินิจฉัยของศาลฎีกาคดีนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์
“ดังนั้น การจัดตั้งรัฐบาลคงจะดำเนินไปตามเงื่อนไขเวลาอย่างราบรื่น ขณะนี้ กกต.คุมกติกาการเลือกตั้ง แต่ประชาชนคุมการทำงาน กกต. เชื่อว่าไม่มีใครอยากติดคุกเพราะละเว้นหรือเลือกปฏิบัติตาม ม.157 และเชื่อว่าจะได้รับการโหวตผ่านจากสมาชิกวุฒิสภาไปได้ด้วยดี รวมถึงการสนับสนุนจากพรรคการเมืองอื่นที่อยู่ฝ่ายค้านเพื่อฝ่าด่านกับดักบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านเสียงข้างน้อยคงไม่มีใครเสนอชื่อลงแข่งเพื่อให้ สว.โหวตช่วย” นายเมธา ระบุ
นายเมธา ระบุด้วยว่า ส่วนพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร คงต้องวางมือทางการเมืองตามกติกาและคงไม่ได้คุมยุทธศาสตร์ชาติตามที่มีข่าวออกมา เพราะมาตรา 12 ของ พ.ร.บ. การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 ระบุให้ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเป็นนายกรัฐมนตรีโดยตำแหน่ง และพล.อ.ประยุทธ์ เอง อาจจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากการออก พ.ร.ก.มิชอบ
“ผมจึงเห็นว่า ตามโควต้าตอนนี้ ตำแหน่งนายกฯ จึงจะเป็นของพรรคก้าวไกล ส่วนประธานสภาจะเป็นของพรรคเพื่อไทย ซึ่งที่ผ่านมา 8 พรรคร่วมรอดูความชัดเจนเรื่องคดีหุ้นสื่อไอทีวีของพิธา เนื่องจากหวั่นว่าจะมีธง ทางการเมืองตัดสิทธิ์พรรคก้าวไกล แต่จริงๆ ก็คิดกันไปเอง ว่ากันไปตามกติกาประชาธิปไตย ประเทศไทยก็ไปต่อได้เหมือนเดิม ส่วน สว.บางคนที่ออกมาเคลื่อนไหว ก็คงเพียงการชงรับแนวทางเสียงข้างน้อยสืบทอดอำนาจที่มีโอกาสริบหรี่ จึงเกิดการปั่นกระแส การโฆษณาชวนเชื่อต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการแทรกแซงจากมหาอำนาจ แต่แท้จริงแล้วรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ต่างหากที่มีโครงการความร่วมมือกับมหาอำนาจมากที่สุด อนุญาตให้มีการซ้อมรบร่วมกัน และเปิดให้ รอง ผอ. CIA เข้าพบเมื่อปีก่อน รวมถึงการตั้งกงสุลเฉียดหมื่นล้านท่ามกล่างข้อกังวลการติดตั้งยุทธภัณฑ์สอดแนม แต่ดันมากล่าวหาว่ารัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนพรรคก้าวไกลเคลื่อนไหวทางการเมือง” นายเมธา ระบุ
นายเมธา ระบุว่า การเมืองที่น่าสนใจในเวลานี้ คือกลุ่มทุนพลังงานรายใหญ่ ไล่ฟ้องผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเกิดการผูกขาดระบบไฟฟ้าและปัญหาค่าไฟแพง ซึ่งไม่ควรฟ้องปิดปากประชาชนและนักวิชาการเหล่านั้นเพราะเป็นประโยชน์สาธารณะ และทุนใหญ่ทั้งหลายควรออกมาช่วยเหลือประเทศที่เหลื่อมล้ำ เพราะได้ส่วนเกินไปจากสังคม จากนโยบายของรัฐบาล ไม่ได้รวยขึ้นจากสุญญากาศหรือความสามารถส่วนตัว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ นำทีมลุย 'เกาะพะงัน-หาดฟรีด้อม' แก้ปัญหามาเฟียหัวแดง
นายกฯ นำทีมลงพื้น 'เกาะพะงัน-หาดฟรีด้อม' ติดตามแก้ปัญหานอมินีต่างชาติ-รุกพื้นที่สาธารณะ
นายกฯ หวานใส่ 'กำนัน-ผญบ.' ไม่ช่วยรัฐบาลง่อยแน่ ด่านแรกที่พึ่งปชช.
นายกฯ ลั่นไม่มี 'กำนัน-ผญบ.‘ ช่วยขับเคลื่อนงานรัฐบาลง่อยแน่ ชี้ด่านแรกปชช.มีทุกข์ต้องพึ่งพิง ขอเป็นผู้อิทธิพลที่ดีช่วยปราบอันธพาล ชูสุภาษิต 'เตะหมาต้องดูเจ้าของ' อย่าให้ใครรังแกลูกบ้าน
'อนุทิน' ตอก 'กรณ์' หลังจวก พรก.กู้เงิน4 แสนล. ทำเสียวินัยการคลัง เย้ย 'ไหม' คนทำงานเป็นกับไม่เป็น
‘อนุทิน’ ตอบ’กรณ์’ หลังจวกพรก.กู้เงิน 4 แสนล้านทำเสียวินัยการคลัง บอก ฝ่ายค้านก็คิดอย่างนั้น ขอไม่เปรียบไทยเข้มแข็ง-ไทยช่วยไทย พร้อมรับฟังเหตุผล แต่อย่าเอาประสบการณ์มาข่ม ตอกกลับ’ศิริกัญญา’ แขวะเอกสาร 5 แผ่น เย้ยกลับคนทํางานเป็นกับไม่เป็น
'นายกฯอนุทิน' ดีใจ 'ทักษิณ' ได้รับการพักโทษ ไม่ตอบไปเยี่ยมที่บ้านจันทร์ส่องหล้าหรือไม่
นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้นๆถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษ
รัฐบาลชู One Health สกัดเชื้อดื้อยา หลังพุ่งเกิน 70%
รัฐบาลชูระบบสุขภาพ One Health เฝ้าระวังภาวะดื้อยาทั้งระบบ แนะประชาชนใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หลังพบเชื้อดื้อยาพุ่งเกิน 70%
รัฐบาลดัน DLT-TMS ลดต้นทุนขนส่ง ลุยรถเก่าแลก EV
รัฐบาลดัน DLT-TMS ยกระดับโลจิสติกส์ดิจิทัล ลดต้นทุน-เพิ่มศักยภาพแข่งขัน เตรียมแผน “รถเก่าแลกใหม่” หนุนผู้ประกอบการใช้ EV ส่งเสริมขนส่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

