เปิด 3 สูตรตั้งรัฐบาล 'ลุงป้อม-เศรษฐา-อุ๊งอิ๊ง' ลุ้นนั่งนายกฯ คนที่ 30

17 ก.ค. 2566 – นายไพศาล พืชมงคล นักกฎหมาย และอดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า อัพเดทการเมือง

1.รัฐสภาเปิดสมัยประชุมสมัยแรกตั้งแต่ 3 ก.ค. 66 มีกำหนดระยะเวลา 120 วัน ดังนั้นนับแต่วันดังกล่าว รัฐสภา สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ได้เปิดสมัยประชุมแล้ว มีอำนาจหน้าที่ในทางนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอย่างเต็มที่

ประธานสภาจะเร่งจัดตั้งคณะกรรมธิการต่างๆ ให้ครบถ้วน เพื่อเป็นกลไกทำงานของสภา จะรีบบรรจุเรื่องที่ต้องพิจารณา ญัตติ และกระทู้ ในการประชุมแต่ละครั้งต่อไป สมาชิกสามารถเสนอญัตติต่างๆ และกระทู้ต่างๆ ได้ตามข้อบังคับ แม้กระทั่งญัตติให้ตั้งคณะกรรมธิการวิสามัญ เพื่อการใดๆ ได้

2.ในวันที่ 19 ก.ค. จะมีการประชุมรัฐสภา และมี “วาระพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ เนื่องจากการประชุมรัฐสภาครั้งที่ผ่านมายังไม่สามารถให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีได้

ในขั้นตอนการเสนอรายชื่อขอความเห็นชอบนั้น สมาชิกจะเสนอชื่อแคนดิเดตคนเดียว หรือหลายคนก็ได้ และสามารถเสนอชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้ด้วย เพราะไม่ใช่เรื่องการเสนอญัตติ แต่เป็นการเสนอตามรัฐธรรมนูญในวาระพิจารณาให้ความเห็นชอบ แต่ในทางการเมืองสมควรจะเสนอหรือไม่ ย่อมเป็นเรื่องที่ 8 พรรคร่วมจะต้องหารือกัน ซึ่งน่าจะทราบผลในบ่ายวันนี้

3.มีความเป็นไปได้สูงยิ่ง ที่ลุงป้อมจะได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนนเสียงเกินกว่า 376 จากนั้น ลุงป้อมก็ต้องจัดตั้งคณะรัฐมนตรีซึ่งมีพรรคพลังประชารัฐเป็นแกนนำ มีพรรคร่วมคือ เพื่อไทย ภูมิใจไทย ไทยสร้างไทย ชาติไทย ประชาชาติ โดยมีพรรคก้าวไกล พรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน โดยลุงป้อมจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอกวิชญ์ อาจจะเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

โอกาสลำดับสอง คือนายเศรษฐา ทวีสิน จะได้รับความเห็นชอบให้เป็นนายกรัฐมนตรี จากนั้นจะมีการตั้งรัฐบาลผสม ที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ โดยมีพันธมิตรเดิม ยกเว้นพรรคเสรีรวมไทย และดึงพรรคภูมิใจไทยมาร่วมรัฐบาล ในกรณีนี้จะมีฝ่ายค้านคือ พลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ ประชาธิปัตย์ เสรีรวมไทย ชาติไทย และพรรคเล็กๆ ในกรณีนี้รัฐบาลผสมจะมีเสถียรภาพมากที่สุด แต่มีความเสี่ยงที่จะถูกยุบพรรค ทั้งพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย แต่ถึงแม้จะถูกยุบพรรคก็ยังมีเสียงมากพอที่จะเป็นรัฐบาลต่อไปได้อีก ช่วงนี้แหละที่คุณอุ๊งอิ๊งจะเป็นนายกรัฐมนตรี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สมช.' ชี้ป่วนใต้เหตุรัฐปราบเข้ม บวกภัยแทรกซ้อน ไม่กังวล 'ครม.สัญจร' สงขลาปลายเดือน

'เลขาฯสมช.' ชี้ป่วนใต้เหตุรัฐปราบเข้ม ไม่ฟันธง 'BRNใหม่' เอี่ยว มีปัจจัยแทรกซ้อน-เรื่องท้องถิ่นผสม มั่นใจพร้อมดูแลความปลอดภัยประชุม 'ครม.สัญจร' สงขลา ปลายเดือนนี้

'อนุทิน' ปลื้ม! 'นายกฯลักซอน' พาทัวร์เอง ชมเครื่องบิน NZAero

นายกฯ ลักซอน ควง 'อนุทิน' ชมเครื่องบิน NZAero ด้วยตัวเอง เชื่อมสัมพันธ์การบิน ‘ไทย-นิวซีแลนด์’ ต่อยอดพัฒนาบุคลากร ยกระดับขีดความสามารถ

'ยศชนัน' นำทีมบิ๊กคลีนนิ่ง 'อนุทิน' จ่อลงพื้นที่น่าน หลังกลับจากนิวซีแลนด์

'ดร.เชน' นำทีมทำความสะอาดเมืองน่าน หลังน้ำลด เผยนายกฯ ห่วงใยปชช. รอเสร็จภารกิจนิวซีแลนด์กลับไทย ลงพื้นที่ทันที ติดตามเรื่องเยียวยาผู้ประสบภัย

'ไทย-นิวซีแลนด์' ชื่นมื่น! ยกระดับหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ เพิ่มการค้า 3 เท่า

ไทย–นิวซีแลนด์ ยกระดับสู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ 'นายกฯ อนุทิน – ลักซอน' ตั้งเป้าการค้า 3 เท่า แตะ 2.46 แสนล้านบาท ฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ–โอ๊คแลนด์

‘ธนพร’ ซัดส้มปั่น “ฮั้ว สว.” ซ้ำจนหวังให้ความเชื่อกลายเป็นความจริง ชี้ถ้ามีเส้นเงินถึงอนุทิน ป่านนี้ไปไม่ถึงเก้าอี้นายกฯ

อาจารย์ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง กล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนเตรียมหยิบประเด็นการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ “ฮั้ว สว.” มาอภิปรายโจมตีรัฐบาลว่า สิ่งสำคัญที่สุดของเรื่องนี้ไม่ใช่การพูดคำว่า “ฮั้ว” ซ้ำๆ แต่คือการพิสูจน์ว่ามีการจ่ายเงินหรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนกันจริงหรือไม่