'จตุพร' ขย่มจ่ายเงินเดือนขรก. 2 งวด คิดผิดแก้หนี้ไม่ได้ ฉะกระโถนรบ.อ้างรัฏฐาธิปัตย์

'จตุพร' ขย่มจ่ายเงินเดือน ขรก. 2 งวด คิดผิดแก้หนี้ไม่ได้ แนะเพิ่มรายได้ขึ้นเงินเดือนจ่าย 2 งวดจะฟื้นชีวิต ต่อลมหายใจ ขรก.ได้มากกว่า ฉะกระโถน รบ.อ้างรัฏฐาธิปัตย์เลือกตั้ง อยากมีรวบอำนาจจำแลง ขณะที่แหล่งเงินดิจิทัล 5.6 แสนล้านยังมืดแปดด้าน หวั่นขอเครดิตกลุ่มทุนมาปั่นโกงมโหฬาร

15ก.ย.2566 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "มันยอดมาก..." ระบุถึงรัฐบาลเลอะเทอะอ้างอำนาจรัฏฐาธิปัตย์ จึงแสดงถึงการสืบทอดอำนาจจำแลงเบ็ดเสร็จ โดยคิดแทนข้าราชการแบกหนี้สินด้วยการเสนอทางเลือกการแบ่งจ่ายเงินเดือน 2 ครั้ง พร้อมหาช่องทางสร้างเครดิตเงินดิจิทัล 5.6 แสนล้านบาทจากกลุ่มทุนมาแจกกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายจตุพร กล่าวว่า การแบ่งจ่ายเงินเดือนข้าราชการ 2 ครั้ง แม้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ อ้างสามารถแก้ไขปัญหาหนี้ได้ แต่ไม่น่าเกี่ยวข้องกัน โดยเฉพาะข้าราชการครูและข้าราชการชั้นผู้น้อยอื่นๆเมื่อเงินเดือนออกจะเหลือไม่กี่บาท ดังนั้น ถ้าแบ่งจ่ายเป็นเดือนละ 2 ครั้ง อาจส่อให้ชีวิตแทบล่มสลายลง

สิ่งสำคัญการคิดแทนจากบนลงล่าง โดยอ้างผลสำรวจว่า ข้าราชการต้องการ แต่ไม่มีผลสำรวจมายืนยัน อีกอย่าง นายเศรษฐา กลับลำใหม่บอกให้เป็นทางเลือกแบบสมัครใจ จึงไม่รู้มีความจำเป็นอะไร เพราะถ้าแก้หนี้ได้จริง ทำไมไม่จ่ายเป็นรายวันเลย ชีวิตข้าราชการจะไม่ต้องมีหนี้สินรุงรังชดใช้

"ถ้าเพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการ แล้วแบ่งจ่ายเป็น 2 งวด ก็พอจะไปกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่การคิดของนายเศรษฐา เงินเดือนก็เท่าเดิมกลับจะจ่ายแบบหารสอง แล้วยังจะยุ่งยากทางระบบบัญชี ใครมีหนี้ก็ถูกหัก ดังนั้น จึงเป็นการคิดแบบขอไปที จึงมีหลักคิดแบบพิกลพิการ ถ้าคิดว่าจ่ายสองงวดเพื่อแก้ปัญหาชีวิตคน ถือว่าคิดผิด เพราะหนี้ยังคงเดิมและยังต้องผ่อนจ่ายเหมือนเดิม แล้วได้อะไร"

นายจตุพร กล่าวถึงรัฏฐาธิปัตย์ ว่า ถ้ารัฐบาลต้องการเป็นก็เป็นได้เลย เพราะตำแหน่งนี้เป็นของร้อน ได้มาด้วยการรัฐประหาร แล้วรวบอำนาจสูงสุดในการออกกฎหมายมาใช้บังคับ โดยช่วงหลังๆ นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายามหนีสถานะรัฏฐาธิปัตย์อย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม คำสั่งของรัฏฐาธิปัตย์ขณะนี้เป็นกฎหมายถูกรับรองใน รธน.มาตรา 279 ถ้าจะยกเลิกต้องออกเป็นกฎหมายเช่นกัน ไม่ใช่การใช้คำสั่งนายกฯ มาจัดการล้มเลิกก็ได้ เพราะคำสั่งนายกฯหรือมติ ครม. สามารถยกเลิกได้เฉพาะคำสั่งหรือประกาศของคณะยึดอำนาจทางการบริหารเท่านั้น ดังนั้น การอ้างคำสั่งนายกฯ เป็นรัฏฐาธิปัตย์ จึงเป็นการพูดเลอะเทอะที่สุด

อีกทั้ง กล่าวว่า นายสัตวแพทย์ชัย วัชรงค์ โฆษกรัฐบาล ต้องศึกษา รธน. 279 แล้วจะรู้ว่า ต้องตราเป็นกฎหมายยกเลิก อย่างไรก็ตาม โฆษกรัฐบาลต้องเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญและต้องมีความแม่นจำในข้อกฎหมายด้วย ถ้าไม่อับอายก็ให้ใช้รัฏฐาธิปัตย์ต่อไปได้ เชิญหาความสำราญได้ตามใจชอบ

"คุณเศรษฐา อยากเป็นรัฏฐาธิปัตย์หรือเปล่า ถาม ครม.ทั้ง 35 คนใครอยากเป็นรัฏฐาธิปัตย์บ้าง ในทางการเมืองใครก็รู้ว่าอะไรเป็นได้ เป็นไม่ได้ แต่ที่เป็นได้แน่นอนคือเป็นบ้า เพราะประชาชนไม่คาดคิดว่า นักการเมืองจากการเลือกตั้ง จะกล้าใช้คำว่ารัฏฐาธิปัตย์ เมื่อประสงค์จะใช้ก็ต้องรีบใช้ ไม่รู้ว่าจะอยู่นานแค่ไหนที่จะได้ใช้”

ส่วนนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ถึงวันนี้นายเศรษฐา ยังไม่กล้าพูดให้ชัดจะเอาเงิน 5.6 แสนล้านบาทมาจากไหน อย่างไรก็ตาม ระบบธุรกิจทุกวันนี้อยู่ด้วยการให้เครดิตร้านค้าครั้งละ 4 เดือน รูปแบบนี้อาจเป็นช่องทางเลือกอีกแบบหนึ่งก็ได้ แต่ตนไม่อยากให้ทำเช่นนี้

นายจตุพร ตั้งข้อสังเกตุว่า ดังนั้น ที่มาของเงินดิจิทัลนำมาใช้จ่ายในช่วง 6 เดือน อาจมาจากรัฐบาลขอเครดิตครั้งละ 4 เดือนเป็นทอดๆกันไปก้ได้ เพราะรัฐบาลประกาศไม่กู้เงินและไม่อะไรทั้งนั้น จึงเหลือช่องทางขอเครดิตจากกลุ่มทุนให้ดำเนินนโยบายแจกเงินดิจิทัลก็เป็นได้

"ระบบธุรกิจให้เครดิตสินค้าเช่นนี้ เราไม่ต้องการให้เป็นที่มาของเงินดิจิทัล 5.6 แสนล้านบาท เพราะเห็นปลายทางการโกงครั้งมโหฬาร ด้วยการซื้อสินค้าบางส่วนและแลกเป็นเงินสด แล้วสำแดงเท็จการซื้อสินค้า”

นายจตุพร ประเมินว่า เงื่อนไขใช้เงินดิจิทัลตามทะเบียนบ้านในรัศมี 4 กิโลเมตร แต่ในความจริงแล้ว ชาวบ้านออกนอกพื้นที่ เข้ามาทำงานในเมืองจึงไม่สามารถใช้เงินดิจิทัลได้ ซึ่งนานวันคนนอกพื้นที่จะได้กลับบ้านช่วงเทศกาลงานบุญ แล้วต้องรีบใช้เงินดิจิทัลให้หมดในรัศมีพื้นที่ 4 กิโลเมตร ดังนั้น สินค้าคงไม่พอขาย จึงเป็นช่องทางการเปลี่ยนเป็นเงินสดทำให้เกิดการโกงเงินดิจิทัลได้ ซึ่งเป้นสิ่งที่น่ากังวลมาก

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'จตุพร' จี้ นายกฯ เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบ

'จตุพร' จี้ นายกฯ อนุทิน เปลี่ยนแถลงนโยบาย เน้นรับมือยามวิกฤต วางแผนแก้ปัญหาผลกระทบด้านอาหาร ชูมาตรการให้ ปชช.มีอยู่มีกิน ฟาดโรงกลั่นรัฐถือหุ้นข้างมากนิ่งเงียบโกยกำไร ฉะพวกเห็นแก่ตัว ทิ้งคนไทยหิวโซ ต้องพึ่งตนเอง ส่วนกลุ่มทุนปากพะงาบรอโกยกำไร บี้รื้อโครงสร้างพลังงานก่อนจะไปไม่รอด

ปล่อย“ไอ้โม่ง”ลอยนวล รัฐบาล“อนุทิน”เสี่ยงพัง!

เหตุการณ์ “ลักหลับประชาชน” คืนวันที่ 25 มีนาคม ต่อเนื่องถึงเช้าวันที่ 26 มีนาคม กลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองครั้งใหญ่ หลังรัฐบาลตัดสินใจปล่อยลอยตัวดีเซล ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทันทีถึง 6 บาทต่อลิตร สร้างภาระค่าครองชีพที่ถาโถมใส่ประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

'จตุพร' กระตุกนายกฯ ปชช.ไม่ได้คิดรวย ขอแค่อยู่รอดก็พอ บี้เด็ดขาดทลายพ่อค้าสูบกำไร

'จตุพร' กระตุ้นนายกฯ ใช้ความกล้าหาญ เป็นผู้นำเด็ดขาดรื้อโครงสร้างน้ำมัน สร้างระบบตลาดยุติธรรม ยันไม่ใช่การตื่นตระหนกของประชาชน แต่น้ำมันที่กลั่นเพิ่มแล้วยังสูญหาย ลั่นยามวิกฤตหนักหน่วงปชช.ไม่ได้คิดถึงเรื่องรวย แต่คิดจะอยู่รอดอย่างไร เตือนประเทศจะพังทุกระบบ

'จตุพร' ชี้เปรี้ยงวิกฤตน้ำมัน รัฐบาลยืนข้างพ่อค้า ฉิบหายทุกราย

"จตุพร" มองวิกฤตน้ำมันถาโถม ราคาแพงซ้ำขาดแคลน คนต่อคิวยาวหน้าปั๊ม รัฐบาลไขสือถกหาพ่อค้ากักตุน พร้อมโชว์คิดตื้นให้ประหยัด ชี้สามัคคี ปชช.เปราะบาง เส้นอดอยากจวนหมดอดทน อารมณ์เดือดใกล้สู่กลียุค แย่งชิงอาหาร ส่วน สส.ค้านเลิกกินฟรี ขออิ่มสุขบนทุกข์ ปชช.

'จตุพร' ข้องใจ มีน้ำมันสำรองกี่วัน จี้รัฐแจงความจริง ต่อคิวหน้าปั๊มสวนทางคำเป่าหูไม่ขาดแคลน

'จตุพร' ข้องใจ เอาไงกันแน่ มีน้ำมันสำรองกี่วัน จี้รัฐแจงด้วยความจริง อย่าซื้อเวลาเอาตัวรอดไปวันๆ ชี้ต่อคิวหน้าปั๊มสวนทางคำเป่าหูไม่ขาดแคลน ชม 'ศุภจี-สีหศักดิ์' ถึงแถลงอึกอักยังโชว์ความคิดแก้ปัญหา ลั่นเรือโนอาห์ช่วยได้ ขอไทยตัดสินให้ดี

'ผู้ว่าฯชัชชาติ' ปธ.พิธีฌาปนกิจศพ 'สุทธิศักดิ์' วีรชนพฤษภา’35 หนุนสร้างอนุสรณ์สถานฯให้แล้วเเสร็จ

‘ผู้ว่าฯชัชชาติ’ เป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพ ‘สุทธิศักดิ์ ผลแก้ว’ วีรชนพฤษภา’ 35 ‘อ.ปริญญา’ กล่าวสดุดีวีรกรรมที่ขัดขวางไม่ให้ตำรวจใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดใส่ประชาชน จนถูกทำร้ายพิการตลอดชีวิต เป็นภาพจำของเหตุการณ์พฤษภาฯที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และจะอยู่ในใจของทุกคน ขอบคุณผู้ว่าฯชัชชาติ รับปากจะสนับสนุนการจัดสร้างอนุสรณ์สถานวีรชนฯให้แล้วเสร็จ หวังได้เปิดงาน 17 พ.ค. 2570 ร่วมกัน