'ศรีสุวรรณ' ร้อง ปปช. สอบปมผู้ช่วย สส.ก้าวไกล ถูกแฉรับส่วยบ่อขยะปราจีนบุรี

9 พ.ย.2566 - ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติรักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย กรณี สส.ปราจีนบุรีออกมาแฉว่ามีผู้ช่วย สส.กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล เข้าไปมีเอี่ยวเรียกรับผลประโยชน์เกี่ยวกับที่ดินจากบริษัทบ่อขยะและอาจมีการเลี่ยงภาษี อันมีผลต่อการกล่าวหามาถึงตนเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศ แต่พรรคก้าวไกลกลับสอบสวนอย่างล่าช้า และปกปิดความจริงที่ควรกระทำอันอาจขัดต่อจริยธรรมหรือไม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลและ สส.ของพรรคได้ประชุมร่วมกันและมีมติด้วยคะแนนเสียงส่วนใหญ่ให้ขับ สส.ปราจีนบุรีออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเนื่องจากผิดวินัยอย่างร้ายแรง กรณีถูกกล่าวหาว่าไปกระทำการในลักษณะล่วงละเมิดทางเพศหญิงอื่น ซึ่งคณะกรรมการวินัยของพรรควินิจฉัยเสนอให้ที่ประชุมร่วมมีมติลงโทษไปแล้วเมื่อวันที่ 1 พ.ย.นี้เอง

แต่ สส.ปราจีนบุรีคนดังกล่าวได้ออกมาแฉผ่านเฟซบุ๊กและให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนในทำนองที่ว่า การที่ตนถูกขับออกจากพรรคเพราะขัดแย้งกับผู้ช่วย สส.ของปราจีนบุรี(จากโควต้าของพรรค) ซึ่งเป็นถึงผู้ช่วยของกรรมการบริหารพรรค นำข้อมูลมาร้องเรียนโดยความร่วมมือของ สส.ที่เป็นผู้บริหารพรรค โดยมีการปล่อยข่าวมูลต่างๆ และสร้างความเสียหายให้กับตน จึงจำเป็นต้องออกมาชี้แจงแสดงหลักฐานทั้งหมด เพราะต้องการทำ และสร้างการเมืองที่ไม่ทุจริต

นอกจากนั้น ยังมีการแฉต่อไปว่า มีการเรียกรับผลประโยชน์ และความพยายามให้บริษัทบ่อขยะ ซื้อที่ดินของผู้ช่วย สส.ของกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลจำนวน 5 ไร่ มูลค่า 3.5 ล้านบาท โดยพบว่าเป็นการแบ่งขายที่ดินของตนเอง แปลงละ 1.7 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินและทำให้เสียภาษีถูกลง อย่างไรก็ดี สส.ปราจีนบุรีอ้างว่ามีหลักฐานและรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวทั้งหมด ขาดเพียงสลิปการโอนเงินเท่านั้น ซึ่งเรื่องดังกล่าวตนได้ร้องให้พรรคตรวจสอบมานานแล้ว แต่พรรคกลับเงียบเฉย แต่พอเป็นกรณีการร้องเรียนกล่าวหาตนกลับเร่งรับดำเนินการอย่างรวดเร็วอันมีข้อพิรุธ

กรณีดังกล่าวผู้ช่วย สส.ที่ถูกแฉนั้น ถือว่าเป็นผู้มีตําแหน่งทางการเมือง หรืออาจเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 อาจกระทำการในลักษณะที่เรียกว่า “ทุจริตต่อหน้าที่” ได้และการที่พรรคก้าวไกลยังไม่เร่งรีบตรวจสอบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ตามข้อบังคับพรรคก้าวไกลประกอบ พรป.พรรคการเมือง 2560ม.21 ม.22 อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กันและกันตามที่ สส.ปราจีนบุรีกล่าวหา อันอาจเข้าข่ายการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงได้

ด้วยเหตุดังกล่าววันนี้ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องเรียนให้ ป.ป.ช.ใช้อำนาจตามกฎหมายในการไต่สวน ตรวจสอบและวินิจฉัยเอาผิด ผช.สส.รายดังกล่าวว่ามีเอี่ยวบ่อขยะตามแฉหรือไม่ และพรรคก้าวไกลว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายและขัดต่อมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ด้วยความสัตย์จริงของ 'เจี๊ยบ' แก้ม.112 ควรเป็นวาระแห่งชาติ

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "คนเกินเจ้า" อย่างน้อย 2 กลุ่ม

'ศรีสุวรรณ' บุกป.ป.ช.มอบหลักฐานสอบ 'ชัชชาติ' และพวกเพิ่ม ละเว้นไฟไหม้ 'โรงเบียร์ฯ'

'ศรีสุวรรณ' บุก ป.ป.ช.มอบหลักฐานสอบ 'ชัชชาติ' และพวกเพิ่มปมละเว้น 'โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว' เป็นเหตุให้เกิดไฟไหม้ ชี้คำสั่ง หน.คสช.ที่22/58 และคำสั่ง คสช.ที่ 69/57 กำหนดไว้ชัดการปล่อยปละละเลย จนท.รัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมีความผิดทั้งทางแพ่ง อาญา และปกครอง

โถนึกว่าข่าวดี! ระเบียบสภาแค่ยกเลิกขึ้นเงินเดือนไม่ใช่ยกเลิกผู้ช่วย สส.-สว.

'เลขาสภา' แจงยกเลิกระเบียบว่าด้วยการแต่งตั้งบุคคล เป็นการยกเลิกขึ้นเงินเดือน ไม่ใช่ยกเลิกผู้ช่วย สส.- สว.

'พี่ศรี' ค้าน 'อนุทิน-ชัชชาติ' เพิ่มพื้นที่โซนนิ่งสถานบริการ เอื้อประโยชน์ผู้ประกอบการ พร้อมสู้ถึงศาล

'ศรีสุวรรณ 'ค้าน 'อนุทิน-ชัชชาติ' เพิ่มพื้นที่โซนนิ่งสถานบริการ ชี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการ-นักท่องราตรี แต่จะไปก่อปัญหาใหม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญและอาชญากรรมมากขึ้น แนะต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยทุกสถานประกอบการเป็นหลัก รวมทั้งเพิ่มโทษเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่หลับตาข้างเดียว ชี้เป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบขัดรธน. ลั่นหากฝืนพร้อมสู้ถึงศาล

ตำรวจเดินหน้าสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้นรายงานนายกฯภายใน 30 วัน

ผบ.ตร.เรียกประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น กำหนดกรอบการทำงาน 20 วัน ชี้คดีอาญาเป็นหน้าที่ ป.ป.ช. ดำเนินการ

ป.ป.ช. ชี้มูล 'เกรียง กัลป์ตินันท์' พร้อมเครือญาติกับพวก ทุจริตก่อสร้างถนน

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี