15 ก.พ.2567 - ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์สาขาวิชาพลเมืองวิทยาการข้อมูล สาขาวิชาสถิติศาสตร์ สาขาวิชาวิทยาการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊กในรูปบทความเรื่อง “อภิสิทธิ์ในการทำผิดกฎหมายของฐานันดรสี่ที่สนับสนุนโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ” ระบุว่า ผมอ่านแถลงการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยความรู้สึกไม่เห็นด้วยหลายอย่าง
ประการแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจนว่านักข่าวสองคนที่ถูกจับกุมเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดจริงๆ คือมีส่วนร่วมในการพ่นสีกำแพงวัดพระแก้ว เพราะฉะนั้นนักข่าวนั้นทำผิดกฎหมายจริงๆ ครับ และนักข่าวก็เป็นประชาชนที่ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่อยู่เหนือกฎหมาย
ประการสอง เสรีภาพของสื่อ ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ใช่จะมาอ้างเสรีภาพของสื่อเป็นอภิสิทธิ์ชนฐานันดรที่ 4 แล้วจะอยู่เหนือกฎหมายจะกระทำผิดอะไรก็ได้
ประการสาม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ควรมีความรู้เรื่องกฎหมายบ้าง และไม่ควรส่งเสริมให้ประชาชนใช้สิทธิเสรีภาพในการทำผิดกฎหมายเช่นนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกำลังทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ชี้นำสังคมในทางที่ไม่ถูกต้อง
ประการสี่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก่อนแถลงอะไรควรศึกษาข้อมูลรอบด้าน เช่น ควรต้องขอหลักฐานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย สำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็หาได้ออกหมายจับได้เองแต่เป็นอำนาจของศาล ศาลพิจารณาหลักฐานที่พนักงานสอบสวนของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินำเสนอขอออกหมายจับ ดังนั้นการที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแถลงเช่นนี้ อาจจะเป็นการละเมิดอำนาจศาลได้ และในขณะเดียวกันก็ไปแทรกแซงการทำงานของศาลที่ควรเป็นอิสระอย่างที่ไม่เป็นการสมควร
ประการห้า ประเด็นผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) ในการออกแถลงการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
หนึ่งในนักข่าวถูกจับกุมใช้นามสกุลเมฆโสภณ และเป็นหลานชายของนักข่าวอาวุโส พี่รุ่งมณี เมฆโสภณ พี่รุ่งเองก็ได้โพสต์ Facebook ให้กำลังใจหลานชายและค่อนข้างเข้าข้างหลานชาย ผมว่าในฐานะที่พี่รุ่งเป็นสื่อมวลชนอาวุโสก็ควรต้องศึกษาหลักฐานของทาง สตช. บ้าง และควรต้องระวังท่าทีของสื่อมวลชนอาวุโส เพราะสื่อเองก็ต้องไม่ทำผิดกฎหมาย
ปัญหาที่สังคมอาจจะถามได้คือ พี่รุ่ง เป็นภรรยาของพี่วสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
คำถามแรก คือก่อนออกแถลงการณ์ฉบับนี้ พี่วสันต์ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยหรือไม่ ได้เดินออกจากที่ประชุมหรือไม่
หากไม่ได้เดินออก สังคมก็อาจจะตั้งคำถามได้ว่าพี่วสันต์ลงมติให้ออกแถลงการณ์เพื่อช่วยปกป้องหลานชายของภรรยาตัวเองหรือไม่ อันนี้ก็จะเป็นเรื่องไม่งามเพราะจะกลายเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน
คำถามสองคือ พี่วสันต์ได้ลงมติโดยอิสระจริงๆ หรือไม่ได้เป็นคนเสนอให้ออกแถลงการณ์ฉบับนี้ซึ่งมีส่วนสนับสนุนหลานชายของพี่รุ่งผู้เป็นภรรยาหรือไม่? อันนี้พิสูจนได้ยากครับ แต่ก็ไม่งามเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในกรณีนี้การออกแถลงการณ์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนั้นออกมาภายหลังการแสดงท่าทีเข้าข้างและให้กำลังใจของพี่รุ่ง คำถามที่สังคมไทยอาจจะถามได้คือภรรยามีอิทธิพลหรือบังคับบัญชาสามีได้หรือไม่
คำถามสามคือ หากพี่วสันต์ไม่ได้เข้าประชุม ไม่ได้ลงมติ ไม่ได้นำเสนอให้ออกแถลงการณ์ฉบับนี้ แต่สังคมก็อาจจะถามได้อีกว่า พี่วสันต์ได้ lobby กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านอื่นๆ หรือไม่ กรรมการสิทธิมนุษยชนท่านอื่นๆ เกรงใจบารมีพี่วสันต์จนต้องออกแถลงการณ์ปกป้องนักข่าวหลานชายของภรรยาพี่วสันต์ใช่หรือไม่
ผมเองก็เห็นใจพี่วสันต์เป็นอย่างยิ่งนะครับ ว่าคงตกอยู่ในที่นั่งลำบากเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถ้าเป็นผม ผมก็คงต้องเดินออกจากที่ประชุมคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และผมก็จะต้องขอให้บันทึกในรายงานการประชุมว่า ผมต้องขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคนอื่นๆ ทำหน้าที่อย่างเป็นอิสระ ไม่ต้องเกรงใจใดๆ ผมเลยแม้แต่น้อย
ประการที่หก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ควรเน้นไปที่สิทธิเสรีภาพอย่างเดียว แต่ต้องอธิบายให้สังคมได้เข้าใจด้วยว่า การใช้สิทธิและเสรีภาพต้องไม่ผิดกฎหมาย ต้องไม่เป็นภัยความมั่นคงแห่งรัฐ ต้องไม่ผิดศีลธรรมประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม และต้องไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องตระหนักและให้ความสำคัญต่อการจำกัดสิทธิและเสรีภาพด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้จำเป็นสำหรับการอยู่ร่วมกันโดยสงบของสังคม ทำให้สังคมไม่แตกหักวุ่นวาย ซึ่งรัฐธรรมนูญของทุกประเทศทั่วโลกก็จำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนทั้งนั้นเพื่อความอยู่ดีของส่วนรวม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติควรมีบทบาทในการปกป้องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเท่าที่จะไม่เลยเถิดเกินไปกว่าความจำเป็นที่สังคมต้องจำกัดสิทธิและเสรีภาพ ไม่สนับสนุนการใช้สิทธิและเสรีภาพจนไร้ขอบฟ้า บ้านเมืองจะกลายเป็นอนาธิปไตย (Anarchy) อันจะเกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองขึ้นมาได้
ประการที่เจ็ด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องมองโลกด้วยความเป็นจริง ว่าในสังคมมีทั้งคนดีและคนเลว ไม่ใช่จะโลกสวยไปทั้งหมด การสนับสนุนสิทธิและเสรีภาพให้กับคนที่ทำไม่ถูกต้องเท่ากับเป็นการให้ท้ายโจรและสนับสนุนให้สังคมทำผิดมากๆ ตามๆ กัน เพราะเป็นสิทธิและเสรีภาพ
อยากฝากให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติลองทบทวนบทบาทและท่าทีของตนเองดูบ้างครับจะขอขอบพระคุณมาก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โพลชี้ประชาชนหวังเห็นรัฐบาลแก้ไขปัญหาการเหลื่อมล้ำคุณภาพการศึกษา
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายเพื่อการศึกษาไทย Thailand Education Partnership (TEP)
กสม.ออกแถลงการณ์ให้บุคคลสาธารณะและสังคมออนไลน์เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์!
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกแถลงการณ์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)
คดีแม้วพ่นพิษ!ปปช.ฟันสุภา
กสม.เผยผลตรวจสอบคุกวีไอพี ชี้เป็นการเลือกปฏิบัติเพื่อเอื้อประโยชน์โดยมิชอบและละเมิดสิทธิมนุษยชน “ทักษิณ” เตรียมเฮได้ปลดกำไลอีเอ็มระหว่างคุมประพฤติ
กสม. เปิดผลสอบ 'คุก VIP' เอื้อนักโทษจีน-มาเฟีย ชง ป.ป.ช. ฟัน
กสม.ชี้ คุก VIP เอื้อนักโทษจีน-คนมีอิทธิพล เลือกปฏิบัติ-ละเมิดสิทธิมนุษยชน เตรียมส่งรายงานให้ ป.ป.ช. สอบต่อ จี้ กระทรวงยุติธรรม ขันน็อต คกก.สอบสวนเร่งสอบ แนะตรวจขยายผลคุกอื่นๆ กัน จนท.เลือกปฎิบัติ
นิด้าโพลชี้คนไทยเห็นด้วยบทลงโทษกฎหมายจราจรเหมาะสมแล้ว
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “จับปรับจริง 10 ข้อหาจราจร” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 7 - 8 เมษายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

