ยุ 'บิ๊กต่อ' ฟ้องศาลปกครอง กู้ศักดิ์ศรี ผบ.ตร.

22 มี.ค. 2567 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ถ้าผมเป็น “บิ๊กต่อ” จะฟ้องศาลปกครอง

ถ้าผมเป็น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ถูกคำสั่งด่วนฟ้าผ่า เด้งเข้ากรุแบบนี้ ผมจะทำอย่างไร ซึ่งผมต้องขอออกตัวก่อนว่า ผมไม่ได้รู้จัก พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เป็นการส่วนตัว ไม่ได้เชียร์ท่าน แต่ที่ผมพูดเรื่องนี้ พูดไปตามหลักการความถูกต้อง อย่างตรงไปตรงมา และเป็นสิ่งสมมติ ถ้าผมเป็น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ในลักษณะเอาใจเขามาใส่ใจเราเท่านั้น

ผมขอเรียนให้ทราบว่า แม้ว่าตำแหน่ง ผบ. ตร. จะเป็นตำแหน่งอาถรรพ์ ที่น้อยคนนักจะอยู่ครบเทอมก็ตาม แต่กรณีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เพิ่งขึ้นมารับตำแหน่งได้ยังไม่ถึงปี และคนอย่าง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ไม่ใช่ตะเกียงไร้น้ำมัน เป็นนกมีขน เป็นคนมีพวก แบ็กข้างหลัง ก็ไม่ธรรมดา แต่ทำไมคุณเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี จึงหาญกล้าทุบโต๊ะ ย้ายด่วนแบบนี้ ทำให้หลายคนสงสัยว่า ไปกินยาดีมาจากไหน หรือได้รับสัญญานอะไรจากใครหรือไม่

ถ้าจะถามหาความผิดของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เมื่อเปรียบเทียบกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะกรณี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ยังไม่ถูกสอบสวนตั้งข้อหา หรือความผิดใด ส่วนพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สามารถอธิบายได้ว่า มีข้อหาไปเกี่ยวข้องกับคดีเว็บพนันออนไลน์ แต่กรณีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ มีแค่ พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ออกมาใบ้ชื่อนายพลอักษรย่อ ต. เท่านั้นเอง เหตุผลเพียงแค่นี้ ต้องถึงกับโดนเด้งไปในทันทีอย่างนั้นหรือ ผมว่ามันไม่เป็นธรรม ไม่สมเหตุสมผลกับการโยกย้ายแบบฟ้าผ่า

ถ้าจะอ้างเรื่องความขัดแย้งของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งเป็นความขัดแย้งส่วนตัวระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชา จำเป็นต้องย้ายออกจากหน่วยงานทั้ง 2 คนนั้น ผมว่ามีหลายหน่วยงานที่มีกรณีแบบนี้ และถ้ายึดโมเดล ของ สตช. เป็นแบบอย่าง เชื่อได้ว่าหน่วยราชการหลายองค์กร ที่ผู้บังคับบัญชากับลูกน้องขัดแย้งกัน ทะเลาะกัน ถูกย้ายกันหมด ซึ่งเป็นแนวทางการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เกาไม่ถูกที่คัน

ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน 3 คน ให้เวลาเพียง 60 วัน สังคมกำลังตั้งคำถามว่าสอบข้อเท็จจริงในข้อหาใด ความผิดใด และผลออกมาเมื่อไหร่ เพราะคณะกรรมการชุดนี้เคยสอบข้อเท็จจริง กรณีการค้นบ้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มาแล้ว จนถึงบัดนี้สังคมยังไม่ทราบผลของการตรวจสอบว่าเป็นเช่นไร และเมื่อได้รับแต่งตั้งให้สอบสวน กรณี พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์อีก ก็อาจทำให้สังคมสงสัยได้ว่า เป็นการซื้อเวลาอีกครั้ง

ถ้าผมเป็น พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ ผมจะไม่ยอมรับการออกคำสั่งโยกย้ายช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เพราะยังไม่มีความผิดใดๆ จนถึงขั้นต้องโยกย้าย ซึ่งเป็นการทำลายชื่อเสียง เกียรติยศของตัวเอง และวงศ์ตระกูล ทำให้ชีวิตราชการมีตำหนิ รวมถึงศักดิ์ศรีตำแหน่ง ผบ.ตร. อีกด้วย

ถ้าเป็นผม จะขอความเป็นธรรม ใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว หรือว่ามีอะไรที่ลึกๆ กว่านี้ อันนี้ผมไม่ทราบครับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจี๊ยบ อมรัตน์' ฟาด 'อ้วน' ได้เวลาลงจากยอดมะพร้าว

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล

เอาแล้ว ‘ธิษะณา’ โพสต์เตรียมดำเนินคดี ‘อมรัตน์’

หลังจากที่ นางสาวธิษะณา ชุนหะวัณ อดีต สส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาเปิดเผยว่า พรรคประชาชน มีการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร หรือ ไอโอ ในการทำงานพรรค โดยว่าจ้างบริษัทที่มีชื่อว่า Spectre C ในการดำเนินการ

ศาลปกครองออกเลขรับคดี หลังทนายยื่นร้อง 4 ข้อ ระงับรับรองผล-เลือกตั้งใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจาก นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย ทนายความ ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เกี่ยวกับกรณีบาร์โค้ด

‘เสี่ยหนู’จดทะเบียนสมรส

“อนุทิน” หัวใจสีชมพู ควง “จ๋า ธนนนท์” จดทะเบียนสมรสที่บ้านอย่างอบอุ่น ท่ามกลางครอบครัวเป็นสักขีพยานก่อนวันวาเลนไทน์ “รัฐบาล-ตำรวจ” พาเหรดเตือนภัยวันแห่งความรัก