“โฆษกปชป.” ซัดคำตอบราชทัณฑ์ เกี่ยวกับ “ทักษิณ”คือหลักฐานสำคัญ อุ้ม”นักโทษเทวดา” ชี้ต้องไปอธิบายกับ ป.ป.ช.ให้ได้
24 เม.ย.2567 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกรมราชทัณฑ์ เผยแพร่เอกสารชี้แจงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ต้องเข้าเรือนจำและรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ว่า กรมราชทัณฑ์ต้องระลึกว่าทุกคำตอบคือหลักฐานสำคัญที่จะต้องผูกมัดไปยังอนาคต ที่สำคัญเหตุผลที่ให้ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและระเบียบ กฎหมายของบ้านเมือง ประการแรก เมื่อผู้ต้องขังป่วยต้องเข้ารักษาที่ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ ซึ่งจะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลรัฐนอกราชทัณฑ์ผู้ต้องขังคนนั้นต้องมีอาการป่วยหนัก เพราะฉะนั้นความเห็นแพทย์ย่อมมีปัญหาตามมาด้วยในการพิจารณาวินิจฉัย และสิ่งที่ราชทัณฑ์ละเลยไม่อธิบายคือเมื่อระเบียบเขียนต่อไปว่า เมื่อไปโรงพยาบาลของรัฐอื่นให้พนักงานเรือนจำพาผู้ต้องขังคนนั้นไปและกลับในวันเดียวกัน ซึ่งก็ต้องอธิบายกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจิรตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ให้ได้
นายราเมศ กล่าวต่อว่า ประการสอง เรื่องตัดผมคงไม่ต้องพูดถึงเพราะหลักการที่ถูกต้องคือพอเริ่มเข้าเรือนจำก็ต้องตัดผม ที่อ้างระเบียบว่าจะต้องตัดภายใน 7 วัน ก็ถือได้ว่าเป็นข้ออ้างที่หลังพิงฝา ถ้าความหมายของผู้ต้องขังใหม่รวมนายทักษิณ ด้วย ก็ต้องดำเนินการภายใน 7 วัน คำถามคือมีผู้ต้องขังคนไหนบ้างที่ดำเนินการเช่นเดียวกับนายทักษิณ ประการที่สาม ห้องพักชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ถ้าป่วยจริงถึงขั้นหนักจริงๆ ก็รักษาที่ โรงพยาบาลตำรวจได้ แต่มีคำถามคือรักษาตัวจริงหรือไม่ การควบคุมโดยพนักงานเรือนจำ เรื่องการกิน เรื่องรูปถ่ายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ทุกรายละเอียดต้องมีบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ประเด็นเหล่านี้ เขื่อว่า ป.ป.ช. ก็ต้องสอบรายละเอียดทั้งหมด และประการที่สี่ เรื่องการพักโทษจะชี้แจงอย่างไรก็เป็นแค่ปลายเหตุ เพราะการไม่ได้จำคุกจริงแม้แต่วันเดียว จะนำไปสู่การพักโทษได้อย่างไร ส่วนการให้คะแนนสภาพร่างกายอาการป่วยของนายทักษิณว่าไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือช่วยเหลือตัวเองได้น้อย
“เหตุผลนี้ถือว่าราชทัณฑ์มีความกล้าหาญมากที่กล้าชี้แจงสวนทางกับความจริง เพราะอาการที่ราชทัณฑ์วินิจฉัยกับอาการที่นายทักษิณออกจากโรงพยาบาลตำรวจ ภาพถ่ายอยู่บ้าน ไปเชียงใหม่ และกิจกรรมอื่นๆ สิ่งเหล่านี้หลอกประชาชนไม่ได้แน่นอน ซึ่งเรื่องการจำคุกนายทักษิณ มีการตั้งคำถามจากสังคมมาตลอด ป่วยจริงหรือไม่ รักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ จริงหรือไม่ จำคุกจริงหรือไม่
กระบวนการพักโทษชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ทั้งหมดจะเป็นกรรมที่เกิดจากการกระทำ สังคมฝากความหวังไว้กับ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนเรื่องนี้ให้เกิดความกระจ่าง ไม่เช่นนั้นหลักการของบ้านเมืองก็หมดไม่มีเหลือ เพราะคำตอบของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องเหมือนการตอกย้ำให้เห็นถึงกระบวนการอุ้มนักโทษเทวดาอย่างแท้จริง”นายราเมศ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'วรงค์' ฟาด 'อนุทิน' เลิกเล่นวาทกรรม 'กำแพง' ประชาชนรอแก้ปัญหาปากท้องอยู่
หัวหน้าไทยภักดี ซัดนายกฯ ควรวางตัวเป็นผู้ใหญ่ เลิกเสียเวลาทะเลาะผ่านวาทกรรม ชี้ประชาชนรอแก้ปัญ
'วิโรจน์' ขวางราชทัณฑ์ย้ายนักโทษทางการเมือง ไปเรือนจำบางขวาง กระทบการขอเข้าร่วมOECD
'วิโรจน์' ถามกรมราชทัณฑ์ทราบหรือไม่ว่า การย้ายนักโทษทางการเมือง ไปยังเรือนจำบางขวาง สำหรับผู้ต้องโทษประหารชีวิต ระบบนิติรัฐสากลไม่อาจยอมรับได้ อาจกระทบการขอเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทย กสม.ก็เตือนแล้วว่าจะเข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน
กรมราชทัณฑ์ แจง 'ศุภชัย' เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว ยินดีให้ตรวจสอบความโปร่งใส
กรณีของนายศุภชัย เรือนจำได้ดำเนินการดูแลรักษาตาตามแนวทางของแพทย์มาโดยตลอด เมื่อเกิดเหตุได้ดำเนินการแจ้งพนักงานสอบสวนและเจ้าพนักงานชันสูตรพลิกศพตามที่กฎหมายกำหนดโดยทันที
ข่าวดีผู้ต้องขัง! ดันเรียนต่อถึงปริญญา
รัฐบาลเปิดห้องเรียนในเรือนจำ เปลี่ยนกำแพงเป็นโอกาส ดันผู้ต้องขังเรียนต่อถึงปริญญา สร้างอนาคตใหม่หลังพ้นโทษ
'หมอวรงค์' เดือด! แถลงซัดเผด็จการรัฐสภา ปิดปากไม่ให้อภิปรายงบ 'TH-AI' ลุยยื่น ป.ป.ช. พรุ่งนี้
"หมอวรงค์" เดือด โวยสภาฯเผด็จการ ปิดปากอภิปราย TH-AI Passport เตือน รมว.อีดี โดนทุจริต-ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เตรียมหอบเอกสารร้องป.ป.ช. พรุ่งนี้
องครักษ์พิทักษ์ลูกเทพ ดาหน้าประท้วง 'หมอวรงค์' อภิปรายโครงการ TH-AI Passport
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้อภิปรายถึงรายละเอียดเชิงลึกของโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) วงเงิน 1,645 ล้านบาท ที่ส่อว่าไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์

